รายงานพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าค้นคว้าพัฒนา ‘ทุเรียนสาลิกา’พืชท้องถิ่นอัตลักษณ์คู่เมืองพังงา

รายงานพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าค้นคว้าพัฒนา ‘ทุเรียนสาลิกา’พืชท้องถิ่นอัตลักษณ์คู่เมืองพังงา

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ของไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทุเรียนสาลิกา เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีความโดดเด่น เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพังงา ซึ่งปัจจุบันหารับประทานได้ค่อนข้างยาก

นางวันเพ็ญ พฤกษ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพังงา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ทุเรียนสาลิกา เป็นไม้ผลท้องถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ของอำเภอกะปง จังหวัดพังงา มีลักษณะเด่น คือ ลูกกลม หนามเล็ก ถี่ เปลือกบาง ไส้มีลักษณะเป็นสนิม ไม่ซึม น้ำหนักต่อผล 1-2 กิโลกรัม กลิ่นไม่ฉุน เมล็ดลีบ รสชาติหอมหวาน เนื้อละเอียดสีเหลืองทอง คล้ายกับสีปากของนกสาลิกา จึงทำให้คนในท้องถิ่นเรียกทุเรียนพันธุ์นี้ว่า “ทุเรียนสากาหรือทุเรียนสาลิกา”


ทุเรียนสาลิกาในจังหวัดพังงา นิยมปลูกตามบ้านเรือนของเกษตรกรลักษณะแบบสวนสมรม (ผสมผสาน) ปลูกเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน มีเพียงเกษตรกรไม่กี่รายที่มีการปลูกเป็นสวนขนาดใหญ่ จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนสาลิกาในอำเภอกะปง ประมาณ 300 ไร่ นอกจากนี้ก็มีปลูกในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่าบ้างเล็กน้อย ด้วยพื้นที่ปลูกไม่มากทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-200 บาท แต่ผลผลิตปีนี้ออกน้อยลงกว่าปกติจากภาวะภัยแล้ง จึงดันราคาขายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 200-250 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการจำหน่ายไปยังจังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการสั่งจองออเดอร์ล่วงหน้า เรียกว่าผลผลิตมีเท่าไรจำหน่ายได้หมด ทำให้ทุเรียนสาลิกาเป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร

จากความต้องการของผู้บริโภคและราคาจูงใจ ส่งผลให้มีการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ทุเรียนสาลิกาในพื้นที่จังหวัดพังงาจำนวนมาก โดยราคาเฉลี่ยกิ่งพันธุ์ละ 150 บาท ซึ่งหากเป็นกิ่งพันธุ์ที่มาจากสายต้น (สายพันธุ์) ที่เป็นพันธุ์แท้ ผู้ที่ซื้อไปปลูกก็จะได้ผลผลิตที่ดีตามสายพันธุ์แต่หากเป็นกิ่งพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นพันธุ์แท้ ผลเสียก็จะไปตกกับผู้ซื้อ เพราะกว่าจะรู้ว่าผลผลิตที่ปลูกไปนั้นไม่ใช่พันธุ์ที่ต้องการก็เสียทั้งเวลาและเสียโอกาสไปแล้วหลายปี

ดังนั้น นายบรรเจิด พูลศิลป์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพังงา จึงได้ทำการศึกษาการคัดเลือกสายต้นทุเรียนพันธุ์สาลิกาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยสำรวจแหล่งปลูกทุเรียนพันธุ์นี้ว่ามีการกระจายตัวอยู่ที่ใดบ้าง ควบคู่กับการรวบรวมสายต้นทุเรียนสาลิกาจากผู้ชนะการแข่งขันประกวดทุเรียนสาลิกา ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อคัดเลือกสายต้นที่ให้ลักษณะผล เนื้อ และรสชาติที่ดี ต้านทานโรครากเน่า-โคนเน่า มาปลูกเปรียบเทียบกับทุเรียนสายต้นอื่นในพื้นที่ของศูนย์ฯ จำนวน 5 ไร่ มีระยะเวลาดำเนินการเฟสแรกตั้งแต่ปี 2559-2564 เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ เก็บข้อมูลการเจริญเติบโต การดูแลรักษา ส่วนในการศึกษาระยะต่อไปหลังจากปี 2564 จะเป็นเรื่องของผลผลิต ตรวจสอบคุณภาพสายต้นว่าต้นใดเป็นสายต้นที่ดีที่สุด เพื่อออกคำแนะนำหรือรับรองพันธุ์

นายบรรเจิด กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาเรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การเป็นฐานพันธุกรรมทุเรียนพันธุ์สาลิกา และขยายผลไปสู่การรับรองพันธุ์สายต้นของทุเรียนสาลิกาที่ดี สามารถขยายพันธุ์แท้สู่เกษตรกรได้ในอนาคต นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นข้อมูลประกอบให้กับกลุ่มผู้ผลิตทุเรียนสาลิกาคุณภาพ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นขอจดสิทธิบัตรสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ของจังหวัดพังงาได้อีกด้วย

“อยากฝากถึงผู้ที่ต้องการปลูกทุเรียนสาลิกา ควรเลือกซื้อกิ่งพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ส่วนผู้ขายควรมีความซื่อสัตย์นำกิ่งพันธุ์แท้มาจำหน่ายเท่านั้น เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทุเรียนสาลิกาพันธุ์แท้ให้คงอยู่เป็น อัตลักษณ์ของจังหวัดพังงาต่อไป”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top