วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
น่าตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียวกับปฏิบัติการทวงคืนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่ดินส.ป.ก.ที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์กำลังจะ“คลิกออฟ”ในวันศุกร์ 15 กรกฎาคมนี้โดยจะนำทีมเลขาฯส.ป.ก.-สรรเสริญ อัจจุตมานัส ลงไปปักป้ายประกาศทวงที่ดิน ส.ป.ก.จากผู้ที่ถือครองโดยผิดกฎหมายในจังหวัดชัยภูมิเป็นแห่งแรก เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรต่อไป
อย่างที่ทราบกันแล้วว่า งานนี้รัฐบาล คสช.โดยนายกรัฐมนตรี-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไฟเขียวให้ลุยเต็มที่ ทั้งนี้ได้มอบ“ดาบอาญาสิทธิ์”ด้วยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว ออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 36/2559 ให้กระทรวงเกษตรฯโดยสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)ไปจัดการอย่างเด็ดขาดกับปัญหาการครอบครองและรุกล้ำที่ดินส.ป.ก.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งเป้าเบื้องต้นที่จะยึดคืนที่ดินจากนายทุนที่ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่เกินกว่า 500 ไร่ทั่วประเทศใน 25 จังหวัด เนื้อที่กว่า 4.3 แสนไร่
ปฏิบัติการทวงคืนทึ่ดิน ส.ป.ก.ครั้งนี้กำหนดโรดแมปไว้ 129 วัน นับจากวันที่ 5กรกฎาคมซึ่งเป็นวันที่ออกคำสั่งคสช.ที่ 36/2559 เริ่มจาก 10 วันแรกที่มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ และส.ป.ก.กำหนดพื้นที่เป้าหมาย จากนั้นส.ป.ก.จังหวัดจะดำเนินติดป้ายประกาศพื้นที่เรียกคืนใน 7 วัน แล้วให้เวลา 15 วันที่ผู้ครอบครองจะต้องนำหลักฐานการครอบครองมาแสดงเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อให้ส.ป.ก.จังหวัดตรวจสอบหลักฐานเหล่านี้ภายใน 30 วันว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และใช้เวลาอีก 7 วันในการประสานขอกำลังทหารจากกองทัพ ก่อนจะเข้าไปปฏิบัติการยึดคืนที่ดินที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมายให้เสร็จภายใน 60 วัน
ดังนั้น ก่อนถึงวัน “คลิกออฟ” ของรมว.เกษตรฯ 15 ก.ค.นี้ ทางปฏิรูปที่ดินจังหวัดต่างๆในพื้นที่เป้าหมาย จึงเดินเครื่องกันอย่างคึกคัก ลุยตรวจสอบรังวัดที่ดิน เช่น จังหวัดกาญจนบุรีเข้าไปตรวจสอบการถือครองที่ดินส.ป.ก.ของวัดป่าหลวงตาบัวฯหรือวัดเสือที่พอดีกำลังมีปัญหาเป็นข่าวฉาวอยู่ด้วย และพลอยได้พบที่ดินส.ป.ก.ปริศนาที่ปักป้ายแสดงการครอบครองมีชื่อนักธุรกิจใหญ่ตระกูลดังอย่าง“เพียงใจ หาญพาณิชย์” แม่ของนายอนันต์ อัศวโภคิน มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่“แลนด์ แอนด์เฮ้าส์” ผู้มีอีกสถานะหนึ่งเป็นศิษย์เอกแห่งวัดพระธรรมกายอันโด่งดังในเวลานี้ด้วย... ยิ่งทำให้ปฏิบัติการทวงคืนทึ่ดิน ส.ป.ก.ทวีความน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ล่าสุดเลขาฯ ส.ป.ก.-สรรเสริญอัจจุตมานัส ระบุได้ทำแผนที่เป้าหมายกลุ่มแรกที่ครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเกิน 500 ไร่ที่จะต้องยึดคืนลอตแรกเสร็จแล้ว 125 แปลง รวม 116,266 ไร่ โดยผู้ครอบครองรายใหญ่มีอยู่ 5 กลุ่ม ทั้งกลุ่มนักการเมืองระดับชาติ,กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น,กลุ่มผู้มีอิทธิพล,กลุ่มนายทุนเศรษฐีและกลุ่มที่เคยทำสัมปทานป่าไม้มาก่อน ในจำนวนนี้นักการเมืองทุกระดับถือครองที่ดินส.ป.ก.กว่า 50% และเชื่อว่า พวกนี้คงจะไม่ยอมมาปรากฏตัวเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ว่าครอบครองโดยถูกกฎหมายแน่ ซึ่งก็ไม่มีปัญหา ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยึดคืนมาจัดสรรให้เกษตรกรทันที
ก็เป็นอย่างที่เลขาฯส.ป.ก.ท่านนี้ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนกล้าทำ และเจ้าหน้าที่เมื่อเจอรายชื่อนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลครอบครองก็ไม่กล้าทำอะไร จึงต้องใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหาสู้กับฝ่ายการเมือง ผู้มีอิทธิพล ช่วงรัฐบาลคสช.นี้จึงเป็นโอกาสเหมาะสมที่จะแก้ปัญหาให้เข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง
ฟังแล้วก็ฮึกเหิมไปด้วย และเอาใจช่วยเต็มที่จะได้แก้ไขปัญหายึดคืนที่ส.ป.ก.คืนมาได้เสียที
แต่ผมก็อยากให้มองไปข้างหน้าเพิ่มด้วย หาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไปว่า เมื่อยึดคืนที่ส.ป.ก.มาจัดสรรแจกเกษตรกรผู้ยากไร้แล้ว จะวางกลไกป้องกันต่อไปอย่างไร เพื่อเกษตรกรยากไร้ที่ได้รับที่ดินส.ป.ก.ไปนี้ ได้ครอบครองทำกินอย่างยั่งยืน ไม่เอาไปขายต่อให้กับนายทุน นักการเมืองผู้มีอิทธิพลในอนาคตอีก เหมือนที่ผ่านมาจนกลายมาเป็นปัญหาวนเวียนซ้ำซากเหมือนทุกวันนี้
ซึ่งต้องยอมรับว่า ลำพังแค่ตัวกฎหมายส.ป.ก.ที่กำหนดว่า “ห้ามจำหน่าย” แต่ให้ตกทอดสิทธิ์ถึงลูกหลานเท่านั้น เอาเข้าจริงๆที่ผ่านมา ไม่สามารถบังคับได้จริง
ปฏิบัติการยึดคืนที่ดินส.ป.ก.ไม่น่าจะแค่หวังสร้างคะแนนนิยมเฉพาะหน้า แต่ควรต้องหาทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยนะครับ...
สาโรช บุญแสง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี