วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
น.ส.หฤทัย แก่นลา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) เปิดเผยว่า ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และเป็นแหล่งผลิตไม้ผลคุณภาพเพื่อการส่งออก ซึ่งปัจจุบันความ
นิยมบริโภคสินค้าที่ปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น เกษตรกรจึงปรับเปลี่ยนการผลิตแบบใช้สารเคมีเป็นแบบเกษตรอินทรีย์มากขึ้น
สวพ.6 จึงได้ดำเนินการทดสอบและพัฒนาการผลิตด้านไม้ผลอินทรีย์ โดยเฉพาะ มังคุด ซึ่งเป็นไม้ผลที่เกษตรกรมีความต้องการผลิตแบบอินทรีย์ และตลาดมีความต้องการสูง ซึ่งเทคโนโลยีในการผลิตไม้ผลอินทรีย์ ต้องมีการจัดการระบบการผลิตด้วยการปรับปรุงดินให้มีความสมบูรณ์ ใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักจากปลาและพืช การจัดการศัตรูพืชเน้นการตัดแต่งกิ่งที่มีโรคแมลงเข้าทำลาย เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมโรค ใช้สารสกัดจากพืชและน้ำส้มควันไม้ ป้องกันกำจัดโรคและแมลง กำจัดวัชพืชด้วยวิธีกล
โดย สวพ.6 เน้นให้เกษตรกรปฏิบัติตามข้อกำหนดตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ใช้ปัจจัยการผลิตให้เหมาะสม รักษาระดับผลผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนให้ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์จาก กรมวิชาการเกษตร โดยปี 2559 มีเกษตรกรขอรับการรับรองพืชอินทรีย์ในภาคตะวันออก 1,586.32 ไร่ ผ่านการรับรองแล้ว 705.08 ไร่ ขณะที่มังคุดอินทรีย์ได้รับการรับรอง 370.56 ไร่ คิดเป็น 52.5% ของพื้นที่ที่ได้รับการรับรอง อย่างไรก็ตาม การผลิตพืชอินทรีย์ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบทำให้ต้นทุนระยะแรกค่อนข้างสูง แต่หากเกษตรกรสามารถปรับตัวได้ จะส่งผลดีในระยะยาว ต้นทุนลดลงจากการลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก ผลผลิตมีคุณภาพ สร้างความปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่สำคัญช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสแข่งขันในตลาดสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี