วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
นายจรุง ศรีศรัทธา เกษตรกรแปลงต้นแบบการผลิตปาล์มน้ำมันที่เหมาะสม เปิดเผยว่าสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 (สวพ.7) กรมวิชาการเกษตร ได้คัดเลือกให้ตนเข้าร่วมโครงการแปลงต้นแบบการผลิตปาล์มน้ำมันที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ เป็น 1 ใน 150 แปลงต้นแบบ ของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้วิธีการและเทคโนโลยีในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างเหมาะสม สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ที่มั่นคง ซึ่งจากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่การจัดการสวนปาล์มน้ำมัน สภาพพื้นที่ พันธุ์ การเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและใบปาล์มน้ำมัน ทำให้ทราบถึงธาตุอาหารในดินและอาหารที่สะสมในต้นปาล์มน้ำมันในแต่ละแปลง สามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามความต้องการของปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งกรมวิชาการเกษตรได้ส่งเสริมให้ใช้แม่ปุ๋ยหรือปุ๋ยเชิงเดี่ยว แทนการใช้ปุ๋ยสูตรช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้อย่างน้อย 20% ที่สำคัญ คือ มั่นใจได้ว่าปุ๋ยที่ใส่ไปนั้นปาล์มน้ำมันได้รับธาตุอาหารตามที่ต้องการอย่างแน่นอน เนื่องด้วยต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันกว่า 40% เกิดจากการใช้ปุ๋ย เพราะเมื่อตัดทลายปาล์มน้ำมันก็เท่ากับเอาปุ๋ยออกจากแปลง จึงต้องใส่ธาตุอาหารเพิ่มเติมเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับต้นอย่างสม่ำเสมอ ฉะนั้นการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ นับเป็นตัวช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เด่นชัดที่สุด โดยขณะนี้ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 3.70 บาทต่อกก. ผลผลิตเฉลี่ย 4.8 ตันต่อไร่ เมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ขณะที่ราคาขายปาล์มน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 4.50 บาทต่อกก. ถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้แต่ถ้าราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเกษตรกรก็จะมีกำไรเพิ่มตามไปด้วย ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีอนาคต เพราะเป็นพืชพลังงานที่สิ้นเปลืองใช้แล้วหมดไป ดังนั้น หากเกษตรกรมีการบริหารจัดการที่ดีก็สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาดูงานและเรียนรู้ของจริงได้จากแปลงต้นแบบของตนเอง โดยติดต่อได้หมายเลข 08-1737-9277 มาที่นี่ไม่เพียงแต่ได้ความรู้เรื่องการผลิตปาล์มน้ำมันเท่านั้น ยังมีความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีฟาร์ม บัญชีครัวเรือน เพื่อให้ทราบว่าท่านมีกำไรหรือขาดทุน สามารถใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติคนที่ 2 เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้จัดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนายางสู่เกษตรอุตสาหกรรม เพื่อให้เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรชาวสวนยาง มีความรู้ ความเข้าใจในการแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ และเข้าใจหลักเกณฑ์ การเข้ารับการสนับสนุนจากรัฐบาลตามโครงการ 1 ตำบล 1 SME เกษตร และโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา
นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีขั้นตอนการเตรียมการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ในการสำรวจความต้องการและความพร้อมขององค์กรเกษตรกรด้านยางพาราทั่วประเทศต่อการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งมี 164 องค์กรแสดงความจำนง หลังจากนั้นได้แสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจเพื่อนำเกษตรกรก้าวไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมยางพารา โดยตกลงร่วมกันว่า จะจัดเวทีพบกันระหว่างผู้แทนองค์กรเกษตรกรนักวิชาการที่มีผลงานวิจัย และบริษัทเอกชน ในวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา โดยปรากฏว่ามีตัวแทนภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมกว่า 150 คน
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอให้มีนโยบาย 1 ตำบล 1 SME เกษตร เพื่อรองรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตรให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์จากผลผลิตของตนเอง นอกจากนี้สภาเกษตรกรแห่งชาติยังร่วมมือกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนงานอื่นๆ จัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบล โดยจัดทำแผนนี้อำเภอละ 1 ตำบล เพื่อให้เกษตรกรร่วมมือกันมุ่งสู่การสร้างสินค้าเกษตรในตำบลเหล่านั้นไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมเช่นกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี