วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
เตือน7จว.ภาคกลาง
แนว2ฝั่ง‘เจ้าพระยา’
ระวัง‘มวลน้ำเหนือ’
จ่อทะลักเอ่อล้นตลิ่ง
วันที่ 19 กันยายน นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ออกประกาศฉบับที่ 2 แจ้งเตือนไปถึง 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีปริมาณสูง อาจเอ่อล้นตลิ่งในบางพื้นที่
โดยจากการวัดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในวันเดียวกันนี้ วัดได้ 15.67 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเขื่อนได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนด้วยอัตรา 850 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที อาจจะมีแนวโน้มปรับการระบายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงบริเวณ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และต.บางกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อยซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 1 เมตร และในพื้นที่ลุ่มต่ำอาจจะมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้
ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าหลังจากสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท แจ้งเตือน คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ปภ.จึงประสาน7จังหวัดภาคกลางได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี พร้อมทั้งกำชับศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัย แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปภ.จังหวัดในพื้นที่ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ และ เตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ สถานการณ์ในภาพรวม 5 จังหวัด คือ สุโขทัย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน และแพร่ รวม 15 อำเภอ 34 ตำบล ระดับน้ำลดลงแล้ว ต่ยังคงมีมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา ทั้งนี้ ปภ.จังหวัดที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว
ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าหลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ จากอิทธิพลของพายุราอีช่วงสองสัปดาห์ ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักโดยเฉพาะแม่น้ำยมมีปริมาณน้ำจำนวนมาก และได้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์แล้ว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น แนวโน้มระดับน้ำ ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยกรมชลฯเตรียมบริหารจัดการน้ำหลากไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจำนวนมากขึ้นโดยใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท รับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำได้ จะไม่กระทบพื้นที่การเกษตรกำลังเก็บเกี่ยว โดยควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
โดย ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 850 (ลบ.ม.) ต่อวินาที ได้ส่งผลน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคือในพื้นที่ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และ พื้นที่ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณด้านท้ายแม่น้ำน้อยด้วย รวมทั้งปริมาณน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจึงขอเตือนประชาชนที่อยู่อาศัยริมน้ำนอกคันกั้นน้ำเก็บของขึ้นที่สูงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำป่าจากลำน้ำร่องช้าง ในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น ไหลเข้าท่วมสถานที่ราชการทั้งที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ และมีโรงเรียนอย่างน้อย 7 แห่ง ต้องประกาศหยุดเรียนทันที ขณะที่ ถนนสายพะเยา-เชียงคำ ฝั่งขาเข้าเมืองพะเยา น้ำท่วมพื้นผิวจราจร ซึ่งมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า2,000 ครัวเรือน ถูกน้ำท่วมหนัก เป็นระลอกที่ 2
ส่วนจากปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ตลอดทั้งสัปดาห์ได้ทำให้น้ำป่าจำนวนมากไหลลงสู่ ลุ่มน้ำชมพู แต่ไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำน่านได้ เพราะระดับน้ำสูงกว่า น้ำป่ายังกัดเซาะพื้นคอนกรีตของประตูระบายน้ำและถนนริมตลิ่งลุ่มน้ำชมพู ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร ขาดออกจากกัน ส่งผลให้ชาวบ้าน 2 ตำบลของ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลกไม่สามารถสัญจรได้ และน้ำป่า ยังท่วมนาข้าว ที่กำลังตั้งท้องออกรวง กว่า5,000 ไร่ และปลากว่า100บ่อ ที่เลี้ยงไว้หลุดหายไปกับกระแสน้ำ
ขณะที่ มวลน้ำจาก จ.พิจิตร และ จ.กำแพงเพชร ไหลบ่ามาถึง จ.นครสวรรค์แล้วทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และ แม่น้ำเจ้าพระยา ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 1 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในสัปดาห์หน้าอย่างรวดเร็ว เสียหายนับพันไร่ใน ต.ท่าไม้ ต.พิกุล ต.บางเคียน และ ต.บางพระหลวง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี