วอนเรือประมงปล่อย‘ม้าน้ำ’มีชีวิต ช่วยฟื้นฟูประชากรในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

วอนเรือประมงปล่อย‘ม้าน้ำ’มีชีวิต ช่วยฟื้นฟูประชากรในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากผลการทบทวนสถานภาพการค้าสัตว์ในบัญชี 2 ของอนุสัญญา CITES ชี้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกม้าน้ำมากที่สุด การค้าม้าน้ำของไทยจึงถูกจัดอยู่ในระดับน่าห่วงใยอย่างเร่งด่วน (Urgent Concern) โดยเฉพาะม้าน้ำ 3 ชนิด ได้แก่ ม้าน้ำดำ ม้าน้ำยักษ์ ม้าน้ำหนามกรมประมงจึงร่วมมือกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินโครงการฟื้นฟูประชากรม้าน้ำในแหล่งที่อยู่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล 2 แห่งคือ หาดเจ้าไหม จ.ตรัง และ หมู่เกาะช้างจ.ตราด รวมทั้งมีโครงการเพาะพันธุ์ม้าน้ำปีละ 100,000 ตัว เพื่อปล่อยสู่แหล่งอาศัยเดิมตามธรรมชาติ รวมทั้งจัดทำโครงการบริหารจัดการทรัพยากรม้าน้ำให้ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย

1.การวิจัยและศึกษาทางวิชาการประมงอาทิ การศึกษา สำรวจติดตามปริมาณม้าน้ำในประเทศไทย แหล่งกระจายพันธุ์ และความหลากหลายของม้าน้ำและการพัฒนาเครื่องหมายดีเอ็นเอ เพื่อใช้บริหารจัดการตามอนุสัญญา CITES 2.การออกมาตรที่มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรม้าน้ำ ทั้งมาตรการทางตรงและมาตรการทางอ้อม โดยเฉพาะมาตรการควบคุมจำนวนเรือประมงพาณิชย์ จำนวนเครื่องมือ และขนาดตาอวนทำการประมงให้สมดุลกับปริมาณสัตว์น้ำในธรรมชาติ มีมาตรการห้ามทำการประมงชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของม้าน้ำ และสัตว์น้ำวัยอ่อน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำฟื้นตัวอย่างสมดุล รวมทั้งม้าน้ำที่อาจติดมากับสัตว์น้ำอื่นๆที่ได้จากการทำประมง


“จากผลการศึกษาด้านประชากรม้าน้ำพบว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนม้าน้ำในธรรมชาติ ดังนั้นการอนุรักษ์ม้าน้ำจึงต้องจัดการกับพฤติกรรมของมนุษย์ และปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ นอกเหนือจากการปกป้องดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งที่อยู่อาศัย เช่น การสนับสนุนให้ชาวประมงปล่อยม้าน้ำสู่ทะเล หรือเลือกจับเฉพาะม้าน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตร เพื่อให้ม้าน้ำมีโอกาสคลอดลูกอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนถูกนำมาใช้ประโยชน์ กรมประมงจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวประมงปล่อยม้าน้ำมีชีวิตที่ติดเครื่องมือประมง ไม่ทำการประมงในเขตอนุรักษ์ แนวปะการัง และหญ้าทะเล ซึ่งเป็นที่อยู่ของม้าน้ำ รวมถึงไม่จับม้าน้ำที่ตั้งท้องขึ้นมาใช้ประโยชน์” นางอุมาพร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top