วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
เลาะรั้วเกษตรวันนี้ มาตามติดการทำงานของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” กับการเดินหน้าแก้ปัญหาภาคการเกษตร หลังจากที่ประกาศก้องอย่างอารมณ์เสียว่า ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของชาวเกษตร เพราะดูแลแค่ 20% อีก 80% มันต้องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นผู้ดูแล แต่แปลกใจทำไมจู่ๆ เห็นท่านแจ้นไปพร้อมคณะ ที่เมืองพิษณุโลกสองแคว ว่ากันว่า งานนี้ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ สั่งระดมทุกวิถีทางในการรับมือป้องกันอุทกภัย ร่องฝนที่คาดกันว่าจะเข้าวันที่ 22-23 กันยายนนี้ โดยสั่งให้ตัดน้ำก่อนเข้าสุโขทัย แค่ 450 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมเร่งขุดคลองส่งน้ำเชื่อมโยงแก้มลิง “บางระกำโมเดล” รับน้ำหลากได้มาก และยังสั่งการให้ทางจังหวัดทำความเข้าใจในการหันกลับไปทำนาแบบเดิมๆแต่โบราณ หนีน้ำหลาก โดยควรปลูกข้าวช่วง เมษายน และเก็บเกี่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคม เพื่อหนีน้ำหลาก
ว่ากันว่า งานนี้เป็นคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ รมว. เกษตรฯ ในฐานะเจ้ากระทรวง เกษตรฯ เข้าไปดูแลสั่งการด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพราะมันจะซ้ำรอยเดิมของใครบางคน ว่ากันว่างานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เขาเลือกแล้วว่า อย่างนี้ถูกคนถูกงาน ที่เคยเป็นมา และก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาว่าท่านสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เขาเข้าไปดูแล เหมือนที่ท่านบอกว่าเกษตรฯไม่เกี่ยว เอาน่าท่านรัฐมนตรีไหนๆ เขาก็ทำมาอย่างนี้ ยังไงเกษตรต้องดูแลเรื่องน้ำ ก็ทำๆไปเหอะ เผื่อผลงานจะเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง ดีกว่าลงพื้นที่ ส.ป.ก. ที่หวังเอาผลงานฉายหนังซ้ำบ่อยๆ มันน่าเบื่อนะ ท่านเปลี่ยนมุข มาเล่นเรื่องอื่นบ้างก็ดี
มาถึงวันนี้ เรื่องของน้ำต้องยอมรับว่า คนที่ดูเรื่องน้ำอันดับต้นๆ ที่พูดถึงน้ำท่วมปั๊บคนต้องนึกถึงกรมชลประทานแน่นอน เพราะเป็นส่วนบริหารจัดการเรื่องน้ำโดยตรง ซึ่งก็มีคนถามกันมาเยอะกันว่าวันที่ 23-24 กันยายนนี้ เอาอยู่หรือเปล่า ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ ท่านพี่ “ทองเปลว กองจันทร์” รองอธิบดีกรมชลประทาน เขาเอาหัวเป็นประกันว่า เอาอยู่ เพราะมวลน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จะมาถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิม 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ไม่สามารถทำอะไร เมืองบางกอก หรือกรุงเทพฯได้ดอก เพราะน้ำจะท่วมกรุงเทพฯได้ ต้อง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป อ้าวได้ยินอย่างนี้สบายใจแล้วนะคนกรุงเทพฯ
มาอีกเรื่องที่ได้ยินแล้ว น่าจะเป็นเรื่องสบายใจแทนเกษตรกร ชาวสวนยาง เมื่อมีเสียงแว่วๆว่า ยางที่มีในสต๊อกยางกว่า 3.1 แสนตัน ทางการยางแห่งประเทศไทย จะถึงเวลาสะสางปัญหากันเสียที ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าเร็วๆนี้ทางนาย ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย จะเสนอแผน ในการนำยางไปใช้ในโครงการสร้างถนนตาม ใน “โครงการสร้างถนนยางพาราพอลิเมอร์ดินซีเมนต์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นผู้ศึกษา ว่าของเขาดีจริงๆ ว่ากันว่าหากรัฐบาลเห็นด้วยงานนี้ จะเป็นการเช็คยอดยางจริงที่ใคร ต่อใครหมกเม็ดเอาไว้มายาวนาน และที่สำคัญเอาไปใช้ได้ไวเท่าไหร่จะทำให้ แก้ปัญหาการขาดทุนยางของในสต๊อกยาง กยท. ได้ไวเท่านั้น เพราะวันนี้แค่ค่าเก็บอย่างเดียว เดือนละกว่า200 ส่วนจะมียางจริงหรือไม่ จะได้เห็นกัน ระวังนะเจอขี้ใคร ก็รับเองก็แล้วกัน อ้าวทำจริงนี้ก็น่าจะเป็นอีกผลงานของกระทรวงเกษตรฯจ้า
สุดท้ายและท้ายสุด ขอฝากแสดงความยินดีไปถึง “เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง” รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารและสมาชิก ให้ดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำแห่งประเทศไทย” คนล่าสุดเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา
หมิงเทียน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี