วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
"บิ๊กฉัตร น้อมนำแนวพระราชดำริ รื้อฟื้น"บึงสีไฟ "จ.พิจิตร เป็นแก้มลิง รับน้ำหลาก จากลุ่มน้ำน่าน ช่วยบรรเทาอุทกภัได้ปีนี้ ชี้พื้นที่ท่วมนอกคันกั้นน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติในสิ้นเดือนนี้ เขื่อนพระรามหก หยุดระบายน้ำแล้ว"
22 ต.ค. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนได้รื้อฟื้นพัฒนา บึงสีไฟ จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงขนาด 5,390 ไร่ ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ ให้สามารถกักเก็บน้ำบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ในปีนี้ ซึ่งก่อนนี้ การจัดทำโครงการต่างๆ ขาดการมองในภาพรวม กองทัพบกจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเติมในจุดที่ว่าง เมื่อ คสช. เข้ามาได้มองในภาพรวม ทำงานบูรณาการกัน จึงสำเร็จเกิดประโยชน์ในภาพรวม
รมว.เกษตรฯกล่าวว่า บึงสีไฟ อยู่ห่างแม่น้ำน่านไม่มาก ใช้รับน้ำหลากจากพื้นที่ ที่ผ่านมามีความเจริญที่เกิดขึ้น ทำให้มีการก่อสร้างบ้านเรือน ถนน โดยรอบบึง ปิดกั้นทางน้ำเข้า ทำให้ไม่มีน้ำเข้าบึงสีไฟติดต่อกันหลายปี เป็นบึงที่แห้งแล้ง จนบางปีลอยกระทงไม่ได้ ซึ่งเมื่อปี 2557 ทางกองทัพบก ได้จัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยมอบให้ตนในขณะนั้นเป็นผช.ผบ.ทบ. กำกับดูแลในภาพรวม ซึ่งโครงการหนึ่ง คือ การพัฒนาบึงสีไฟ เป็นการดำเนินการร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ โดยนำแนวพระราชดำริมาแก้ปัญหา ได้ใช้การมีส่วนร่วมของชุมชน หาทางนำน้ำเข้าบึง จึงได้ขุดลอกขยายคลองรับน้ำให้กว้างขึ้น โดยตนได้เห็นสภาพปัญหา จึงน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้จริงจังจะทำปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้หมดและตนในฐานะเป็นประคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คสช. ได้ให้จัดทำโครงการต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบึงสีไฟ ขุดคลองส่งน้ำภายในบึงสีไฟ เพื่อกระจายน้ำให้ทั่วทั้งบึง เพิ่มความชุ่มชื้น
"ในระหว่างเกิดสถานการณ์อุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน ผมได้สั่งการกรมชลประทาน ให้ผันน้ำจากระบบชลประทานเติมให้บึงสีไฟ และ จัดทำระบบสูบน้ำจากแม่น้ำน่านโดยท้องถิ่นรับผิดชอบค่ากระแสไฟฟ้า เติมน้ำให้บึงสีไฟในช่วงฤดูแล้ง ให้กรมชลฯปรับงบประมาณทำทันที ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำระบบสูบน้ำได้ ร้อยละ 96 ขาดงานถมดินท่อน้ำ เนื่องจากดินอ่อนจากฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ รวมทั้งกรมชลฯได้ผันน้ำผ่านระบบชลปนะทาน ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. 59 รวม 8.50 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ขณะนี้ บึงสีไฟมีน้ำ 8.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุ" รมว.เกษตรฯ กล่าว
สำหรับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ในทุกพื้นที่จะกลับสู่ภาวะปกติในสิ้นเดือนนี้ และบางพื้นที่ไม่เกินต้นเดือนหน้าโดยขณะนี้ปริมาณน้ำลดลงทุกจุด ที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำไหลผ่าน 1,732 ลบ.ม./วินาที เขื่อนป่าสัก 2 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระรามหก ไม่มีการระบายโดยมาถึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้ากทม. เฉลี่ย 1,672 ลบ.ม./วินาที
ล่าสุดจากที่ตรวจสอบพื้นที่ต่ำนอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงจากวันที่ 13 ต.ค. ดังนี้ บ้านป้อม จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 0.53 ม. (จากล้นตลิ่ง 0.30 ม. ลงมาต่ำกว่าตลิ่ง 0.23 ม.) บ้านบางหลวงโดด จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 0.51 ม. (จากล้นตลิ่ง 1.79 ม. ลงมาล้นตลิ่ง 1.28 ม.) บ้านบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 0.46 ม. (จากล้นตลิ่ง 1.07 ม. ลงมาล้นตลิ่ง 0.61 ม.) ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 3.33 ม. (จากต่ำกว่าตลิ่ง 1.79 ม. ลงมาต่ำกว่าตลิ่ง 5.12 ม.)
สรุปพื้นที่เกษตร 4 ทุ่ง มีทุ่งป่าโมกในจ.อ่างทอง และทุ่งบางบาล ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ 627,450 ไร่ ปลูก 261,316 ไร่ ยังไม่เก็บเกี่ยวในทุ่งเจ้าเจ็ด 42,000 ไร่โดยทั้ง 4 ทุ่ง สามารถเก็บน้ำได้ 1,150 ล้าน ลบ.ม. มีเพียงทุ่งป่าโมกที่ทำประชาคมแล้ว ปล่อยน้ำเข้าทุ่งไป 48 ล้าน ลบ.ม.ส่วนทุ่งที่เหลือรอประชาคม และ เก็บเกี่ยวหมดสิ้นเดือนนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี