วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ความจริงผมได้รับบทความฉบับนี้จากคุณ “มนตรี บุญจรัส” ประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด มาตั้งแต่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอให้ช่วยเผยแพร่ความรู้ในการจัดการพื้นที่การเกษตรสำหรับรับมือกับ “น้ำหลาก” แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์เร่งด่วนหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเสด็จสวรรคตขององค์ “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” อันนำมาความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งชาติ จึงทำให้ยังไม่มีโอกาสนำบทความของคุณมนตรีมาเผยแพร่ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบอย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งต้องขออภัยท่านผู้อ่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไรเชิญทัศนากันได้เลย หรือผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัยอยากปรึกษาหาความรู้จากชมรมเกษตรปลอดสารพิษโดยตรง ก็สอบถามได้ที่ 0-2986-1680-2 ครับ
มะลิลา
“น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง” คาดว่าทุกคนคงจะคุ้นหูได้ยินได้ฟังกับวลีท่อนนี้ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่น 30 อัพขึ้นไป เพราะเป็นคำที่มาจากเพลงอมตะที่ประพันธ์โดยครูไพบูลย์ บุตรขัน และขับร้องโดยคุณศรคีรี ศรีประจวบ โด่งดังมากในยุค 40–50 ที่ผ่านมา จนทำให้คนยุคนั้นและยุคต่อๆ มาครั้นประสบพบปัญหาทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งหลายรอบ ต้องคิดหนัก และอดคิดตามไปไม่ได้ว่าจริงๆ แล้ว “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้งจริงหรือ?”
จากข้อมูลเชิงสถิติปริมาณน้ำในช่วงหน้าฝน จะมีน้ำในเขื่อนค่อนข้างมาก ทำให้ความสามารถในการกักเก็บสำรองกับปริมาณน้ำที่จะเกิดขึ้นจากพายุต่างๆ ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน จึงจำเป็นจะต้องปล่อยน้ำระบายออกมา ซึ่งก็เลี่ยงไม่ได้กับปัญหาน้ำท่วมที่สร้างความตระหนกตกใจให้แก่พี่น้องที่อยู่ใต้เขื่อนเป็นอย่างยิ่ง ไล่ตั้งแต่จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา มาจนถึงกรุงเทพมหานคร
สำหรับเกษตรกรเพื่อลดการชะล้างผิวดิน ควรต้องใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก อินทรียวัตถุให้ดินมีความนุ่มชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้น้ำจากผิวดินซึมซาบลงไปสู่ดินชั้นล่างให้มากที่สุด และที่สำคัญอย่าใช้แต่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว เพราะด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากก็จะเกิดน้ำหลาก ดินที่แน่นแข็งเป็นดาน หน้าดินตื้นจะถูกกระแสน้ำหลากพัดพาอินทรียวัตถุความอุดมสมบูรณ์ของดินไปได้ง่ายๆ และเมื่อน้ำท่วมผ่านไปแล้วพืชไร่ไม้ผลต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมในระยะหนึ่งจะช็อต เพราะรากขาดออกซิเจน พืชอ่อนแอ ทรุดโทรม ต้นเหลือง และหลังน้ำท่วมอย่าเพิ่งรีบเข้าไปดูแลบริหารจัดการ เพราะจะไปเหยียบย่ำรากของพืชที่กำลังอ่อนแอให้บอบช้ำ และอาจจะเกิดโรคซ้ำเติมได้ง่าย ควรปล่อยให้ผ่านไปสักระยะหนึ่งค่อยให้น้ำให้ปุ๋ยบำรุงอีกครั้ง เรื่องนี้ควรรู้เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกรเลยทีเดียว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี