วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
นางอรอนงค์ เสียงหวาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานีใช้หลักการทำงานตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ภายใต้การมีแนวคิดในการทำงาน “คนคือหัวใจในการทำงาน”ต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้พร้อมในการทำงาน” ส่งผลให้การทำงานในฐานะข้าราชคนนี้ที่มีหัวใจเล็กๆ ดวงหนึ่งแต่เปี่ยมไปด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ ที่ต้องการช่วยเหลือส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งผลจากการทำงานที่ทุ่มเท ทำให้วันนี้เธอได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ นักส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลดีเด่น ปี 2559 กรมส่งเสริมการเกษตร
นางอรอนงค์ เสียงหวาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า สำหรับรางวัลนักส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลดีเด่น ปี 2559 กรมส่งเสริมการเกษตร นับเป็นเกียรติและสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าการทำงานในฐานะข้าราชการตัวเล็กๆ คนนี้จะไม่มีเป้าหมายเป็นรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งมีเพียงปณิธานที่ตั้งมั่นในการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรเท่านั้น แต่เมื่อการทำงานตรงนี้ได้รับการยอมรับและตอบแทนด้วยรางวัลอันมีเกียรติ ก็จะยึดเอารางวัลนี้เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติของตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
.jpg)
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือพ่อหลวงของคนไทยทุกคนมาปฏิบัติถือเป็นหลักการทำงานสูงสุดที่ตนยึดปฏิบัติตลอดมา เริ่มจากการพัฒนาตนเอง พัฒนาสิ่งรอบข้าง รวมไปถึงการส่งเสริมพัฒนาเกษตรกรให้สามารถยืน ได้ด้วยลำแข้งของตนเอง สามารถประกอบอาชีพใดๆ ทุกด้านด้วยเน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ซึ่งจากการฝึกอบรมเกษตรกรด้านการเกษตรต่างๆ ที่ผ่านมานั้น ตนจะคอยบอกกับเกษตรกรอยู่เสมอว่าเราจะต้องทำตัวให้พร้อมพัฒนา พร้อมรับสิ่งใหม่เข้ามาปรับปรุงการประกอบอาชีพอยู่ตลอดเวลา
นางอรอนงค์ กล่าวอีกว่า การทำงานด้านการส่งเสริม ไม่ใช่เพียงแค่การเรียกประชุมเกษตรกรและอธิบายถึงสิ่งที่ต้องการให้เขารู้เพียงเท่านั้น แต่การส่งเสริมที่ดีจะต้องเข้าใจ เข้าถึง และนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดด้วย โดยในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกข้าว จึงทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพการทำนา ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง สามารถผลิตข้าวคุณภาพ เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากตลาด ทำให้ที่ผ่านมามีการเซ็น MOU ร่วมกับโรงสีกว่า 10 โรง ในการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด พร้อมกับมีการทำ GAP เป็นรายแปลง โดยมีเป้าหมายสูงสุดในอนาคตที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์ต่อไป
นอกจากนี้ในพื้นที่ดังกล่าวยังได้มีการส่งเสริมการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ชาวนาไทยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง แต่ยังคงเรื่องคุณภาพและปริมาณให้มากขึ้นเริ่มจากมีการแนะนำให้เกษตรกรไถกลบตอซัง จากนั้นก็ปลูกปอเทืองและไถกลบปอเทืองอีกครั้ง เป็นการปรับปรุงบำรุงดินในเบื้องต้น พร้อมกันนั้นก็มีการทำปุ๋ยใช้เอง ทำเชื้อราไตโครเดอร์มา กำจัดโรคไหม้ในนาข้าว ทำเชื้อราบิวเวอร์เรีย กำจัดศัตรูพืช และได้จัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกร รวมถึงมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อแปรรูปผลผลิตจากข้าวคุณภาพดี อาทิ ข้าวกล้อง ข้าวฮาง ข้าวเกรียบ เป็นต้น ซึ่งจะเน้นการทำตลาดในพื้นที่เป็นลำดับแรก เนื่องจากต้องการให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือตนเองได้ก่อน ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการพึ่งตนเองให้เกิดขึ้นอันจะนำไปสู่การช่วยเหลือตนเองได้ในที่สุด
“ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้มีพื้นที่การเกษตร 29,000 ไร่ เป็นพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกข้าว 20,000 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการนาแปลงใหญ่ปี 2559 จำนวน 200 ราย พื้นที่ 3,000 ไร่ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100 ราย และมีพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มถึง 5,000 ไร่ เพราะเกษตรกรหลายคนได้เห็นข้อดีจากโครงการดังกล่าวว่าจะสามารถทำให้อาชีพชาวนามีความยั่งยืนและมั่นคงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง ทำให้ไม่สามารถทำนาปรังได้ก็ตาม แต่รัฐบาลก็ได้ส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกพืชไร่อายุสั้นใช้น้ำน้อย หรือการทำเกษตรผสมผสานแบบประณีต เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรตลอดทั้งปีทำให้เกษตรกรให้การยอมรับและเชื่อมั่นในภาครัฐมากยิ่งขึ้น”นางอรอนงค์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี