วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
28 ต.ค.59 ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ‘การพัฒนาและขยายผลเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ’ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ระหว่างมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะนำแนวพระดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ต้องตื่นรู้ เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ ถ้าทุกชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ จะสามารถลงภาระของรัฐบาลได้
ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงทุ่มเทปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาโดยตลอด ซึ่งทุกโครงการกุญแจแห่งความสำเร็จนั้น คือ ความร่วมมือจากประชาชน ถ้าขาดส่วนนี้แล้ว การทำงานของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวก็จะไม่สามารถเกิดผลสำเร็จได้ ทุกแนวพระราชดำริของพระองค์จะนำประโยชน์อันยิ่งใหญ่มาให้ประชาชน แต่พระองค์ทรงเริ่มโครงการในส่วนเล็กๆก่อน คือ เริ่มจากชุมชนเล็กๆ ก่อนขยายความสำเร็จไปสู่ชุมชนอื่นๆ
ในส่วนของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้พัฒนาเครือข่ายการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน พบตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ในระดับชุมชนจำนวนมาก แต่ละชุมชนมีความรู้และประสบการณ์ที่เป็นแบบอย่างความสำเร็จจากการน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลเดช เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม
ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พบว่าทุกวันนี้ปัญหาการบุกรุกทำลายพื้นที่ต้นน้ำส่งผลกระทบโดยรวมต่อส่วนรวมของประเทศ พื้นที่ต้นน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ เป็นเรื่องน่าเห็นใจว่าการดำเนินการบางส่วนก็ประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง แต่บางส่วนก็เกิดความยุ่งยากอย่างมาก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งว่าถ้าประชาชนไม่ร่วมมือหรือลงมือทำด้วยการดำเนินการของหน่วยงานราชการคงสำเร็จได้ยาก
‘พระองค์เคยรับสั่งเป็นนัยสำคัญว่าเมื่อไรจะเห็นป่าไม้หมู่บ้านเสียที เพราะมีป่าไม้จังหวัด ป่าไม้อำเภอแล้ว หมายความว่าให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้นั่นเอง เรื่องนี้ผ่านมา 30 ปีแล้ว สื่อถึงว่าเมื่อไรประชาชนจะลุกขึ้นมาปกป้อง ลงมือฟื้นฟูป่าด้วยตัวเอง กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ก็ประสบปัญหาการบุกรุกของชาวบ้านไม่รู้จบมาตลอด ดังนั้นจะทำอย่างไร การจะเอาคนออกมาหมดบางแห่งทำได้ บางแห่งก็มีปัญหา ถ้าให้เขาอยู่กับป่าตามแนวพระราชดำริที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว คงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีการขยายพื้นที่บุกรุกทำลายป่าออกไปอีก และต้องเพิ่มพื้นที่ป่า หากินกับป่าให้เกิดความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ทั้งป่าทั้งคนอยู่ได้’ ดร.สุเมธ กล่าว
ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวของทั้ง 2 หน่วยงานในการพัฒนาและขยายผลเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริสู่การขยายแนวคิดเชิงปฏิบัติ และลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงานร่วมกัน สามารถขยายผลไปสู่เครือข่ายชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระหว่างชุมชน เครือข่ายหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อใช้เป็นตัวอย่างขยายผลสำเร็จให้เกิดเครือข่ายการพัฒนาการจัดการดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ อย่างยั่งยืนที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี