วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่จำนวนมาก แม้จะเข้าสู่วันที่ 5 แล้วก็ตาม หลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันนานนับสัปดาห์ ทำให้น้ำจากตำบลรางบัว ตำบลปากช่อง ตำบลหนองนกกระเรียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่สูง ไหลมารวมและสะสมกันที่เขตเทศบาลตำบลจอมบึงจนเอ่อล้นท่วมถนนสายหลัก ทำให้รถเล็กสัญจรไม่สะดวก
นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมขังตามอาคารบ้านเรือนของประชาชน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลจอมบึงต่างเร่งหาพื้นที่ระบายน้ำออกเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถแบลคโฮเข้าขุดและปิดทางเดินของน้ำที่บริเวณทางน้ำหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต่างต้องช่วยกันนำเครื่องสูบน้ำมาทำการสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อที่จะเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งจอมบึง เพื่อให้น้ำลดระดับลง
นายสมบูรณ์ เทพสวัสดิ์ นายกเทศบาลตำบลจอมบึง กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลได้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน โดยที่เราได้ปิดเส้นทางของทางน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถควบคุมได้ อำเภอจอมบึงเป็นพื้นที่กว้าง เขตเทศบาลตำบลจอมบึงเป็นพื้นที่เปรียบเสมือนท้องกระทะ เมื่อเกิดฝนตกหนัก จึงต้องใช้เวลาในการที่จะสูบน้ำออกซึ่งคาดว่าภายในสองวันนี้สถานการณ์จะคลี่คลายไปได้บ้างถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีก สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอจอมบึงครั้งนี้นับได้ว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี จากเดิมที่เมื่อปี 2539 ครั้งนั้นเกิดน้ำท่วมหนักในอำเภอจอมบึง จนทำให้บ้านเรือนประชนต้องจมอยู่ในบาดาล และมาในครั้งนี้ 25 พฤศจิกายน 2559 ส่งผลให้ถนนหลายสายต้องอัมพาต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำเข้าร่วมแล้วนับสิบหลัง
ขณะที่ถนนสายบ้านตลาดควาย – น้ำพุ หมู่ที่ 7 ตำบลจอมบึง อำเภอเมืองราชบุรี มีน้ำไหลเข้าท่วมรถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเดินทางอย่างระมัดระวัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเกิดน้ำเอ่อล้นท่วมถนนสายหลักเป็นระยะทางกว่า 150 เมตร และมีความสูงจำนวน 120 เมตร จากการนำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบันทึกภาพพบว่าบริเวณช่วงที่ถนนสายหลักนั้นเป็นทางน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำเครื่องสูบน้ำมาทำการสูบเพื่อเร่งระบายน้ำออกลงสู่รำลางเพื่อปล่อยไหลไปทางน้ำก่อนจะถูกปล่อยสู่บริเวณเขื่อนแม่กลองที่อำเภอ ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทได้นำถัง 200 ลิตร ทาสีขาวแดงมาวางเพื่อแสดงให้ระวังเส้นทางพื้นถนนสาย บริเวณบ้านบางแนะ ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง เชื่อมต่อ ต.บางทอง อ.ท้ายเหมือง ทรุดตัวลงหลังจากมีน้ำกัดเซาะทำให้พื้นผิวจราจรทรุดตัวลงเหลือเพียง 1 ช่องจราจร รถที่สัญจรไปมาเป็นไปด้วยความลำบาก โดยถนนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทพังงา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รับทราบแล้วพร้อมเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อไป ส่วนสาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำฝนกัดเซาะริมตลิ่งที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวจราจรและทรุดตัวลงสภาพอย่างที่เห็น
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.เพชรบุรีว่า ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยเฉพาะที่ อ.เมือง อ.บ้านลาด และ อ.ท่ายาง เนื่องจากกรมชลประทานได้ลดการปล่อยน้ำลงแม่น้ำเพชร และเร่งระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง และทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร และเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหา โดยล่าสุดเขื่อนเพชร ระบายน้ำในอัตรา 64 ลบ.ม.ต่อวินาที จากปกติระบาย 80 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำลดลง 60 ซม. นอกจากนี้ยังได้ใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 21 เครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะในย่านตัวเมืองเพชรบุรีซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่องในบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด
“กรมชลประทานแจ้งว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี น่าจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ในภายใน 1 – 2 วันนี้ ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามข้อมูลจากการรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ที่ อ.บ้านแหลม และยังฝากให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายจะทำให้สามารถผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน และยังได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.เพชรบุรี เพิ่มเติมจากงานที่ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วในปัจจุบัน ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับทราบและจะได้ดำเนินการสั่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ วันที่ 6 พ.ย.นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี