วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569
นักวิชาการ ร่วมหารือวางมาตรการป้องกันการลักลอบคัดลอกวิทยานิพนธ์ โดยยกกรณีตัวอย่างล่าสุดของมหาวิทยาลัยย่านตลิ่งชันและรามคำแหงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดการประชุมนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์”
โดยมี ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หัวหน้าโครงการฯ ดร.เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร ศ.ดร. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เมธีวิจัยอาวุโสสกว. ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช อดีตผู้อำนวยการ สกว. รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ศ.ดร.สดชื่น ชัยประสาธน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สกว. ร่วมการประชุมและให้ความเห็นแก่งานวิจัย ภายใต้ชุดโครงการวิจัยดังกล่าว
.jpg)
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุมเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย ดร.วินัย ได้มอบหมายให้ นางสาวกมลทิพย์ ธรรมกีรติ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับ “ลักวิทยา” (Plagiarism) ที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการของประเทศไทย โดย นางสาวกมลทิพย์นำเอกสารทั้งชุดมาประกอบการอธิบายเพื่อป้องกันการกล่าวหาบุคคลอื่น ว่า ระหว่างการศึกษาเอกสาร เรื่อง “ปัตตานีในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง ศตวรรษที่ 19” ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยย่านตลิ่งชัน และ รามคำแหง เพื่อประกอบงานวิจัย พบความผิดปกติของวิทยานิพนธ์ 2 เล่น คือ มีเนื้อหาคล้ายคลึงกัน ทั้ง สารบัญ วัตถุประสงค์ และเนื้อหาภายในเล่ม บางประเด็นมีการสลับประโยค และเปลี่ยนชื่อบางชื่อเพื่อให้ง่ายแก่ความเข้าใจ เช่น ศักราช และชื่อเมือง เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน ตนจึงได้สอบถามไปยังเจ้าของวิทยานิพนธ์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
อย่างไรก็ดี การคัดลอกวิทยานิพนธ์และมีการดัดแปลงเนื้อหา ในแวดวงวิชาการ ถือเป็นการกระที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการกระดังกล่าวทำให้เกิดความผิดพลาดของข้อมูล และผลวิจัยที่คลาดเคลื่อน ในส่วนนี้ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า หน่วยงานทางด้านการวิจัยจะต้องมีการวางมาตรการในการป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็น “อาชญากรรมทางวิชาการ” ส่งผลเสียต่อแวดวงวิชาการ และจรรยาบรรณวิชาชีพ ทั้งนี้สมมติว่า ผู้กระทำการคัดลอกวิทยานิพนธ์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ย่อมส่งผลต่อการถ่ายทอดจรรยาบรรณวิชาชีพแก่นิสิต นักศึกษา ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เองก็ควรมีความรอบรู้ในหัวข้อที่ต้องรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
.jpg)
รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. อธิบายเพิ่มเติ่มว่า สกว.เป็นหน่วยงานซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนการวิจัย และผู้ขอทุนวิจัย จะต้องกรองข้อมูลในใบสมัครให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของหัวข้อการวิจัย วัตถุประสงค์ รวมถึงการนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปขอการสนับสนุนจากองค์กรอื่นๆ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการให้กรอกเอกสารจากผู้ขอทุน แต่ก็มีผู้ขอทุนบางท่านไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ ในส่วนนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หน่วยงานวิจัยจะต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบผู้ที่มารับการสนับสนุน พร้อมทั้งบทลงโทษต่างๆที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังขณะเดียวกัน หน่วยวิจัยมนุษยศาสตร์ สกว.ได้มีโครงการวิจัย “จริยธรรมวิชาชีพ” ซึ่งหากมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวแก่สาธารณะ ก็ขาดว่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการสร้างการตระหนังทางวิชาชีพนั้นๆต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี