วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569
13 พ.ย. 59 เวลา17.00 น. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ และศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ประกอบด้วย พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ได้นำกำลังพลกองทัพเรือ จำนวน 389 นาย แยกเป็น นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ จำนวน 89 นาย และกำลังพลจากฐานทัพเรือกรุงเทพ จำนวน 300 นาย ตลอดจนบุคลากร จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมในกิจกรรมน้อมดวงใจชาวศิริราช ตามรอยพระราชปณิธานพระภูมิพล ซึ่ง กองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพเรือ ณ โรงพยาบาลศิริราช และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อ ถวายความอาลัย และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
สำหรับการจัดกิจกรรม น้อมดวงใจชาวศิริราช "ตามรอยพระราชปณิธานพระภูมิพล" กิจกรรมเริ่มด้วย การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์จากวงดุริยางค์ราชนาวี นำเครื่องดนตรี 130 ชิ้น 160 ชีวิต โดยมี นาวาเอกภาสกร สุวรรณพันธ์ ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือเป็นผู้ควบคุมวง โอกาสนี้ ยังได้ประพันธ์เพลงขึ้นใหม่ เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน ซึ่งจะมาบรรเลงครั้งนี้เป็นครั้งแรกในงาน ชื่อเพลง“แสงเทียนแสงฟ้า” นอกจากนี้ยังมีเพลงพระราชนิพนธ์ที่นำมาบรรเลงในวันนี้ ได้แก่ เพลงแสงเทียน, อาทิตย์อับแสง, ชะตาชีวิต, ลมหนาว, ในดวงใจนิรันดร์, แผ่นดินของเรา, ยามเย็น, ในหลวงของแผ่นดิน, ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป, แสงทิพย์, แสงเดือน, ของขวัญจากก้อนดิน, ยามค่ำ, แว่ว, สายฝน ซึ่งทุกท่านที่มาร่วมงานสามารถร่วมร้องคลอไปด้วยกัน
.jpg)
เวลาประมาณ 16.30 น. จะเป็นการถวายสักการะต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เริ่มด้วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณาจารย์ และบุคลากรศิริราช ชุดที่สอง พลเรือตรีวศินสรรพ์ จันทวรินทร์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ นำกำลังพลฐานทัพเรือกรุงเทพ ชุดที่สาม ฝ่ายการพยาบาล รพ. ศิริราช นำโดย นางพิทยา ถนัดช่าง และปิดท้ายด้วยนักศึกษาวิทยาเขตบางกอกน้อย
จากนั้นเวลา 17.00 น. กำลังพลฐานทัพเรือกรุงเทพ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จำนวน140 คน ร่วมแปรอักษรหมายเลข ๙ อันหมายถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ส่งผลให้ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนเปี่ยมไปด้วยความสุข นอกจากนี้ยังหมายถึง การครองหัวใจคนทั้งแผ่นดินเอาไว้อีกด้วย ด้วยเพราะการทรงงานของพระองค์ ทรงนึกถึงแต่ความสุขของประชาชนเป็นอันดับแรก ดังที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เขียนไว้ในหนังสือ “ใต้เบื้องพระยุคลบาท” ว่า เคยรับสั่งกับพวกเราครั้งหนึ่งว่า “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น” หลังจากนั้น ศาสตราจารย์ เกียรติยศ นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ เล่าถึงความผูกพัน ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับศิริราช
.jpg)
ต่อจากนั้นก็จะเป็นพิธีแสดงความอาลัย โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ และ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นผู้กล่าวแสดงความอาลัยแทนพสกนิกรที่มาร่วมในพิธี จากนั้นทุกท่านยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ตามด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และจุดเทียนขาวให้สว่างไสวทั่วบริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อร่วมส่งใจแสดงความอาลัยน้อมเกล้าฯ ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อด้วยเพลงต้นไม้ของพ่อ* และเพลงความฝันอันสูงสุด จบด้วยการบันทึกภาพประวัติศาสตร์เพื่อเก็บไว้ในความทรงจำของทุกคน
ต้นไม้ของพ่อในที่นี้ หมายถึง “ต้นศรีตรัง” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงปลูกพระราชทานไว้ให้กับชาวศิริราช เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554 แม้หลายท่านอาจจะเข้าใจว่า ต้นไม้ต้นนี้ได้เหี่ยวเฉาไป แต่แท้จริงแล้ว ต้นไม้นี้ยังมีชีวิต และได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ซึ่งรวมถึงว่า เราทุกคนในที่นี้ก็จะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไปอย่างยั่งยืน
ประวัติวงดุริยางค์ราชนาวี กองดุริยางค์ทหารเรือ
ในปี พ.ศ.2478 ดนตรีของทหารเรือซึ่งมีชื่อเดิมว่า “กองแตร” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “หมวดดุริยางค์ทหารเรือ” ขึ้นการบังคับบัญชากับสถานีทหารเรือกรุงเทพ (ปัจจุบันเป็นฐานทัพเรือกรุงเทพ) ได้มีการขยายอัตรากำลังพลเพิ่มขึ้นและแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกแตรวง และ แผนกซอวง ซึ่งแผนกซอวงนี้ก็คือ “วงดุริยางค์ราชนาวี” นั่นเอง จึงนับได้ว่า “วงดุริยางค์ราชนาวี” ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2478 เป็นต้นมา
.jpg)
กองทัพเรือก่อตั้งวงดุริยางค์ราชนาวี เมื่อปี พ.ศ.2478 และจากนั้นได้พัฒนาก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนสามารถแสดงคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2502 เวลา 20.30 น. ณ หอประชุมวัฒนธรรม โดยใช้ชื่อ "ออร์เคสตรัลคอนเสิร์ต" โดยมี เรือตรี สมัคร เศวตดิษ เป็นผู้อำนวยเพลง ต่อมาในปี พ.ศ.2503 ได้แสดงคอนเสิร์ตอีก 3 ครั้ง โดยแสดงในวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2503 และวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2503 ณ หอประชุมวัฒนธรรม และหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อ "ราชนาวีคอนเสิร์ต" และเรือตรี สมัคร เศวตดิษ เป็นผู้อำนวยเพลง ส่วนครั้งที่ 3 กองทัพเรือได้จัดงานแสดงดนตรี "อานันทมหิดลคอนเสิร์ต" ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2503 ณ หอประชุมวัฒนธรรม ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชปรารภแก่ผู้บัญชาการทหารเรือซึ่งเป็นประธานกรรมการจะจัดงานแสดงดนตรี "อานันทมหิดลคอนเสิร์ต" ด้วยมีพระราชประสงค์ให้กองทัพเรือจัดแสดงดนตรีเพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทยบ้าง กองทัพเรือจึงได้จัดการแสดงดนตรีกาชาดคอนเสิร์ตต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 จนถึงปี พ.ศ.2559 เป็นจำนวน 43 ครั้ง โดยการแสดงทั้ง 43 ครั้งที่ผ่านมา
“วงดุริยางค์ราชนาวี” เป็นวงดนตรีที่มีภารกิจการบรรเลงมากวงหนึ่ง ทั้งนี้มิใช่เพียงงานคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการบรรเลงในงานราชพิธี รัฐพิธี และงานสำคัญต่างๆ อยู่เป็นประจำ จึงนับได้ว่า “วงดุริยางค์ราชนาวี” เป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการดนตรีของไทยในปัจจุบัน
พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อดุริยางค์ราชนาวี จากในคราวที่ ฯพณฯ นายคาร์ล คาร์สเทนส์ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารรัฐเยอรมันและภริยา เดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้มีงานเลี้ยงรับรองขึ้น ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2527 คราวนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานข้อคิดและคำแนะนำในการแสดงดนตรี แก่ นาวาตรี วีระพันธ์ วอกลาง (ยศในขณะนั้น) ผู้อำนวยการเพลงวงดุริยางค์ราชนาวี คราวที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตในปี พ.ศ.2507 ทรงเห็นว่าเครื่องลมไม้ที่ใช้บรรเลงในวง มีสภาพเก่าและคุณภาพของเสียงไม่ได้มาตรฐาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องดนตรีส่วนพระองค์ จำนวน 3 ชิ้น ให้แก่ กองดุริยางค์ทหารเรือ ประกอบด้วย ปี่บีแฟลต คลาริเนต พระราชทานเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2507 ปี่โอโบ พระราชทาน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2509 และปี่บาสซูน พระราชทานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2516 และต่อมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2529 ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ทหารเรือมีเครื่องเก่าๆ มาก ควรจัดพิพิธภัณฑ์ดนตรีขึ้น” ซึ่งหลังจากนั้นพิพิธภัณฑ์ดนตรีที่กองดุริยางค์ทหารเรือ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี