วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
รวมพลังแห่งความภักดี  รำลึกถึงร.9  พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

รวมพลังแห่งความภักดี รำลึกถึงร.9 พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : รวมพลังแห่งความภักดี พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย. รำลึกถึงร.9
  •  

รวมพลังแห่งความภักดี

รำลึกถึงร.9

พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

กรมประชาฯชวนส่งภาพ

ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์

ถวายสักการะเนืองแน่น

21วันยอด635,048คน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 37 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อเวลา 07.02 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559


ถวายสักการะ21วัน635,048คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 05.00-22.10 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน มีจำนวนทั้งสิ้น 36,240 คน รวม 21 วัน 635,048 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,534,846.75 บาท รวม 21วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 45,162,137.75 บาท

พสกนิกรหลั่งไหลถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 04.40 เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตามด้วยเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไป โดยคลื่นพสกนิกรที่ใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ ด้วยความจงรักภักดีและศรัทธาต่อองค์เหนือหัวรัชกาลที่ 9 พร้อมใจกันเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพะมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐที่ทรงตรากตรำทุ่มเทพระวรกาย หวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความสงบสุขตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์

ม.5นั่งรถมาจากโคราช

นายนนธิชัย มณีโชติ นักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.ปากช่องพิทยาคม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่าตนและเพื่อนร่วมห้องอีก 5 คน ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั่งรถทัวร์ออกจาก อ.ปากช่อง เมื่อช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 18 พฤศจิกายน และต่อรถโดยสารประจำทางมายังท้องสนามหลวงเมื่อเวลา 04.00 น. เพื่อเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพ พวกเราตั้งใจเดินทางมาเพราะรักพระองค์ท่านที่ทรงมีโครงการในพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทย โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนโดยทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอย มีการปลูกพืชผัก ขุดบ่อน้ำเลี้ยงสัตว์ และสามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาที่บ้านได้ด้วย หากไม่มีพระองค์พวกเราก็ไม่มีปลานิลกิน หลักเศรษฐกิจพอเพียงยังช่วยพัฒนาการศึกษาด้วย ช่วยให้เรารู้จักประหยัด อดออม และรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ

ชาวอังกฤษซาบซึ้งพระราชกรณียกิจ

ด้านนายเจมส์ ไพเดอร์ อายุ 53 ปี ชาวอังกฤษซึ่งย้ายถิ่นฐานปักหลักอยู่ในประเทศไทย จ.บุรีรัมย์ นาน 15 ปี เพราะความรักในบรรยากาศแบบไทย เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.จารุณี ทองด้วง อายุ 37 ปี ภรรยา โดยเล่าว่าตั้งใจเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล เพราะที่ประเทศอังกฤษมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีกษัตริย์ และตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ได้รู้จักพระองค์ผ่านการทรงงานในด้านต่างๆ มาตลอด 70 ปี ทั้งโครงการพระราชดำริ, เสด็จเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะในภาคอีสาน นอกจากนี้ยังไม่ใช่แค่โครงการพระราชดำริต่างๆ แต่ยังมีพระบรมราโชวาท รวมถึงภูมิปัญญาต่างๆ เวลาที่พระองค์ทรงสอนสิ่งใดประชาชนก็จะปฏิบัติตาม ทำให้ได้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

ชาวปกาเกอะญอร่วมถวายสักการะ

ขณะที่ชนเผ่ากระเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ จาก อ.แม่ละหมาด จ.ตาก เหมารถตู้ออกเดินทางมาตั้งแต่ 6 โมงเย็นของวันศุกร์ และมาถึงสนามหลวงตอนตี 2 พร้อมเข้าคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ โดย นางสาริกา ศรีวนาตระกูล อายุ 32 ปี ชาวปกาเกอะญอ ระบุว่าเดินทางมาพร้อม ด.ญ.รุ่งตะวัน ศรีวนาตระกูล อายุ 11 ปี ลูกสาว และกลุ่มคนในหมู่บ้าน รวมทั้งหมด 12 คน ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านอยากจะมา โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ แต่ลำบากเรื่องการเดินทาง เรามาด้วยความรักที่อยากจะตอบแทนพระองค์ที่ทรงมอบความรักให้กับพวกเราโดยไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนา ทรงทำงานหนักเพื่อราษฏรมาอย่างยาวนาน ต้องขอบคุณพระองค์ท่านจริงๆ

พระบรมฯพระราชทานอาหาร4มื้อ

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งได้ย้ายมาอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือเยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยตั้งรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชนที่แบ่งเป็นสัดส่วน และยังคงมีอาหาร ขนม เครื่องดื่มไว้บริการประชาชนครบ 4 มื้อดังเดิม ตามพระราชประสงค์ที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ประกอบด้วย ข้าวต้มปลา 1,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 600 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อเที่ยงเวลา 11.00 น. ข้าวเหนียวไก่ทอด 4,000 จาน ขนมไทย 300 ชุด มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมูและข้าวเหนียวไก่ 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และมื้อเย็นเวลา 18.00 น. ผัดหมี่พิมาย 2,500 ชุด ยำหมูยอ 99 กก. ขณะเดียวกันมีและน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ได้มีนักเรียนจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) 20 คนจากทั่วประเทศมาเป็นจิตอาสาสลับผลัดเปลี่ยนกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์

ฟ้าหญิงรับสั่งจัดทีมแพทย์

ขณะที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ภายในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลาการ จาก ร.พ.วิชัยยุทธ แบ่งเป็น 2 ผลัด 08.00-16.00 น. จำนวน 17 คน และผลัดที่ 2 เวลา 16.00-20.00 น. จำนวน 18 คน โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามารับการรักษามีอาการวิงเวียนและเป็นลมเนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว

ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวง ด้านทิศตะวันตก เยื้องหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มเกษตรกรบ้านสุเม่น ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้นำส้มเขียวหวาน กว่า 3 ตัน มาแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วย เพื่อรวมใจทำดีเพื่อพ่อ

บก.จร.ปิด8เส้นทาง24ชม.

ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ ทางกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ยกเลิกปิดเส้นทางจราจรโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จาก 27 เส้นทาง เหลือ 8 เส้นทางหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจนถึงขณะนี้ทุกอย่างเข้าที่หมดแล้ว ส่วนการพิจารณาเปิดหรือปิดเส้นทางอื่นๆ เพิ่มเติม ทาง บก.จร.กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มหรือลดในส่วนไหนบ้าง โดย 8 เส้นทางที่จะห้ามรถทุกชนิดผ่านตลอด 24 ชม. ได้แก่ 1.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 2.ถนนสนามไชย ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-วงเวียน รด. 3.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-ท่าช้าง 4.ถนนหน้าพระธาตุตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี-แยกตัดถนนพระจันทร์ 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี-แยกช้างโรงสี และ 8.ซอยสราญรมย์

เยาวชนจิตอาสาร่วมทำความดี

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยจำนวน 501 คน ประกอบด้วย ผู้แทนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 381 คน และผู้ดูแลเด็ก จำนวน 120 คน เพื่อทำกิจกรรม “เด็กไทย หัวใจ พม. ทำดีเพื่อพ่อหลวง” ณ บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ โดยเด็กและเยาวชนดังกล่าว จะทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาถวายบังคม พระบรมศพ

ชมรมจักรยานอุดรฯปั่นเข้ากรุง

สำหรับบรรยากาศที่ต่างจังหวัด เช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณถนนอธิบดี หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานปล่อยขบวนนักปั่นจากชมรมจักรยานอุดรธานี และนักปั่นจาก จ.หนองคาย กว่า 100 คัน นำโดย นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานชมรมจักรยาน จ.อุดรธานี ในกิจกรรม “รวมใจชาวอีสานเหนือเป็นหนึ่งเดียว ปั่นไปกราบพ่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9” โดยได้พากันกราบสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนจะออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ กำหนดถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังในวันที่ 23 พฤศจิกายน เพื่อเข้ากราบสักการะหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมระยะทางประมาณ 570 กม.

จอมโจร100ศพเดิน1,000กม.

ที่ป้อมตำรวจเพนียด ริมถนนเอเซีย 41 อ.หลังสวน จ.ชุมพร บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.ไพศาล ศรีสวัสดิ์ สวป. สภ.หลังสวน นางวัลภา แก้วสวี พัฒนาความนั่นคงของมนุษย ชุมพร และชาวบ้านให้การต้อนรับ นายเจิม เส้งเอียด หรือ “ไข่หมูก” อายุ 67 ปี อดีตจอมโจร 100 ศพ อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 5 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ที่เดินเท้าจาก จ.พัทลุง ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางราว 1,000 กม.

เรียกร้องนักโทษกลับใจเป็นคนดี

นายเจิม กล่าวว่า ในชีวิตของตนได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลายครั้ง จากที่ต้องโทษจำคุก 32 ปี ในเรือนจำไชยา จ.สุราษฏร์ธานี จนพ้นโทษเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา จึงรู้สึกรักในหลวงรัชกาล ที่ 9 เหมือนพ่อจริงๆ ทั้งที่ตอนพ่อที่แท้จริงเสียชีวิตก็ไม่ได้ออกมากราบศพ เนื่องจากถูกจองจำ ตนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และอยากขอเรียกร้องให้ นักโทษทั้งที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ และ ยังถูกจองจำให้กลับใจเป็นคนดีตลอดชีวิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สำหรับตนจะเป็นคนดีไปจนกว่าจะตาย

จนท.เรือนจำร่วมให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทาง ได้มีนางอำพา ด้วงแดง อายุ 60 ปี ภรรยาคู่ชีวิต และ นายชนะพงษ์ ภูมิพัน อายุ 33 ปี ลูกบุญธรรม ขับรถยนต์ติดตามดูแลด้วยความห่วงใย เนื่องจากนายเจิมมีอายุมากและจะได้ช่วยดูแล ในเรื่องความปลอดภัยให้ด้วย อีกทั้งเมื่อผ่านไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีเรือนจำจังหวัด เจ้าหน้าที่เรือนจำ จะออกมาต้อนรับให้กำลังใจ เนื่องจาก สมัยที่จอมโจรไข่หมูก ถูกจองจำ จะเป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี เป็นตัวอย่างที่ดี ของนักโทษ จนเป็นที่รู้จักใน บรรดา จนท.ของเรือนจำทั่วภาคใต้ และเป็นอดีต นักโทษ คนแรก ที่มีการแสดงออกเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และในวันเดียวกันนี้ ยังมี นายพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ เจ้าของ สวนนายดำ ที่เคยถูกจอมโจรไข่หมูกเรียกค่าไถ่ เดินทางมาเป็นกำลังใจให้ด้วย

รวมพลังแห่งความภักดี

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์ขอเชิญชวนประชาชนในทุกพื้นที่ ที่มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน นี้ ร่วมส่งภาพนิ่ง รวมถึงคลิปวีดิโอ ภาพบรรยากาศและกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ที่จัดงาน ส่งมาใน facebook ของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันบันทึกภาพพลังแห่งความภักดีให้ได้มากที่สุด จากทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกชุมชน

“ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมที่ใด ในสถานที่ราชการ ห้างร้าน อาคารสำนักงาน ชมรม สหกรณ์ ศาลาประชาคม วินมอเตอร์ไซค์ โรงเรียน โรงพัก โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ที่ว่าการอำเภอ หรือไม่ว่าที่ใด ก็ขอให้ร่วมใจกันส่งภาพกิจกรรมในพื้นที่ของท่านมาให้มากที่สุด เพื่อร่วมบันทึกกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แสดงพลังแห่งความผูกพันและความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปตราบนิจนิรันด์”

แพร่ภาพความประทับใจ

ทั้งนี้ท่านสามารถส่งข้อมูลมาที่เฟสบุ๊คของกรมประชาสัมพันธ์ โดยการส่งข้อมูลภาพ และวีดีโอ มาทาง inbox ของ facebook: https://www.facebook.com/prdofficial ของกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.ทำการเลือกที่เมนูข้อความ 2.พิมพ์ข้อความ แนบข้อมูลภาพและวีดีโอ แล้วกดส่งข้อความมาที่ facebook กรมประชาสัมพันธ์ โดยจะมีผู้ดูแลฐานข้อมูลทำการอัพข้อมูลให้ท่านเพื่อเผยแพร่ต่อไป

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า กรมประชาสัมพันธ์ จะทำการตัดต่อ และคัดเลือกภาพและคลิปวีดิโอ ที่ส่งมา นำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT และ NBT World เพื่อเผยแพร่ภาพที่งดงามประทับใจเหล่านี้ต่อไป จึงขอเชิญทุกๆท่าน ร่วมกิจกรรม รวมพลังแห่งความภักดี ในวันที่ 22 พย. นี้ เวลา 8.00 และส่งภาพกิจกรรมมายังกรมประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังผาเมือง ย้ำเข้มป้องกันชายแดนเหนือ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

เกาะพะงันบุกรวบ! 4 หนุ่มอิสราเอลจัดปาร์ตี้อัปยา-ตะลึงพบของใหม่ ‘ยาลาบูบู้’

จ่อออกหมายเรียก'ทนายแก้ว' ปมอนาจารสาว18-ตร.เก็บหลักฐานรอ

ไม่ต้องโยนทิ้งแล้ว สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิกกฎห้ามนำของเหลว 100 มล.ขึ้นเครื่อง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved