วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
สุทธิศักดิ์ เชี่ยวพานิช ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 9 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างคลองภักดีรำไพ ภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันท์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้วหลังจากดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างก่อสร้าง กรมชลประทาน ได้เปิดช่องทางน้ำ พร่องน้ำจากแม่น้ำจันท์ในช่วงฤดูฝน เพิ่มช่องทางระบายน้ำจากบริเวณฝายยาง ตำบลจันทนิมิตลงสู่ทะเล สามารถป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองจันทบุรีได้เป็นอย่างดี ทำให้ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาเขตเมืองจันท์ ไม่เกิดภาวะน้ำท่วมทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาน้ำท่วมเกือบทุกปี
“ปีที่ผ่านมา คลองภักดีรำไพได้เริ่มเปิดใช้งานบางส่วน มีฝนที่ตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำจันทบุรีมีมากจนเกือบล้นตลิ่ง แต่เพราะทรงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานจัดสร้างคลองผันน้ำสายใหม่ ซึ่งต่อมาได้พระราชทานชื่อว่า คลองภักดีรำไพ ทำให้สามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาผลกระทบน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจเมืองจันทบุรี ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อราษฎรแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการประกอบอาชีพ และรายได้ของประชาชน ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย พลอย และอัญมณี รวมทั้งการค้าขายอื่นๆ บริเวณตลาดพลอยถนนศรีจันท์ ซอยกระจ่างต้องหยุดดำเนินกิจการ รวมทั้งถนนริมน้ำ จันทบูรณ์ ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหนัก คิดเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละกว่า 1,000 ล้านบาท”
นายสุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนัก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของเมืองจันทบุรี ตอนบนเป็นภูเขามีความลาดชันสูง ส่วนตอนล่างเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล หากมีฝนตกที่ตอนบน น้ำก็จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างผ่านกลางเมืองจันทบุรี จึงทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมเป็นประจำ ประกอบกับจังหวัดจันทบุรีอยู่ในเขตลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีปริมาณฝนมากเฉลี่ยถึงปีละ 2,600 มิลลิเมตร(มม.)/ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2542 ที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ ปริมาณฝนตกเฉลี่ยอยู่ที่ 3,500 มม.สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรและราชการเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 9 กล่าวต่อว่า เมืองจันทบุรีไม่มีแหล่งชะลอหรือเก็บน้ำขนาดใหญ่ ชีวิตราษฎรขึ้นอยู่กับน้ำจากฝนอย่างเดียว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความห่วงใย อยากให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไข จึงทรงมีพระราชดำริว่า ต้องหาวิธีระบายน้ำโดยที่ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนพร้อมกับเก็บน้ำไว้ได้ด้วย ทางรัฐบาลจึงมอบหมายให้กรมชลประทานศึกษาหาวิธีการแก้ไข จึงเป็นที่มาของ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริเต็มรูปแบบ โดยทำการขุดคลองผันน้ำสายใหม่ หรือคลองภักดีรำไพ ความยาว 11.6 กิโลเมตร แยกจากแม่น้ำจันทบุรีก่อนเข้าถึงตัวเมือง เพื่อผันน้ำส่วนเกินศักยภาพของแม่น้ำจันทบุรีที่รองรับปริมาณน้ำได้ 500 ลบ.ม./วินาที ไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองจันทบุรี แล้วระบายออกสู่ทะเล โดยสามารถผันน้ำจากแม่น้ำจันทบุรี ได้สูงสุด 300 ลบ.ม./วินาที พร้อมประตูระบายน้ำไว้ทำหน้าที่ควบคุมน้ำอีก 11 แห่ง ตอนนี้เสร็จสมบูรณ์ สามารถรองรับน้ำหลากได้ และยังช่วยแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำอีกด้วย
“กรมชลประทานได้ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ที่ให้ผันน้ำและเก็บกักน้ำซึ่งยังประโยชน์ให้แก่ราษฎรจังหวัดจันทบุรี ซึ่งคลองภักดีรำไพยังเป็นแหล่งกักน้ำจืดได้อีกประมาณ 2 ล้านลบ.ม. เกษตรกรที่อยู่ใกล้กับแนวคลองสามารถสูบน้ำไปใช้ได้ เพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกจำนวน 5,000 ไร่ อีกทั้ง 2 ฝั่งคลองเป็นถนนคอนกรีต ทัศนียภาพดีประชาชนสามารถใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย” นายสุทธิศักดิ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี