วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
ลุ่มแม่น้ำมูล มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ และที่กักเก็บน้ำ ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกอย่างเพียงพอต่อเกษตรกรที่เดือดร้อน ทำให้กรมชลประทานพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำตามศักยภาพของลุ่มน้ำ เพื่อเกิดความสมดุลและเพียงพอต่อประชากร จึงจัดทำโครงงานอาคารบังคับน้ำในลำน้ำมูล 3 โครงการ ได้แก่ ฝายยาง บ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ฝายยางบ้านขามตามุข อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา , ฝายยางบ้านท่าม่วง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
.jpg)
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน ลงพื้นที่ชุมชนนาแปลงใหญ่โนนกระสังข์ ต.กระเบื้องใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
โครงการนี้ได้มีการร้องขอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ มาตั้งแต่ พ.ศ.2546 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2541 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เมื่อ พ.ศ.2547 แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อลำน้ำมูลซึ่งเป็นแม่น้่ำสายหลัก ทำต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อมีการพัฒนาโครงการแล้วก็จะเป็นแหล่งน้ำช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนเกี่ยวกับพื้นที่เกษตรในโครงการ และบริเวณโดยรอบได้อีกทาง
ประโยชน์/ผลกระทบเชิงบวกของโครงการนี้
1.การเกษตรกรรม เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ , อ.พิมาย จ.นครราชสีมา , อ.สตึก จ.บุรีรัมย์
2.การอุปโภค-บริโภคและการประปา ช่วยเพิ่มปริมานน้ำกักเก็บอุปโภค-บริโภค
3.ฟื้นฟูและบำรุงรักษาสมดุลของระบบนิเวศวิทยา ปริมาณน้ำกักเก็บโครงการส่งผลให้ด้านเหนือน้ำของอาคารบังคับน้ำมูลมีระดับเพิ่มสูงขึ้น
4. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและแหล่งประมงน้ำจืดในชุมชนท้องถิ่น
5. แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่
.jpg)
บริเวณที่เกษตรกรเสียพื้นที่ทำประตูน้ำบ้านขามตามุข อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ด้านผลกระทบเชิงลบของโครงการ
1. มีผลกระทบต่อการเพิ่มตะกอนความขุ่นแก่ลำน้ำมูลและลำน้ำสาขา แต่ปริมาณน้ำที่ระบายออกจะช่วยเจือจางปริมาณความสกปรกของน้ำด้านท้ายได้
2. อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นหรือกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืดแห่งใหม่หรือสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น สภาพเศรษกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
3. การเพิ่มพื้นที่การเกษตร อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเกษตรจากระบบดั้งเดิม เป็นรูปแบบการเกษตรเข้มข้นขึ้น โดยอาจมีปุ๋ยเคมีและสารกำจัดแมลงศัตรูเพื่อเพิ่มผลผลิต
4. เกษตรท้องถิ่นได้รับผลกระทบจากโครงการ ประมาณ 22 ครัวเรือน ต้องสูญเสียพื้นที่ในการประกอบอาชีพ แต่ฝั่งฝายยาง บ้านขามตามุข อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่กำลังเตรียมตัวสร้างประมานปี 62 โดยได้มีการชดเชย ไปบางส่วนแล้ว
นางสมหวัง กำมะเริง และ นางจันทร์ แสงมณี ชาวไร่ที่เสียพื้นที่ทำมากิน เปิดเผยว่า ต้องการประตูกักน้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งแต่ก่อนช่วงหน้าแล้งจะไม่มีน้ำใช้ ต้องยอมเสียสละพื้นที่ตัวเองขายให้แบบถูกเฉลี่ยประมาน 40,000-60,000บาทต่อไร่ เพื่อสร้างเป็นประตูกักน้ำ เป็นประโยชน์ส่วนรวมให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้
.jpg)
ฝายยางบ้านกุดชุมแสง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ที่กำลังก่อสร้างได้19.5 เปอร์เซน
ฝายยางบ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เมื่อก่อนเป็นฝายชั่วคราว และมาได้รับการปรับปรุงเป็นแบบหินแกรนิต โดยใช้งบ 3 ร้อยล้านบาท ความจุ 3.00 ล้านลูกบาศก์เมตร และดำเนินการไปแล้ว 19.5 เปอร์เซน โดยจะเสร็จปี 2561
ปรีชา สุขกล่ำ ผชช.ผค.4 เผยว่า ฝายยางบ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี59 เป็นฝายยางปิดกั้นในช่องลัดมีความยาวประมาน 100 เมตรเป็นฝายคอนกรีตสำเร็จ สูง 3 เมตร และมีฝายยางสูงขึ้นอีก 3 เมตร สามารถช่วยส่งน้ำไปพื้นที่ให้เกษตรกรบริเวณใกล้เคียงประมาณ 14,300 ไร่ และได้มีการออกแบบสถานีสูบน้้ำเข้าช่วยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์ 550 ครัวเรือน ใช้งบประมาณ 300ล้านบาทในการสร้าง โดยใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี โครงการนี้มีปัญหาคือ หน้าแล้งประสบปัญหาภัยแล้ง ถ้าเราก่อสร้างตรงนี้ เราจะมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง ในการเกษตรอุปโภค บริโภค ซึ่งล่าสุดประปาจะขอใช้น้ำที่ฝายด้วย ทั้ง อำเภอสตึก, อำเภอชุมพลบุรี ของจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี