วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
หนึ่งในงานพัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งคือ งานพัฒนาด้านการชลประทาน จะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวกับน้ำที่มีมากกว่า 2,000 โครงการ พระองค์ทรงเปรียบน้ำคือชีวิต ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุทธศักราช 2529 ความตอนหนึ่งว่า
“...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้...”
ดังนั้นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก หรือที่เรียกกันว่า การชลประทาน จึงเป็นงานที่มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะจะทำให้สามารถทำการเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี สามารถสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน
.jpg)
เมื่อการชลประทานมีความสำคัญ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีนโยบายให้จัดทำระบบชลประทาน เพื่อส่งน้ำไปยังแหล่งเพาะปลูกให้ทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้อีกไม่น้อยกว่า 18 ล้านไร่ ในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยในระยะเร่งด่วนนั้น ให้นำน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนที่มีอยู่แต่ยังไม่มีระบบส่งน้ำ กระจายเข้าสู่พื้นที่การเกษตรตามศักยภาพที่สามารถดำเนินการได้
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้นำนโยบายดังกล่าวมาจัดทำเป็นแผนงานเร่งด่วน โดยจะแบ่งแนวทางการดำเนินงานไว้ 3 กลุ่มคือ
กลุ่มที่ 1 โครงการที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานและมีแหล่งน้ำพร้อมระบบส่งน้ำแล้ว แต่ยังมีศักยภาพที่สามารถขยายระบบส่งน้ำ
เพิ่มเติมได้ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2560
กลุ่มที่ 2 โครงการที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานและมีแหล่งน้ำแต่ยังไม่มีระบบส่งน้ำ และสามารถทำการก่อสร้างระบบส่งน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เช่น การก่อสร้างคลองชักน้ำจากแก้มลิงหรืออ่างเก็บน้ำไปยังพื้นที่การเกษตร เป็นต้น ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2560 เช่นกัน
และกลุ่มที่ 3 โครงการที่อยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ซึ่งจะแบ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำต้นทุนแล้วแต่ยังไม่มีระบบส่งน้ำ ที่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 และพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนและไม่มีระบบส่งน้ำ ที่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ภายในระยะเวลาดำเนินการภายใน 1-3 ปี
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ในปัจจุบันมีแหล่งน้ำหลายแห่งที่ยังไม่มีระบบส่งน้ำ กรมชลประทานก็จะเร่งเข้าไปดำเนินการจัดทำระบบส่งน้ำเพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ยังไม่มีระบบส่งน้ำจำนวน 481 โครงการ กรมชลประทานก็จะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำทันที ตามแนวทางที่กำหนดไว้
.jpg)
สมเกียรติ ประจำวงษ์
นอกจากนี้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการก่อสร้าง หากได้รับอนุมัติกรมชลประทานก็จะดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำควบคู่พร้อมกันไปด้วยทันที
ล่าสุดกรมชลประทาน โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโทกพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กมีความจุในระดับกักเก็บ 338,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณ 89.34 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 นี้ ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และน้ำท่วมในฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
“เมื่ออ่างฯห้วยโทกแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรในเขตหมู่บ้านห้วยโทก และหมู่บ้านใกล้เคียงจำนวน 250 ครัวเรือน หรือประมาณ 1,150 คน และสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรในฤดูฝนได้ 500 ไร่ และฤดูแล้งได้ 220 ไร่ ซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวให้ดีขึ้น สามารถประกอบอาชีพได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องย้ายที่ทำกินในช่วงฤดูแล้งเหมือนที่ผ่านมา รวมทั้งยังจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยให้กับหมู่บ้านหัวยโทกในช่วงฤดูน้ำหลาก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาทำให้เกิดอาชีพประมงพื้นบ้าน และยังจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของราษฎรในพื้นที่อีกด้วย” ดร.สมเกียรติกล่าวถึงประโยชน์ที่ได้จากอ่างฯห้วยโทก
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโทกพร้อมระบบส่งน้ำดังกล่าว ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 ตามที่นายศรีวรรณ นำมา ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยโทก หมู่ 11 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ขอพระราชทานโครงการอ่างฯห้วยโทก เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งยังต้องประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนอีกด้วย นอกจากนี้กรมชลประทานโดยโครงการชลประทานลำพูนก็จะจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำพร้อมทั้งให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำ
อีกโครงการหนึ่งที่กรมชลประทานกำลังจะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวคือ การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งน้ำของโครงการฯ และรองรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยในพื้นที่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา โดยขอบเขตการศึกษาครอบคลุมในทุกๆ ด้านทั้งการประเมินสมรรถนะโครงการในสภาพปัจจุบัน วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์ และประเมินผลโครงการด้านวิศวกรรม การบริหารจัดการเศรษฐกิจ และสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน การกำหนดรูปแบบระบบการบริหารจัดการน้ำ การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การใช้ที่ดินในพื้นที่โครงการ เสนอระบบการเกษตรและแผนการปลูกพืชที่เหมาะสม การจัดตั้งและการบริหารกลุ่มผู้ใช้น้ำ พร้อมเสนอรูปแบบองค์กรบริหารจัดการน้ำชลประทานที่เหมาะสม ตลอดจนการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ และมวลชนสัมพันธ์ โดยกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2560
ทั้งนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง มีเนื้อที่ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.เมือง อ.หางดง และ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับประโยชน์รวมพื้นที่ประมาณ 148,000 ไร่ โดยมีระบบชลประทานและอาคารประกอบที่สำคัญๆ อยู่ในความรับผิดชอบได้แก่ ฝายแม่แตง ประตูระบายน้ำปากคลองสายใหญ่ ประตูระบายทราย ทำนบดิน ทางระบายน้ำฉุกเฉิน ระบบคลองส่งน้ำสายใหญ่ ระบบส่งน้ำคลองซอย และระบบส่งน้ำในแปลงนา
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประสบปัญหา มีน้ำต้นทุนไม่แน่นอน สภาพการใช้น้ำในพื้นที่โครงการเปลี่ยนแปลงไป การบริหารจัดการน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ประกอบระบบชลประทานและอาคารก่อสร้างมาเป็นเวลานาน มีการสูญเสียน้ำมาก เช่น การรั่วซึม เป็นต้น อัตรากำลังไม่เพียงพอที่จะดูแลและบำรุงรักษาอาคารต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบางส่วนของพื้นที่โครงการ ประมาณ 2,760 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานจึงได้ทำการศึกษาปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ซึ่งเป็นตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในกลุ่มที่ 1 คือโครงการที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานและมีแหล่งน้ำพร้อมระบบส่งน้ำแล้ว แต่ยังมีศักยภาพที่สามารถขยายระบบส่งน้ำเพิ่มเติมได้
เมื่อพื้นที่เกษตรกรรมมีน้ำอุดมสมบูรณ์ เพียงพอกับความต้องการชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรก็จะมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน....แน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี