วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผบ.ตร.โต้ยื้อแผนบุกจับ “ธัมมชโย” อ้างหวั่นบานปลายต้องทำอย่างรอบคอบ ส่วนม.44 ยังไม่จำเป็นต้องงัดมาใช้ พร้อมจี้พศ.ใช้เป็นกรณีวัดพระธรรมกายเป็นตัวอย่างปฏิรูปพ.ร.บ.สงฆ์ ชี้องค์กรอื่นทำกันหมดแล้ว ขณะที่บรรยากาศรอบวัดผ่อนคลายมากขึ้น
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีบุกรุกพื้นที่ป่าก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่จ.นครราชสีมา และทุจริตสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ชะลอแผนการจับกุมพระธัมมชโย เพราะมีการดำเนินคดีอื่นๆ อยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจเข้าค้นวัดพระธรรมกายเท่านั้น
รับหวั่นสถานการณ์บานปลาย
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้การจับกุมผู้ต้องหาสำคัญต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบ ต้องคำนึงถึงหลายอย่างเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เลวร้ายลงกว่าเดิม เพราะจะส่งผลเสียกับประเทศชาติเจ้าหน้าที่คิดหลายมุมหลายมิติ ยืนยันว่ากระบวนการของรัฐไม่ได้ล้มเหลวถ้าตัดสินใจบุกแล้วสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม ก็จะเกิดความเสียหาย สมมุติว่า เจ้าหน้าที่เข้าไปโดยไม่มีอาวุธ แล้วมีเสียงระเบิด เสียงปืนดังขึ้นจะทำอย่างไร คงต้องเกิดโกลาหลแน่นอน แต่เป็นห่วงประชาชน ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลัว แม้ผู้สื่อข่าวยังเข้าไปในวัดไม่ได้เลย
ยังไม่จำเป็นต้องใช้ม.44จัดการ
ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนการขอหมายค้นขอเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งทุกฝ่ายกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะมีความจำเป็นในการใช้มาตรา 44 มาใช้ดำเนินการกับพระธัมมชโยหรือไม่นั้นยังไม่ต้องถึงขนาดนั้น ทำตามกฎหมายธรรมดาก็ได้ ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวคนเดียวก็จบ ง่ายกว่า ส่วนการดำเนินการกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายที่ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหานั้นก็ไม่เป็นไร เรื่องของเขา ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายทุกฉบับอยู่แล้ว จากข้อมูลคาดว่านายองอาจ ยังอยู่ภายในประเทศ ส่วนจะอยู่ด้วยกันกับพระธัมมชโยหรือไม่นั้นก็แล้วแต่
“จริงๆ แล้ว สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ควรจะเอากรณีแบบนี้ไปปฏิรูปด้วย ก็ปล่อยให้มีอย่างนี้ ผมก็พูดได้เท่านี้ องค์กรอื่นเขาปฏิรูปหมดแล้ว ผมไม่ได้พูดพาดพิงถึงใคร ต้องฝากไว้ด้วยว่าต้องปฏิรูปพ.ร.บ.สงฆ์” ผบ.ตร. กล่าว
ธรรมกายรื้อเต็นท์เปิดทางจราจร
ส่วนบรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของวัดได้นำเต็นท์ที่พระสงฆ์นั่งบริเวณประตู 5 ออกและเปิดการจราจรให้รถของศิษยานุศิษย์เดินทางเข้าออกกันตามปกติ เช่นเดียวกับประตู 6 ซึ่งก่อนหน้านี้ปิดการจราจรเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ร่วมกันสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรและมีการตรวจบัตรเข้าออกนั้น ขณะนี้ได้เปิดการจราจรให้เข้าออกตามปกติและได้นำโต๊ะตรวจบัตรออกแล้ว
ปิดป้ายห้ามย้ายของกลางหน้าประตู
ขณะที่บริเวณประตู 4 เลียบคลองสามซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของทางวัดได้มีการนำผ้าสแลนสีดำ กล้องวงจรปิด ตู้คอนเทนเนอร์ มาติดไว้บริเวณด้านหน้าประตู แต่ขณะนี้ได้มีการนำออกไปทั้งหมดพร้อมติดป้ายด้านหน้าประตูว่า “ของกลางคดีอาญาที่ 22284/2559 ห้ามใช้ห้ามเคลื่อนย้าย หรือกระทำการใดๆให้สูญหาย เสียหาย หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีต่อไป สภ.คลองหลวง”
เข้มงวดสื่อห้ามเข้าไปทำข่าวในวัด
ส่วนบริเวณประตู 7 ซึ่งเป็นประตูหลักของวัดยังคงมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าออกอย่างแน่นหนา พร้อมขอความร่วมมือให้รถยนต์ทุกคันลดกระจกลงและเปิดทางเข้าออกเพียงช่องทางเดียว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารองค์กรของวัดยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายในวัด และยังคงมีบรรดาศิษยานุศิษย์และเจ้าหน้าที่คอยติดตามการทำงานของสื่อมวลชนพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เช่นเดิม
ส่วนบรรยากาศรอบๆ ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ตั้งจุดตรวจป้องกันเหตุแทรกซ้อนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมอำนวยความสะดวกด้วยเช่นกัน ขณะที่ สภ.คลองหลวง ไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับการติดต่อขอมอบตัวจาก นายองอาจ ธรรมนิทาโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายแต่อย่างใด
อสส.เลื่อนสั่งคดีหลวงพี่แป๊ะหน3
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก คณะทำงานอัยการคดีพิเศษ 1นัดสั่งคดี ครั้งที่ 3 คดีรถยนต์เบนซ์โบราณ คันหมายเลขทะบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญญมหาเถร ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่มีพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจ สุภาโว(ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญและเอกชนประกอบกิจการอู่รถ กับชิ้นส่วนรถโบราณ ตกเป็นผู้ต้องหา รวม 7 คน
โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า คณะทำงานอัยการยังไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจากดีเอสไอจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดออกไปก่อนเป็นเวลา 12 วัน ตามระยะฝากขังของหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ โดยนัดสั่งคดี
อีกครั้งวันที่ 30 ธันวาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างฝากขัง คือ นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งขณะนี้ถูกฝากขัง ครั้งที่ 6
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี