บรรยากาศพสกนิกรไทย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

บรรยากาศพสกนิกรไทย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.15 น.

20 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดย เวลา 04.40 น. เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่นั่งรถวีลแชร์เข้าเป็นชุดแรก ตามด้วยประชาชนทั่วไป เวลา 04.45 น. โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย พร้อมใจเดินทางมารอเข้าคิวที่ท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดพิมพ์ 4 สี 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรนำกลับไปเป็นที่ระลึกพร้อมข้าว "พอเพียง" พระราชทานซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีนำกลับไปเป็นขวัญข้าวขยายพันธุ์ต่อไป

โดย นายชัยยะ คงชื่น อายุ 57 ปี ชาวไทใหญ่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาพร้อมกับชนเผ่าไทใหญ่กว่า 400 คน จาก จ.เชียงใหม่  จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า "ในหลวง ร.9 ท่านให้ชีวิตใหม่แก่พวกเราซึ่งอพยพมาจากประเทศเมียนมา นอกจากจะไม่เนรเทศพวกเราออกจากประเทศไทยแล้ว พระองค์ยังทรงพระเมตตาให้ที่ทำมาหากินด้วย และภายหลังจากที่พระองค์เสด็จฯมาเยี่ยมที่หมู่บ้านท่าตอนแล้วก็มีน้ำ มีไฟฟ้า มีถนนเข้าหมู่บ้าน และมีโรงเรียน ทำให้ลูกหลานของเราได้รับการศึกษาดีขึ้น รวมถึงมีโครงการหลวงหมอกสาม ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมด้านเกษตรกรและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านให้มีรายได้ดีขึ้น ชาวไทใหญ่รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ถือว่าในหลวง ร.9 คือผู้มีพระคุณอย่างมาก ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวไทใหญ่จะจัดงานเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน"


ด้านนายสมจิต สุวรรณบุษย์น้ำทอง นายกสมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ที่ชาวไทใหญ่อาศัยเป็นพื้นที่ติดกับแนวชายแดนไทย-พม่า พระองค์ทรงมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรกรรม, พัฒนาแหล่งน้ำ, การคมนาคม และพระราชทานสัญชาติไทยให้กับชาวไทใหญ่ พร้อมให้มีที่อยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย  พร้อมจัดสร้างโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ ให้ ซึ่งชาวไทใหญ่กำลังหารือกันว่าจะกำหนดให้วันที่ ในหลวง ร.9 เสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร์ ที่ ต.ท่าตอน ครั้งแรก ให้เป็นวันสำคัญของชาวไทใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงให้การช่วยเหลือชาวไทใหญ่

ด้าน น.ส.เมี๊ยะ มู๋ อู สาวเมียนมา อายุ 23 ปี พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนพนักงานในร้านอาหาร กล่าวว่า แม้ตนเป็นคนเมียนมาแต่ก็รู้จักและรักในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์มีจิตใจดี พอทราบข่าวว่าเสด็จสวรรคตก็รู้สึกใจหาย เสียใจไม่แตกต่างจากคนไทย วันนี้เป็นวันหยุดเมื่อพี่ๆ ที่ทำงานชวนมาถวายบังคมพระบรมศพด้วยกัน จึงขอติดตามมาด้วยและจะถือโอกาสไปไหว้พระแก้วมรกตด้วย ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนแผ่นดินของพระองค์นั้น ตนทำมาหากินด้วยความสุจริต มีเงินเก็บส่งให้ครอบครัวที่บ้านเกิดเมืองมะละแหม่ง มีความสุขมากเพราะคนไทยใจดี

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top