วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
20 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดย เวลา 04.40 น. เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่นั่งรถวีลแชร์เข้าเป็นชุดแรก ตามด้วยประชาชนทั่วไป เวลา 04.45 น. โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย พร้อมใจเดินทางมารอเข้าคิวที่ท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดพิมพ์ 4 สี 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรนำกลับไปเป็นที่ระลึกพร้อมข้าว "พอเพียง" พระราชทานซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีนำกลับไปเป็นขวัญข้าวขยายพันธุ์ต่อไป
.jpg)
โดย นายชัยยะ คงชื่น อายุ 57 ปี ชาวไทใหญ่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาพร้อมกับชนเผ่าไทใหญ่กว่า 400 คน จาก จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า "ในหลวง ร.9 ท่านให้ชีวิตใหม่แก่พวกเราซึ่งอพยพมาจากประเทศเมียนมา นอกจากจะไม่เนรเทศพวกเราออกจากประเทศไทยแล้ว พระองค์ยังทรงพระเมตตาให้ที่ทำมาหากินด้วย และภายหลังจากที่พระองค์เสด็จฯมาเยี่ยมที่หมู่บ้านท่าตอนแล้วก็มีน้ำ มีไฟฟ้า มีถนนเข้าหมู่บ้าน และมีโรงเรียน ทำให้ลูกหลานของเราได้รับการศึกษาดีขึ้น รวมถึงมีโครงการหลวงหมอกสาม ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมด้านเกษตรกรและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านให้มีรายได้ดีขึ้น ชาวไทใหญ่รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ถือว่าในหลวง ร.9 คือผู้มีพระคุณอย่างมาก ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวไทใหญ่จะจัดงานเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน"

ด้านนายสมจิต สุวรรณบุษย์น้ำทอง นายกสมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ที่ชาวไทใหญ่อาศัยเป็นพื้นที่ติดกับแนวชายแดนไทย-พม่า พระองค์ทรงมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรกรรม, พัฒนาแหล่งน้ำ, การคมนาคม และพระราชทานสัญชาติไทยให้กับชาวไทใหญ่ พร้อมให้มีที่อยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย พร้อมจัดสร้างโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ ให้ ซึ่งชาวไทใหญ่กำลังหารือกันว่าจะกำหนดให้วันที่ ในหลวง ร.9 เสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร์ ที่ ต.ท่าตอน ครั้งแรก ให้เป็นวันสำคัญของชาวไทใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงให้การช่วยเหลือชาวไทใหญ่
.jpg)
ด้าน น.ส.เมี๊ยะ มู๋ อู สาวเมียนมา อายุ 23 ปี พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนพนักงานในร้านอาหาร กล่าวว่า แม้ตนเป็นคนเมียนมาแต่ก็รู้จักและรักในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์มีจิตใจดี พอทราบข่าวว่าเสด็จสวรรคตก็รู้สึกใจหาย เสียใจไม่แตกต่างจากคนไทย วันนี้เป็นวันหยุดเมื่อพี่ๆ ที่ทำงานชวนมาถวายบังคมพระบรมศพด้วยกัน จึงขอติดตามมาด้วยและจะถือโอกาสไปไหว้พระแก้วมรกตด้วย ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนแผ่นดินของพระองค์นั้น ตนทำมาหากินด้วยความสุจริต มีเงินเก็บส่งให้ครอบครัวที่บ้านเกิดเมืองมะละแหม่ง มีความสุขมากเพราะคนไทยใจดี













โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี