วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
21 ธ.ค.59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ในปี 2560 กระทรวงเกษตรฯ มีแผนการดำเนินงานใน 11 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.การจัดโซนนิ่งพื้นที่ทางการเกษตร หรืออะกรีแมพ 2.โครงการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งตั้งเป้าที่ 1,500 แปลง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มรายได้ และลดต้นทุนการผลิต ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ 3.การส่งเสริมศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตร (ศพก.) เพื่อให้เกษตรได้เรียนรู้การทำการเกษตรที่ถูกต้อง 4.การบริหารจัดการการปลูกข้าวทั้งระบบ ซึ่งได้มีการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการดำเนินงาน ผ่านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ข้าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า 5.การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ 6.การส่งเสริมการเกษตรทั้งในส่วนของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือสมาร์ทอะคลีเจอร์ 7.การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ 70,000 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงเดือน ม.ค.นี้ และจะมีการเเจกพันธ์พืชและสัตว์ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 8.การวางเเผนป้องกันภัยแล้งและศัตรูพืช ซึ่งจะต้องมีความจัดเจนเป็นรูปธรรม 9 การกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทาน โดยตั้งเป้าปี 2560 จะต้องทำให้ครอบคลุมพื้นที่ 470,000 ไร่ รวมถึงจะมีการเสนอแผนการบูรณาการจังหวัด แก่กระทรวงมหาดไทย 490 โครงการ ในการกระจายน้ำให้แก่เกษตรกร 10.การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในระดับภูมิภาค หรือซิงเกิลคอมมานด์ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี และยุทธศาสตร์ 5 ปีแรก คือระหว่าง ปี 2560 - 2564 ของกระทรวงเกษตรฯ และ 11.สินค้าเกษตรปลอดภัย ซึ่งจะเร่งดำเนินการในทุกมิติ
.jpg)
อย่างไรตาม ในส่วนของแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยา ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการวางแผนลดพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรังที่มีให้มีความสมดุล โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรฯ เข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ข้าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวโดยรวม ซึ่งจากนี้ไปจะมีเเผนการดำเนินงานชัดเจนมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือไอยูยู ฟิชชิ่ง ล่าสุดจะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อเดินทางไปให้ข้อมูลต่อทางสหภาพยุโรป (อียู) อีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาการแก้ปัญหาดังกล่าว ทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเเสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ทางอียูได้รับทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งการแก้ปัญหาด้านแรงงาน การลงทะเบียนเรือประมง การตรวจสอบย้อนกลับ และการแก้กฏหมายประมง ซึ่งเบื้องต้นทางอียูที่เข้ามาตรวจความคืบหน้าก็ได้มีรายงานต่ออียูถึงความจริงจังในการแก้ปัญหาของฝ่ายไทยเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะสามารถชี้แจงได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทางด้านของอียูจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอีกครั้งในเดือน มี.ค.60
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี