วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
จากเป้าหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ด้วยการสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีและองค์ความรู้เข้ามาช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และนำไปสู่เป้าหมายปลายทางคือ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง และมีความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร สร้างรายได้หลักให้กับประเทศต่อไป
นายกัณวีย์ บุญญพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ศูนย์ถ่ายทอดฯ สหกรณ์ที่ 5 การขับเคลื่อนการบริหารจัดการสหกรณ์ โดยส่งเสริมให้ระบบสหกรณ์เป็นองค์กรรูปแบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้านอาชีพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ และมีความสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากสหกรณ์เข้มแข็งแล้ว จะสามารถสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้สมาชิกได้ ดังนั้น การที่สหกรณ์จะสามารถสนองตอบต่อความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกได้ จะต้องมีส่วนร่วมระหว่างสมาชิก กรรมการ ฝ่ายจัดการสหกรณ์ ผู้ตรวจสอบกิจการ ในการร่วมกันคิด ตัดสินใจ รับผลประโยชน์ และประเมินผลร่วมกัน ตามหลักการบริหารจัดการกิจการที่ดี โดยเฉพาะสมาชิกสหกรณ์จะต้องมีจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของสหกรณ์ เป็นผู้บริหารและเป็นผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของระบบสหกรณ์ที่แตกต่างจากธุรกิจอื่น ที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำหน้าที่ของตนเองด้วยความเสียสละ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงจะผลักดันให้สหกรณ์เข้มแข็งได้ แต่หากขาดการมีส่วนร่วมดูแลกำกับในกิจการของสหกรณ์ก็จะไม่สามารถดำเนินกิจการสู่เป้าหมายได้
สำหรับในปี 2561 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการพัฒนาคน และยกระดับการบริหารจัดการ (The year of developing human resources and enhancingmanagement capability) กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ใน 4 แนวทาง คือ 1.สร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 2.ส่งเสริมสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรให้มีบทบาทขับเคลื่อนนโยบายรัฐ 3.ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า/สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และ 4.พัฒนาคน ซึ่งการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง โดยการพัฒนาบุคลากรทุกฝ่ายในสหกรณ์ให้รู้บทบาทหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเอง รวมถึงร่วมกันกำกับดูแลกิจการสหกรณ์เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้แก่สมาชิก ซึ่งจะส่งผลให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและสมาชิกมีความอยู่ดี กินดี ต่อไป
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ให้เข้มแข็ง โดยพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการสหกรณ์ ผู้นำกลุ่มในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนแผนงานให้สนองความต้องการอันจำเป็นของสมาชิกได้ และให้สมาชิกเข้าใจสิทธิ หน้าที่ แนวทางดำเนินงานรูปแบบสหกรณ์และการมีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแลกิจการสหกรณ์ โดยได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อร่วมกันหาแนวทาง ทิศทางการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างมีส่วนร่วมทั้งระดับคณะกรรมการสหกรณ์ ประธานกลุ่มเลขานุการกลุ่มและสมาชิกสหกรณ์ โดยได้จัดโครงการแล้วในจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการและให้ความรู้ในด้านการวางแผนการบริหารจัดการและได้มีการระดมความคิดร่วมกันในการวางแผนในการพัฒนาสหกรณ์ของตนเองในแต่ละบริบทของสหกรณ์
“ผลจากการดำเนินโครงการ สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการได้มีการกำหนดแผนงานของตนเอง อาทิ การสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน โดยโครงการระดมทุน กระตุ้นเงินฝาก การลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มปริมาณผลผลิต โดยโครงการการรณรงค์ไถกลบตอซัง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อมีดำเนินการไประยะหนึ่งประมาณ 3 เดือน หรือ 6 เดือน ศูนย์ฯ ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัด จะติดตามผลการดำเนินการโครงการตามแผนที่แต่ละสหกรณ์ได้วางไว้ เพื่อให้ทราบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิก ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และส่งเสริมให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกของสหกรณ์อย่างแท้จริง และมีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”นายกัณวีย์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี