ไปกราบหลวงพ่อศรีทา พระเกจิดัง นมัสการพระธาตุ วัดสุทธิกาวาส อำนาจเจริญ

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

 

จากสภาพเศรษฐกิจที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ผู้คนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ทำให้สภาพจิตใจบอบช้ำเป็นอย่างมาก หนทางแก้ไขที่ถูกต้อง ควรหาเวลาว่างเข้าวัดฟังธรรมเสียบ้าง ก็จะดี คงพอจะผ่อนคลายสภาพจิตใจลงได้บ้างในระดับหนึ่ง

วัดสุทธิกาวาส ตั้งอยู่บ้านวินัย ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ โดยทางรถยนต์ออกจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ทิศตะวันออก ไปตามถนนอรุณประเสริฐ ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงบ้านสามแยกชมพู เข้าถนนสายย่อยอีก 7 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านวินัย ซึ่งจะพบเห็นพระธาตุพนมจำลอง ความสูง 35 เมตร ตั้งโดดเด่น ภายในหมู่บ้าน อย่างชัดเจน บนเนื้อที่ 20 ไร่ โดยมีพระอธิการสำลี จันทโสโต เป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธิกาวาส มีพระสงฆ์อยู่ 8 รูป สามเณรไม่มี แม่ชี 2 คน สังกัดมหานิกาย ทั้งนี้มีสิ่งหนึ่งที่น่าอัศจรรย์มาก  ก็คือภายในกุฏิด้านทิศเหนือ จะพบเห็นโลงแก้วบรรจุศพพระครูสุทธิพัฒนาภรณ์ หรือหลวงพ่อศรีทา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ก่อน ที่มรณภาพผ่านไปแล้ว 5 ปีเศษ อยู่ในสภาพห่มจีวร ไม่เน่า เปื่อย เส้นผม เล็บมือเล็บเท้ายังคงอยู่ครบ เป็นที่น่าแปลกใจยิ่งนัก ซึ่งโลงแก้วหลวงพ่อศรีทา ยกสูงจากพื้นกว่า 1 เมตรมีกระถางธูปเทียน สำหรับให้พุทธศาสนิกชนไว้จุดกราบไหว้บูชา พร้อมตู้รับบริจาคตั้งอยู่ข้างๆ ห่างไปประมาณ 2 เมตร ก็จะพบบันไดลงห้องใต้ดิน ซึ่งเป็นที่หลวงพ่อศรีทานั่งสมาธิ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ และหลวงพ่อศรีทานั่งสมาธิละสังขารที่นี่ ขณะมีอายุ 70 ปี

พระอธิการสำลี จันทโสโต เจ้าอาวาสวัดสุทธิกาวาส องค์ปัจจุบัน เล่าว่า พระครูสุทธิพัฒนาภรณ์ หรือหลวงพ่อศรีทา เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้เดินธุดงค์ไปทั่วภาคอีสาน และข้ามไปฝั่งสปป.ลาว จำพรรษาที่ถ้ำควายกว่า 10 ปี ต่อมาชาวบ้านวินัย นิมนต์กลับวัดบ้านเกิด จนกระทั่งอายุ 70 ปี ท่านได้ละสังขาร เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2550 ขณะนั่งสมาธิที่ห้องใต้ดิน แล้วบรรจุศพในโลงแก้ว รวมเวลา 5 ปีเศษ สภาพศพไม่เน่าเปื่อย ผิวหนังแห้ง เส้นผมและเล็บมือเล็บเท้ายังคงสภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง เมื่อพุทธศาสนิกชนทราบ จึงเดินทางเข้ามาดูมาเห็นกับตาและกราบไหว้ ด้วยความศรัทธาทุกวัน

พระอธิการสำลี จันทโสโต เจ้าอาวาส กล่าวว่า นอกจากนี้พุทธศาสนิกชน ยังเดินทางเข้ามานมัสการพระธาตุพนมจำลอง ซึ่งก่อสร้างเมื่อปี 2518 หลังจากองค์พระธาตุพนม จ.นครพนม องค์จริงล่ม โดยนำเอาอิฐหินปูนจากพระธาตุพนม ที่ล่ม มาผสมก่อสร้างเป็นพระธาตุพนมจำลอง ขึ้น ซึ่งก็ได้มีการพัฒนาต่อเติมเสริมแต่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เป็นที่ท่องเที่ยวและที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวอำนาจเจริญและจังหวัดใกล้เคียง

นอกจากนี้ ด้านทิศตะวันออกของวัด จะพบเห็นรูปปั้น 12 ราศี ก็คือ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน ซึ่งทุกปีวัดสุทธิกาวาสจะมีการจัดงานเข้าปริวาสกรรม โดยจะให้ผู้มาร่วมงานเข้าไปภายในราศีเกิดของแต่ละคน แล้วปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิตามกำหนด เชื่อว่า จะได้กุศลแรง ซึ่งภายในสัตว์ราศีก็จะมีห้องนั่งปฏิบัติธรรมและห้องน้ำพร้อมสรรพ ที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานในกิจกรรมปฏิบัติธรรมตามราศีเกิดเป็นจำนวนมากของทุกปีสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของใบประกาศเกียรติคุณ อุทยานการศึกษาในวัด ได้รับจากพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปรินายกฯ เมื่อปี 2541

นายสมพงษ์ ศรีดาจันทร์ อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านวินัย ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ บอกว่า หลวงพ่อศรีทา เป็นคนบ้านวินัย บวชเมื่ออายุ 14 ปี จากนั้นได้เดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ ต่อมา ญาติโยมบ้านวินัย นิมนต์กลับวัดบ้านเกิด ระหว่างที่เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระนักปฏิบัติธรรมเคร่งครัด ไม่จับเงิน อยู่อย่างสมถะ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยเฉพาะช่วงเข้าพรรษาท่านก็จะจำพรรษาในห้องใต้ดินตลอด 3 เดือน ไม่มีใครพบเห็นท่านเลยกระทั่งออกพรรษาท่านก็จะออกมา ท่านปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี ทำให้ชาวบ้านมีความศรัทธามาก และเชื่อว่า หลวงพ่อศรีทา สำเร็จพระอรหันต์ และมีญาณพิเศษสามารถเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า ซึ่งก่อนหลวงพ่อจะมรณภาพ 7 วัน ท่านก็บอกกับลูกศิษย์ใกล้ชิดว่า จะละสังขารแล้ว จากนั้น ก็ละสังขารในท่านั่งสมาธิ โดยเฉพาะในช่วงจัดงานพิธีศพทางศาสนา  กลางดึกวันหนึ่ง ชาวบ้านที่มาร่วมงาน ต่างก็เห็นดวงไฟ ลอยมาจากหลังโลงศพหลวงพ่อ ซึ่งดวงไฟลอยวนเวียนอยู่ 3 รอบ แล้วก็หายไป สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก ซึ่งต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงพ่อศรีทาแสดงปาฏิหาริย์ และไปสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่ที่ยิ่งอัศจรรย์มากที่สุดก็คือ ศพหลวงพ่อที่บรรจุในโลงแก้ว ผ่านไปแล้ว 5 ปีเศษ กลับไม่เน่า ไม่เปื่อย เส้นผมและเล็บมือเล็บเท้ายังมีครบทุกอย่าง ชาวบ้านฮือฮามาก และเมื่อทราบข่าวต่างก็เดินทางเข้ามากราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในวันมาฆบูชา ถือเป็นงานประจำปีของวัด ซึ่งพุทธศาสนิกชน เข้ามาทำบุญและเที่ยวงานเป็นประจำทุกปี...