วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เร่งเครื่องแก้สินค้าเกษตรราคาร่วง
‘กฤษฎา’พลิกมาตรการ4ด้าน
สั่งผู้บริหารหน่วยงานทั่วปท.
วางแนวทางสางปัญหายั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด-ราคาตกต่ำ “กฤษฎา” สั่งผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เร่งหาวิธีการและมาตรการรองรับ ภายใต้กรอบดำเนินงาน 4 ด้าน เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรต่างทำเกษตรกรรมโดยไม่มีการวางแผนการผลิตทางเกษตรกรรม หรือวางแผนทำการเกษตร ซึ่งเป็นการไม่คำนึงถึงความต้องการของตลาดหรือผู้บริโภค และเมื่อผลผลิตออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันทำให้ผลผลิตเหล่านั้นล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำและนำมาซึ่งการเรียกร้องหรือกดดันให้รัฐช่วยเหลือในเรื่องการจ่ายเงินชดเชยส่วนที่ขาดทุน หรือการรับจำนำ หรือการประกันราคาผลผลิตที่ไม่อิงราคาตลาด หรือขอให้ใช้งบประมาณรัฐมาซื้อผลผลิตในราคานำตลาด ซึ่งมาตรการเหล่านี้ รัฐบาลได้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันยังมีการเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากเกษตรกรกลุ่มต่างๆตามฤดูกาลผลิตตลอดมาเป็นระยะๆ
ดังนั้น เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองผู้มีอาชีพเกษตรกรรมจำนวนประมาณ 7 ล้านครอบครัว หรือ 24 ล้านคน จึงได้สั่งการถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เร่งดำเนินการเกี่ยวกับการวางแผนและปฏิบัติตามแผนการผลิต เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเกษตรกรรม ซึ่งในเบื้องต้นการวางแผนของกระทรวงเกษตรฯทั้งส่วนกลางและภูมิภาค จะมีการวางแนวทางไว้ 4 ด้าน คือ
1.ถ้ากระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะกำหนดแผนการผลิตทางการเกษตร ควรกำหนดชนิดหรือประเภทของพืชและหรือปศุสัตว์อะไรบ้าง ที่ควรบรรจุอยู่ในแผนการผลิตและควรมอบหมายให้หน่วยงานใด หรือควรแต่งตั้งคณะกรรมการจากหน่วยใดบ้างให้เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำหรือกำหนดแผนการผลิตทางการเกษตรกรรมของประเทศ 2.ในแผนการผลิตทางการเกษตรกรรมข้างต้นควรมีรายละเอียดหรือองค์ประกอบในแผนการผลิตอย่างไรบ้าง
3.ขอให้นำ พ.ร.บ.เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522 และพ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.2554 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายอยู่แล้วมาพิจารณาว่า มีสาระหรือบทบัญญัติที่จะนำมาใช้ดำเนินการจัดทำแผนการผลิตทางการเกษตรกรรมได้หรือไม่ รวมทั้งให้ศึกษาว่ามีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะทำให้เกษตรกรปฏิบัติตามแผนการผลิต ทั้งนี้อาจนำจุดแข็งและจุดอ่อนของการวางแผนข้าวครบวงจร หรือการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาอ้อยตามกฎหมายอ้อยและน้ำตาลมาพิจารณาประกอบด้วยก็ได้และ 4.กระทรวงเกษตรฯ ควรกำหนดเงื่อนไข หรือควรจัดบริการใดๆ
(Incentives)ให้แก่เกษตรกรเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน หรือแรงจูงใจให้เกษตรกรทำการเกษตรตามแผนการผลิตทางการเกษตรกรรมอย่างจริงจังต่อไป พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จะต้องแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาหาแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตรกรรมดังกล่าวข้างต้นให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี