อย.มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยาไทยระดมทุกภาคส่วนยกระดับมาตรฐาน

วันอังคาร ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาของประเทศไทย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยามีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพตามที่มุ่งหวัง และให้เป็นไปตามระบบประกันคุณภาพที่เป็นหลักวิชาการ โดยเดิมได้มีการกำหนดให้ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันทุกแห่ง ต้องปฏิบัติตาม

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMP) อย่างเคร่งครัด ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2546 ซึ่งสอดคล้องตามข้อกำหนด ขององค์การอนามัยโลก ฉบับปี ค.ศ.1992 แม้ว่า อย. ได้มีการนำหลักเกณฑ์ GMP มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและมีการบังคับใช้เป็นกฎหมาย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา รวมถึงกำหนดให้สถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันทุกแห่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMP)

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันทุกแห่ง ต้องดำเนินการผลิตให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยาแผนปัจจุบัน ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2554 และ อย.ได้มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจในประกาศดังกล่าวไปแล้วในระดับหนึ่ง โดยประชุมเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิต (GMP) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 แต่อย่างไรก็ดี ด้วยหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวมีรายละเอียดให้ปฏิบัติและมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่า อย. ได้มีการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นมาแล้วก็ตาม แต่พบว่ายังมีหลายประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศฯ ดังกล่าว อย.จึงได้จัดให้มีการประชุมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิต (GMP) ครั้งที่ 2 ขึ้น ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2556 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 700 คน เช่น คณาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆผู้บริหารของสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันของประเทศไทยทั่วประเทศ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตยาของประเทศไทย

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผลที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้จะใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยาของประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศอาเซียนและในระดับสากลมากยิ่งขึ้น