ชาวม.เกษรตรฯเฮ! ทางด่วนขั้นที่3เหลว คมนาคมชี้ไม่คุ้มค่า เวรคืนที่ดินแพงลิ่ว

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นการทบทวนโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ระยะทาง 42.9 กิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาแทน  หลังจากการก่อสร้างทางด่วนเส้นเดิมมีข้อขัดแย้งกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่า การสร้างรถไฟขนาดเบา ไม่คุ้มค่าการลงทุน เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน บริเวณถนนแคราย ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงถึง 40,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ศึกษาการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 จากเดิมที่ต้องการเชื่อมฝั่งตะวันออก และตะวันตกของกรุงเทพฯ ขยับแนวออกไปบริเวณขนานกับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณถนนรังสิตแทน

ด้านนายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการกทพ. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า จะล้มการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ หรือแนวทางการสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาแทน เนื่องจากต้องรอนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนแนวทางการศึกษาการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 ไปบริเวณรังสิตแทนจะต้องมีหารือกับกับกรมทางหลวง (ทล.)และกรมชลประทาน ถึงแนวทางและความเป็นได้ในการก่อสร้างด้วย

ขณะที่นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ทล.มีแผนที่จะขยายถนนรังสิต-นครนายก และมีการก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมวงแหวนตะวันออกไปยังตะวันตก ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างรอผลการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เข้ามาศึกษาโครงการดังกล่าว ซึ่งจะสรุปผลการศึกษาได้ช่วงปลายปี 2556 นี้ ส่วนกรณีที่ กทพ. มีการปรับแนวก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 ออกมาใช้แนวบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งอาจทับซ้อนกับแผนการก่อสร้างขยายถนนของ ทล.นั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดซึ่งคงจะมีการหารือร่วมกันเร็วๆ นี้ และกรณีนี้ เป็นเรื่องนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่จะตัดสินใจ

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การก่อสร้างทางด่วนของ กทพ. จะต้องพิจารณาคัดเลือกหาแนวเส้นทางที่มีความเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ของโครงการเพราะระบบทางด่วน จะต้องมีการจัดเก็บค่าผ่านทาง ไม่ควรก่อสร้างเส้นทางที่ไปทับซ้อนกับแนวเส้นทางของถนนที่มีอยู่เดิม เพราะอาจได้รับผลกระทบ ทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุน

ทั้งนี้ กทพ.อาจต้องกลับไปดูมติ ครม.ที่เคยกำหนดขอบเขตการขยายเส้นทางว่า จะเน้นเส้นทางที่อยู่ในเขตเมืองเป็นหลัก ส่วนปริมณฑลและพื้นที่รอบนอกเป็นหน้าที่ของ ทล. หาก กทพ.ขยายทางด่วนไปโดยไม่พิจารณาความเหมาะสม อาจส่งผลกระทบกับความไม่คุ้มค่าการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางด่วน ขั้นที่ 3 ตอนที่ 1 ซึ่งตัดผ่านเนื้อที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) บางเขนนั้น  ก่อนหน้านี้ทั้งรองศาสตราจารย์ วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี พร้อมด้วย นิสิต-นักศึกษา กว่า 2,000 คน   ได้ออกมาแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเฉือนพื้นที่ใช้ประโยชน์ของมหาวิทยาลัยรวมถึงคาดว่าการก่อสร้างทางดังกล่าวจะส่งผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศและทางเสียงแก่นักศึกษาจนเคยตั้งแถวและเดินขบวนประท้วง ไปยังกทพ.มาแล้ว