วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เครือข่ายพ่อแม่ยื่นผู้ตรวจ
ค้านยุบโรงเรียน
เข้าข่ายผิดหลักนิติธรรม
ติงแนวคิดให้ดญ.ซอยผม
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผศ วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ หัวหน้าพรรคยางพาราไทย ในฐานะ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงศึกษาธิการในการออกกฏกระทรวง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความประพฤติของ นักเรียนและการสั่งยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ว่าได้ปฏิบัติตามหลักนิติธรรมหรือไม่
ผศ.วิวัฒน์ชัย กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าว มีผลกระทบต่อเด็ก นักเรียน และผู้ปกครองจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันมีโรงเรียนถูกยุบมาแล้ว กว่า 6,000 แห่ง และยังส่งผลกระทบต่อนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ศึกษาในคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อจบออกมาทำหน้าที่ครูจำนวนมากนั้น มีสถานที่ปฏิบัติงานไม่เพียงพอในอนาคต จึงน่าสงสัยว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของการศึกษาหรือไม่
นายวิวัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า การอนุญาตให้นักเรียนไว้ผมยาวได้นั้น เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 (3) หรือไม่ เนื่องจากการออกคำสั่งดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามหลักการ-องคำสั่งทางปกครอง จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบ และเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ศาลปกครอง เพื่อให้มีการวินิจฉัยต่อไป
ขณะที่ นายรักษเกชา กล่าวว่า สำนวนที่ทางผู้ร้องยื่นในวันนี้นั้น ยังมีความไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้มีการระบุมาตราของรัฐธรรมนูญที่เป็นการขัดต่อเรื่องต่างๆตามคำร้อง ของผู้ร้อง เบื้องต้นทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องไว้พิจารณา และจะมีการประสานไปยังผู้ร้อง ในประเด็นที่ยังไม่ได้รับความชัดเจนต่อไป
ทางด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ การแต่งกาย และแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ....ให้ ครม.เห็นชอบ ซึ่งสาระสำคัญคือการเปิดช่องให้นักเรียนหญิงไว้ทรงผมยาว สั้น หรือซอยผมได้ ว่า เป็นเสมือนการผ่อนคลายกฎกติกาลงเท่านั้น แต่นักเรียนจะเลือกทางใด เป็นสิทธิส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับค่านิยมและวัฒนธรรมของโรงเรียนด้วย
“สพฐ.เองไม่ได้มีอะไรไปบังคับ ขอให้นักเรียนมาตกลงกันเอง ถ้ารุ่นพี่หรือประชาคม คิดว่า จะใช้ทรงผมอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน ก็ขอให้ตกลงกัน เพราะถือว่าเป็นสิทธิของนักเรียน ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองมีข้อห่วงใยว่าการให้อิสระนักเรียนในการซอยผมได้ จะทำให้เด็กตามแฟชั่นมากขึ้น รวมถึงอาจจะทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมได้นั้น ตนก็เห็นด้วย ดังนั้นจึงขอให้ทุกโรงเรียน เน้นย้ำกับนักเรียนว่าแม้ ศธ.จะผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับทรงผม แต่ก็ขอให้คำนึงถึงกรอบของความเหมาะสม ความพอดี” นายชินภัทร กล่าว
ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนให้ตัดคำว่า “ ห้ามนักเรียนซอยผม “ ออก เพราะเห็นว่า เวลานักเรียนชายตัดผมจะต้องมีการซอย หรือแม้กระทั่งทรงรองทรงก็ต้องมีการซอย ดังนั้นร่างเดิมที่กำหนดว่า ห้ามนักเรียนซอยผม อาจจะทำให้มีการตีความไปในทางที่ผิด จึงคิดว่า คำว่าห้ามซอยผม ถ้าทิ้งไว้จะทำให้มีปัญหา เลยต้องตัดออก แต่ตามหลักการก็คือ นักเรียนผู้ชายตัดผมรองทรง ส่วนนักเรียนหญิงสั้นก็ได้ ยาวก็ได้ แต่ขอให้รวบให้เรียบร้อย
ส่วน ด.ญ.นภัส พฤกษ์ศรีสาคร นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้นักเรียนซอยผมได้ การเป็นนักเรียนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัย ยิ่งการเปิดกว้างให้นักเรียนมีอิสระในเรื่องทรงผมจะทำให้แข่งขันเรื่องแฟชั่นมากขึ้น และอาจจะทำให้เกิดปัญหาถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย
นางเนตรสุรางค์ ก้องสิทธิโชค ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะเด็กก็คือเด็ก ไม่เข้าใจว่าศธ.จะส่งเสริมให้เด็กแข่งขันแต่งตัวกันไปถึงไหน ตนเห็นว่าเด็กยังมีอย่างอื่นให้ต้องสนใจมากกว่า เช่น การตั้งใจเรียน
น.ส.มนทิตา เพ็ชรอุดม นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วย ซึ่งเท่าที่คุยกับคุณพ่อก็เห็นด้วย โดยมองว่าเด็กสมัยนี้ควรจะต้องให้อิสระบ้าง แต่จะต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะสม แต่ตนเองก็ตั้งใจจะไว้ผมยาวและรวบผมตามที่โรงเรียนขอความร่วมมือ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี