537.jpg
เกษตรสร้างสรรค์ : อานิสงส์ปฏิทินน้ำ

เกษตรสร้างสรรค์ : อานิสงส์ปฏิทินน้ำ

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

ปฏิทินสากล ถือเอาวันที่ 1 มกราคมเป็นวันเริ่มต้นปี แล้วยึดเอาวันที่ 31 ธันวาคมเป็นวันสิ้นปี


ปฏิทินน้ำ กำหนดรอบการบริหารจัดการน้ำ 12 เดือนเท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 2 รอบฤดูคือ ฤดูฝน กับ ฤดูแล้ง อย่างละ 6 เดือนเท่ากัน และมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดต่างจากปฏิทินทั่วไป

โดยรอบฤดูฝนนั้น เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม- 31 ตุลาคม ส่วนรอบฤดูแล้ง นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน- 30 เมษายนของปีถัดไป แล้วหมุนเวียนเป็นวัฏจักรอย่างนี้เรื่อยไป

ในอดีตการทำนาซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเกษตร อาศัยน้ำฝนอย่างเดียว ปีหนึ่งจึงทำนาเพียง 1 ครั้ง จึงเรียกว่า นาปี แต่เมื่อความต้องการข้าวมากขึ้น ทั้งเพื่อบริโภคและส่งออก จึงต้องพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานเพิ่มเติม โดยมีกรมชลประทานเป็นหัวเรือใหญ่ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

เมื่อมีน้ำต้นทุนบริบูรณ์ก็ทำนาปรังในหน้าแล้งเพิ่มเติมนอกเหนือนาปี บางแห่งหนักหนาถึงทำนาปรังรอบที่ 2 ด้วยซ้ำ ล้วนเป็นอานิสงส์จากแหล่งน้ำชลประทาน

ทุ่งเจ้าพระยา เดิมทีมีเพียงเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ยืนหยัดเป็นเสาหลักแหล่งน้ำต้นทุน ด้วยความจุ 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และ กว่า 9,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ แต่เมื่อต้องการพัฒนาเป็นแหล่งปลูกข้าวเต็มศักยภาพ ก็จำต้องสร้างเขื่อนใหม่ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ส่งน้ำลงมาสมทบ ในฤดูแล้งบางปี ยังต้องผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ข้ามมาลงแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยไล่น้ำเค็มอีกแรงหนึ่งด้วยซ้ำ

ทุ่งเจ้าพระยา จึงเปล่งศักยภาพเป็นอู่ข้าว อู่น้ำ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากสภาพดินที่เหมาะแก่การทำนาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

ฤดูแล้งที่เพิ่งพ้นผ่าน (1 พฤศจิกายน 2555-30 เมษายน 2556) แหล่งน้ำต้นทุนสำหรับทุ่งเจ้าพระยา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า สามารถยันสถานการณ์แล้งได้เป็นอย่างดีด้วยการจัดสรรน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งได้ตามเป้าหมาย 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

เช่นเดียวกัน ฤดูฝนที่กำลังย่างกราย (1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2556) กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำ 4,160 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคำนวณจากน้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ 2,416 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 15% ของความจุรวม ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 เป็นตัวตั้ง ที่เหลือเป็นน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายอ่าง ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูก ส่วนปริมาณฝนที่ตกเหนืออ่างก็จะไหลลงอ่าง สำหรับ เก็บสำรองใช้ในฤดูแล้ง และต้นฤดูฝนปีถัดไป

คุณฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เล่าว่าฤดูฝนนี้คาดหมายว่า ปริมาณน้ำฝนในภาคเหนือและภาคกลาง จะใกล้เคียงกับปริมาณฝนเฉลี่ยในรอบ 30 ปีตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยครึ่งแรกของเดือนพฤษภาคม ฝนน้อยกว่าที่คาด แต่น่าจะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น และต่อให้สถานการณ์เลวร้ายฝนไม่ตกเลยในช่วง 2 เดือนแรกของฤดู ก็ยังสามารถส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกได้ เพราะยังมีปริมาณน้ำใช้การ 2,416 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นต้นทุนอยู่แล้ว

อย่างไรเสีย อีก 4 เดือนที่เหลือก็ต้องมีฝนตกไม่มากก็น้อย เผลอๆ อาจหนักช่วงปลายเดือนกันยายนที่มักมีมรสุมพัดเข้าจนต้องจัดการพร่องน้ำไม่ให้น้ำท่วมเสียด้วยซ้ำ หากมีน้ำไหลเข้าอ่างเกินกว่า 70% ของความจุ

ปฏิทินน้ำ จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ออกกับการพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ เพื่อความมั่นคงด้านอาหารของประเทศในที่สุด

พรชัย สุขสมสันต์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top