537.jpg
เกษตรสร้างสรรค์ : โซนแล้วอย่านิ่ง

เกษตรสร้างสรรค์ : โซนแล้วอย่านิ่ง

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

การกำหนดเขตปลูกพืชที่เหมาะสม(Zoning) คิดกันมานาน แต่ไม่เคยทำจริงเสียที  จนมีรัฐบาลนี้แหละที่กล้าลุยโซนนิ่งอีกครั้ง


                ว่าไปแล้ว การโซนนิ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก  สามารถกำหนดพื้นที่ปลูกพืชที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในตัว ทั้งยังจะบริหารจัดการผลผลิตได้ดียิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรมากขึ้น

                ดีอย่างนี้  แล้วทำไมไม่มีรัฐบาลไหนสนใจทำ  หรือมีแต่คนเบ้หน้าเมื่อบอกว่ารัฐบาลจะทำจริง

                คุณฉลอง  เทพวิทักษ์กิจ  รองปลัดกระทรวงเกษตรฯบอกว่า  ที่กระทรวงเกษตรฯทำอยู่ ณ ขณะนี้เป็นการโซนนิ่งขั้นตอนแรก  ซึ่งอาศัยข้อมูลแผนที่จากกรมพัฒนาที่ดินมาจัดวางพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกพืช  โดยแบ่งเป็นเหมาะสมมาก  เหมาะสมปานกลาง  เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม

                พื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลางเท่านั้น ที่จะประกาศเป็นเขตปลูกพืชที่เหมาะสม  นอกจากนั้นต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่น หรือการเกษตรอื่น เช่น ปศุสัตว์  ประมง หรือควบรวมอย่างแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

                ปัญหาหลักการเกษตรไทยคือต้นทุนการผลิตสูง เพราะไปปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ  เกษตรกรก็มีปัญหา  ถ้าประกาศโซนนิ่งได้ก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้

                ขั้นตอนหลังประกาศพื้นที่รอบแรกไปแล้ว จังหวัดต่างๆต้องสำรวจพื้นที่เหมาะสมและเสนอมายังกระทรวงเกษตรฯ พร้อมๆกับที่กระทรวงเกษตรฯมิหมายให้กรมต่างๆจัดทำแผนขึ้นมาเช่นเดียวกัน  แต่กรมฯมักเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งยิ่งจะทำให้ผลผลิตล้นความต้องการมากขึ้น  จึงได้สั่งทบทวนโดยขอให้เน้นการปรับเปลี่ยนพืชที่เหมาะสมเป็นหลัก

                รองปลัดฯฉลองบอกว่า โจทย์ใหม่ของกระทรวงเกษตรฯในอนาคต  คือต้องกล้าวางแผนปรับเปลี่ยนการปลูกพืช อันไหนไม่เหมาะสมก็ต้องกล้าเปลี่ยน อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดเสียทีเดียว ค่อยๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจ  สุดท้ายเกษตรกรก็จะเปลี่ยนเอง  แต่หน่วยงานราชการต้องไปทำโครงการตัวอย่างให้เขาเห็นก่อน

                ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการโซนนิ่งอยู่ที่นโยบายรัฐบาล ต้องชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร  และต้องใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเข้าไปช่วยในระดับแปลงเกษตรกรรายคน  หากทำได้ต่อไปการแก้ไขปัญหาผลผลิต และราคาพืชผลก็ง่ายเข้า  การรับจำนำหรือประกันหรือการให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงตัวเกษตรกร  โดยไม่อาจหมกเม็ดหรือหลอกเหมือนในปัจจุบัน  เพราะจะยืนยันด้วยข้อมูลรายแปลง ใครมีที่กี่ไร่ ปลูกอะไรกี่ไร่ ระบุออกมาได้หมดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

                ส่วนเรื่องที่ว่า  เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่งกับพวกนอกโซนนิ่งได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน ทำให้เกษตรกรไม่กระตือรือร้นเข้าร่วมด้วยนั้น   คุณฉลองบอกว่า  ถ้าเริ่มต้นโดยให้สิทธิประโยชน์แตกต่างกันเลย เท่ากับหักดิบก็จะวุ่นวาย และสั่นคลอนเสถียรภาพใครได้   ตรงข้าม ยังคงให้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันระยะหนึ่ง  จนเมื่อเกษตรกรเห็นชัดถึงประโยชน์ของการโซนนิ่งก็จะค่อยๆปรับลดสิทธิประโยชน์เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ ซึ่งถึงเวลานั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะเปลี่ยนใจกันมาก

                ฟังแล้วก็พอฟังขึ้น  แต่สุดท้ายขึ้นกับนโยบายรัฐบาลจะเอาจริงเอาจังไหม ที่สำคัญปล่อยให้หน่วยงานระดับกรมฯทำโครงการโน่นนี่แล้วต้องตามไปตรวจสอบดู ไม่งั้นก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอีก

                เวลานี้แม่น้ำในเมืองไทย เป็นแม่น้ำพริกแทบหมดแล้ว

พรชัย  สุขสมสันต์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top