วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การกำหนดเขตปลูกพืชที่เหมาะสม(Zoning) คิดกันมานาน แต่ไม่เคยทำจริงเสียที จนมีรัฐบาลนี้แหละที่กล้าลุยโซนนิ่งอีกครั้ง
ว่าไปแล้ว การโซนนิ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก สามารถกำหนดพื้นที่ปลูกพืชที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในตัว ทั้งยังจะบริหารจัดการผลผลิตได้ดียิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรมากขึ้น
ดีอย่างนี้ แล้วทำไมไม่มีรัฐบาลไหนสนใจทำ หรือมีแต่คนเบ้หน้าเมื่อบอกว่ารัฐบาลจะทำจริง
คุณฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯบอกว่า ที่กระทรวงเกษตรฯทำอยู่ ณ ขณะนี้เป็นการโซนนิ่งขั้นตอนแรก ซึ่งอาศัยข้อมูลแผนที่จากกรมพัฒนาที่ดินมาจัดวางพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกพืช โดยแบ่งเป็นเหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม
พื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลางเท่านั้น ที่จะประกาศเป็นเขตปลูกพืชที่เหมาะสม นอกจากนั้นต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่น หรือการเกษตรอื่น เช่น ปศุสัตว์ ประมง หรือควบรวมอย่างแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ปัญหาหลักการเกษตรไทยคือต้นทุนการผลิตสูง เพราะไปปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรก็มีปัญหา ถ้าประกาศโซนนิ่งได้ก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้
ขั้นตอนหลังประกาศพื้นที่รอบแรกไปแล้ว จังหวัดต่างๆต้องสำรวจพื้นที่เหมาะสมและเสนอมายังกระทรวงเกษตรฯ พร้อมๆกับที่กระทรวงเกษตรฯมิหมายให้กรมต่างๆจัดทำแผนขึ้นมาเช่นเดียวกัน แต่กรมฯมักเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งยิ่งจะทำให้ผลผลิตล้นความต้องการมากขึ้น จึงได้สั่งทบทวนโดยขอให้เน้นการปรับเปลี่ยนพืชที่เหมาะสมเป็นหลัก
รองปลัดฯฉลองบอกว่า โจทย์ใหม่ของกระทรวงเกษตรฯในอนาคต คือต้องกล้าวางแผนปรับเปลี่ยนการปลูกพืช อันไหนไม่เหมาะสมก็ต้องกล้าเปลี่ยน อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดเสียทีเดียว ค่อยๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจ สุดท้ายเกษตรกรก็จะเปลี่ยนเอง แต่หน่วยงานราชการต้องไปทำโครงการตัวอย่างให้เขาเห็นก่อน
ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการโซนนิ่งอยู่ที่นโยบายรัฐบาล ต้องชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร และต้องใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเข้าไปช่วยในระดับแปลงเกษตรกรรายคน หากทำได้ต่อไปการแก้ไขปัญหาผลผลิต และราคาพืชผลก็ง่ายเข้า การรับจำนำหรือประกันหรือการให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงตัวเกษตรกร โดยไม่อาจหมกเม็ดหรือหลอกเหมือนในปัจจุบัน เพราะจะยืนยันด้วยข้อมูลรายแปลง ใครมีที่กี่ไร่ ปลูกอะไรกี่ไร่ ระบุออกมาได้หมดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
ส่วนเรื่องที่ว่า เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่งกับพวกนอกโซนนิ่งได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน ทำให้เกษตรกรไม่กระตือรือร้นเข้าร่วมด้วยนั้น คุณฉลองบอกว่า ถ้าเริ่มต้นโดยให้สิทธิประโยชน์แตกต่างกันเลย เท่ากับหักดิบก็จะวุ่นวาย และสั่นคลอนเสถียรภาพใครได้ ตรงข้าม ยังคงให้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันระยะหนึ่ง จนเมื่อเกษตรกรเห็นชัดถึงประโยชน์ของการโซนนิ่งก็จะค่อยๆปรับลดสิทธิประโยชน์เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ ซึ่งถึงเวลานั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะเปลี่ยนใจกันมาก
ฟังแล้วก็พอฟังขึ้น แต่สุดท้ายขึ้นกับนโยบายรัฐบาลจะเอาจริงเอาจังไหม ที่สำคัญปล่อยให้หน่วยงานระดับกรมฯทำโครงการโน่นนี่แล้วต้องตามไปตรวจสอบดู ไม่งั้นก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอีก
เวลานี้แม่น้ำในเมืองไทย เป็นแม่น้ำพริกแทบหมดแล้ว
พรชัย สุขสมสันต์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี