วันที่ 29 กรกฏาคม พ.ศ. 2553
 
เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 2เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 3เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 4
ค้นหาข่าว อ่านวิธีใช้ ค้นหา | | | |
 
หน้าแรก
ข่าวการเมือง
คอลัมน์เด่นการเมือง
การ์ตูนแนวหน้า
ข่าวโลกธุรกิจ
ข่าวภูมิภาค
ข่าวกทม.
ผู้หญิงแนวหน้า
ข่าวกีฬาแนวหน้า
ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม
ข่าวอาชญากรรม
ข่าวแรงงาน
เกษตร-สิ่งแวดล้อม
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวบันเทิง
ยานยนต์แนวหน้า
ดวงชะตา
รวมภาพข่าว Gallery
เข้าระบบ สมาชิก
 ชื่อ :
 รหัสผ่าน :
จำรหัสผ่าน

สมัครสมาชิกใหม่ l ลืมรหัสผ่าน

ส่งหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ
อีเมล์คุณ :
อีเมล์เพื่อน :
 
ข่าวการเมือง
“ส.ส.ร.” ผนึก ขวาง แก้รธน. ยันไม่ใช่จงอางหวงไข่ แต่ต้องไม่ใช่แก้ตามอำเภอใจโจร

วันนี้ (25มี.ค.)อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในนามชมรมส.ส.ร.50 ประมาณ 20 คน อาทิ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายคมสัน โพธิ์คง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายปกรณ์ ปรียากร นายมานิจ สุขสมจิตร   ได้นัดประชุมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อหารือถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเนื่องจากเป็นการแก้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญที่ต้องการสร้างความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมให้กับการเลือกตั้ง    

นายมานิจ  กล่าวว่า ขณะนี้ที่พูดกันคือส.ส.ร.เป็นพวก  “จงอางหวงไข่” ไม่ยอมให้ใครมาแก้รัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ได้ เราจึงมีบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเอาไว้ แต่การแก้ต้องไม่ใช่การแก้ตามใจ ถ้าจะแก้ตามใจชอบของโจร กฎหมายอาญาทั้งหลายทั้งปวง เรื่องการปล้นฆ่า ชิงทรัพย์ ต้องยกเลิกให้หมดเพราะโจรไม่ชอบแน่นอน รัฐธรรมนูญต้องไม่แก้ตามความพอใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 

นายเสรี ยืนยันว่า ในระหว่างการร่างม.237 ขึ้นมานั้นได้ขอความเห็นจากพรรคการเมืองทุกพรรคปรากฎว่าไม่มีพรรคการเมืองใดคัดค้านหรือโต้แย้งแต่อย่างใด และการลงประชามติจากประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อรัฐธรรมนูญมาตรานี้เริ่มทำการตรวจสอบนักการเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ต่อการเลือกตั้งพรรคการเมืองเหล่านี้กลับมาขอแก้ไข เห็นชัดเจนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากคนใช้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอย่างชัดเจน

ขณะที่นายคมสัน ระบุว่า รัฐธรรมนูญมาตรานี้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยว่าจะยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมืองดังนั้นการจะแก้ไขมาตรานี้เท่ากับว่าพรรคพลังประชาชน พยายามจะหลบหลีกตัวเองให้รอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม ถือว่าไม่มีความชอบธรรม ไร้มารยาททางการเมืองอย่างยิ่ง  ยกตัวอย่างนักโทษที่อยู่ในคุกเมื่อเขาถูกคำสั่งประหารชีวิต เขาก็ต้องปฎิบัติตาม แต่เหตุใดนักการเมืองเมื่อทำความผิดกลับไปแก้กฎหมายให้ตัวเองพ้นผิด ทำไมนักการเมืองถึงไม่รับผิดในสิ่งที่ตัวเองกระทำเหมือนที่ประชาชนทั่วไปยอมรับ

ส่วนนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนกำลังบิดเบือนเจตนารมณ์ม.237 อย่างรุนแรง เช่นอ้างว่ามาตรานี้เป็นการลงโทษทำผิดคนเดียวแต่เหมาเข่งเล่นงานทั้งพรรค ทั้งที่องค์ประกอบความผิดในมาตรานี้มีถึง 3 เงื่อนไข คือ1.ต้องสนับสนุนการกระทำความผิด 2.รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำ และ 3.รู้แล้วแต่ปล่อยปละละเลย หากไม่เข้า 1 ใน 3 เงื่อนไขนี้ความผิดที่เกิดขึ้นก็ยังเป็นความผิดส่วนตัว นอกจากนี้มีการอ้างว่าม.237 มีความต้องการทำลายพรรคการเมือง ซึ่งเจตนารมณ์ที่แท้จริงคือต้องการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความมั่นคงจึงวางมาตรการไว้อย่างเข้มข้น 

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กล่าวว่า ที่พรรคพลังประชาชนอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากท็อปบู๊ต จึงต้องรีบแก้ไขเพื่อให้ต่างชาติเกิดความมั่นใจนั้น ขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับของเรา 50-60 ปีที่ผ่านมาล้วนมาจากท็อปบู๊ตทั้งสิ้น และที่ผ่านมาต่างชาตินั้นเมื่อต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศไทยก็ไม่เคยสนใจว่ารัฐบาลมาจกความชอบธรรมหรือไม่ คิดเพียงว่าเขาสามารถติดสินบนนักการเมืองของเราและเข้าถึงผลประโยชน์ของเราได้เท่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่เราต้องการแก้ปัญหาภายในกลับหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย วิจารณ์เราโดยไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย บอกฝรั่งไปเลยว่าอย่าดูว่ารัฐธรรมนูญมาจากท็อปบู๊ตหรือไม่ แต่ต้องดูว่ารัฐบาลมีธรรมาภิบาลหรือไม่มากกว่า

น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า สำหรับม.237 นั้นมีการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองแล้ว แต่ไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอให้แก้ไขมาตรา 237 เลย   แต่นี่มาแก้เพราะกระทำผิด  ถ้าไม่ได้ทำผิดแล้วกลัวอะไร  ทำไมไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ต้องย้ำว่าเราเคยให้ท่านดูแล้ว แต่ท่านก็ไม่แก้เอง   แต่มาตอนนี้ท่านกลับมาขอแก้ เมื่อไปทำผิดมา แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่การแก้เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเลย    ดังนั้น เราควรสร้างความรู้สึกร่วมกันกับประชาชนเพื่อตอกย้ำข้อเท็จจริงของเจตนารมณ์มาตรา 237  โดยขอให้ส.ส.ร. ช่วยให้ข้อมูลอย่างเต็มที่  โดยในวันที่ 5 เม.ย. นี้จะมีการจัดเสวนา เรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญใครได้ใครเสีย” ในเวลา 14.00 -15.00 น.  โดยมีตัวแทนภาคประชาชนจากทั่วประเทศมาเสวนาร่วมกัน 

“ส.ส.ร.50  ต้องรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญคงไม่มีข้อยุติง่าย  เพราะฝ่ายที่จะแก้เขาทุรนทุรายที่จะแก้ให้ได้ภายใน 1-2 เดือน  ดังนั้น เราต้องทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น  ทั้งนี้ส่วนตัวได้ประเมินสถานการณ์แล้วไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวาย  แต่มันคงจะมีหากยังดื้อดึง ไม่มีการฟังเสียงประชาชน”น.ต.ประสงค์ กล่าว

จากนั้นชมรมฯได้ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาว่า หลังจากที่มีข้อเสนออย่างเข้มแข็งให้แก้รัฐธรรมนูญม.237 พร้อมทั้งมีการประนามรัฐธรรมนูญว่าร่างขึ้นด้วยเจตนาทำร้ายและล้มล้างกลุ่มการเมืองบางฝ่ายทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน ส.ส.ร.จึงขอชี้แจงว่า   1.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการลงประชามติ เท่ากับว่าผ่านความเห็นชอบของประชาชนไทยอย่างถูกต้องชอบธรรม  2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถทำได้และในประวัติศาสตร์ก็เคยทำมาตลอดในระบอบการเมืองที่กำหนดขึ้นอย่างเป็นที่ยอมรับกัน เพราะฉะนั้นจึงมีความเป็นเหตุเป็นผลที่รวมและปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญได้ 3.  การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องขึ้นอยู่กับว่าสายอมรับเหตุผลของการแก้ไขนั้นแค่ไหน หาใช่แก้ไขเพื่อประโยชน์เฉพาะเหตุ เฉพาะกลุ่ม ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือเพื่อขอหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ในขณะที่สาธารณชนไทยจะหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ 

4.เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 50 นั้นไม่มีเจตนาที่จะทำลายหรือทำร้ายเฉพาะกลุ่มหรือสถาบันการเมืองใด หากแต่มีเจตนารมณ์สำคัญที่จะช่วยการเมืองของประเทศไทยคืนสภาพพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพและ สร้างความเข้มแข็งให้แก่การพัฒนาประเทศชาติและประชาชนต่อไป และมุ่งเน้นแก้ไขข้อบกพร่องของอดีต ที่มีการนำความผิดทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้งและบิดพลิ้วเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาแล้ว

 5.  ส.ส.ร.50 ตระหนักในปฏิกิริยาและข้อโต้แย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงต้องชี้แจงเจตนารมณ์ที่แท้จริง  การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตีความ เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดๆ ก็ตาม แต่ฝ่ายเดียวจะเท่ากับเป็นความพยายามบิดพลิ้วเจตนารมณ์แท้จริงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ดังที่เป็นข่าววิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส.ร.ไม่เป็นห่วงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพื่อตัวเอง หลังจากนี้ส.ส.ร.จะมีการประชุมกันทุกวันอังคาร ที่รัฐสภา โดยจะระดมอดีตส.ส.ร. และอดีตกรรมาธิการทั่วประเทศมาประชุมร่วมกัน เพื่อเกาะติด ตรวจสอบแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่ามีความชอบธรรมและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติหรือผลประโยชน์ส่วนตัว

นายปกรณ์ ปรียากรณ์ กล่าวว่า ม.237 นั้นเป็นสร้างลู่ทางการเข้าสู่อำนาจรัฐด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเป็นวังวนเหมือนที่เคยพบมา หากจะแก้ไขต้องถามประชาชน 14 ล้านเสียง ที่เห็นชอบอย่าให้ประชาชนรู้ว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหลีกหนีการกระทำความผิดของกลุ่มและพวกของตัวเอง ซึ่งไม่ทำให้รัฐบาลดูสง่างาม เพราะจะขนาดรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ยังหลีกเลี่ยงแก้ไขได้ นับประสาอะไรกับกฎหมายเล็กน้อยกว่านั้นรัฐบาลจะไม่แก้เพื่อผลประโยชยน์ของตัวเอง หากรัฐบาลยังเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ความไว้เนื้อเชื่อใจจะลดทอนลงไปอย่างแน่นอน

วันที่ 25/3/2008
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กเบียร์สิงห์ นั่ง ปธ.กมธ.ประชาสัมพันธ์ฯ ส.ส.ร.
อ่านข่าวทั้งหมด
Highlight ข่าวการเมือง
เด็กไทยดังกระฉ่อน คว้าอีก3เหรียญทอง แข่งขันเคมีโอลิมปิก
อลงกรณ์ตื้อคุยพม่ายอมเปิดด่าน คาดเสียหายแล้วกว่าพันล้านบาท
แฉตัวเลขแชมป์ขี้เมา คนวัยทำงานชอบตั้งวงก๊ง
สปส.เล็งเชือดรพ.เอกชน ไม่ยอมรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ขู่ลดโควตาจำนวนคนไข้15%
พายุจันทูถล่มจ.ตรัง ต้นไม้ทับบ้าน22หลัง จนท.เร่งช่วยเหลือ
อ่านข่าวทั้งหมด
สถิติการแสดงความคิดเห็น
จำนวนคนอ่าน 376 คน
จำนวนคนโหวต 0 คน
 
เห็นด้วย
0 คน
   
ไม่เห็นด้วย
0 คน
 

แสดงความคิดเห็นของคุณ
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย

 
กฎกติกา มารยาทก่อนแสดงความคิดเห็น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติใช้บริการเว็บไซต์ แนวหน้า และก่อนแสดงความคิดเห็น โปรด งดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาใส่ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบ กระทั่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ ทั้งนี้ทุกความเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ดำเนินรายการ เว็บไซด์ และไม่สามารถ นำไปอ้างอิงทาง กฎหมายได้ พื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกติกาดังกล่าว เราจำเป็นต้องตรวจสอบ กลั่นกรอง ข้อแสดงความคิดเห็นของท่าน ตามความเหมาะสม ก่อนที่ความคิดเห็นของท่าน จะถูกนำขึ้นแสดงต่อสาธารณะ

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

ชื่อ / อีเมล์  
ความคิดเห็น  
ใส่รหัสก่อนส่ง  
 
  หน้าแรก | ข่าวการเมือง | คอลัมน์เด่นการเมือง | การ์ตูนแนวหน้า | ข่าวโลกธุรกิจ | ข่าวภูมิภาค | ข่าวกทม. | ผู้หญิงแนวหน้า | ข่าวกีฬาแนวหน้า | ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม | ข่าวอาชญากรรม |
ข่าวแรงงาน | เกษตร-สิ่งแวดล้อม | ข่าวต่างประเทศ | ข่าวบันเทิง | ยานยนต์แนวหน้า | ดวงชะตา | รวมภาพข่าว Gallery |
 
  Copyright 2005-2006 © Naewna.com All rights reserved.

Power by : hodgroup.com