วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
 
เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 2เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 3เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 4
ค้นหาข่าว อ่านวิธีใช้ ค้นหา | | | |
 
หน้าแรก
ข่าวการเมือง
คอลัมน์เด่นการเมือง
การ์ตูนแนวหน้า
ข่าวโลกธุรกิจ
ข่าวภูมิภาค
ข่าวกทม.
ผู้หญิงแนวหน้า
ข่าวกีฬาแนวหน้า
ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม
ข่าวอาชญากรรม
ข่าวแรงงาน
เกษตร-สิ่งแวดล้อม
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวบันเทิง
ยานยนต์แนวหน้า
ดวงชะตา
รวมภาพข่าว Gallery
เข้าระบบ สมาชิก
 ชื่อ :
 รหัสผ่าน :
จำรหัสผ่าน

สมัครสมาชิกใหม่ l ลืมรหัสผ่าน

ส่งหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ
อีเมล์คุณ :
อีเมล์เพื่อน :
 
บทความพิเศษ
จับตา7กก.สิทธิมนุษยชนชุดใหม่ เล่นพวกส่อ..."ขัดรธน."..?? (บทความพิเศษ)
ในที่สุดคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็ได้ทำหน้าที่ด้วยการให้ความไว้วางใจผู้สมัคร 7 คน จากทั้งหมด 133 คน ให้รับไม้ต่อ เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดแรกที่มี ศ. เสน่ห์ จามริก เป็นประธานครบวาระต้องออกไปตามที่ศาลปกครองได้วินิจฉัย โดยไม่ต้องรักษาการไปจนกว่าจะมี พ.ร.บ.สิทธิมนุษยชนฉบับใหม่มาบังคับใช้

ทันทีที่สาธารณชนได้ทราบผลการสรรหาของคณะกรรมการ ปรากฏว่ามีเสียงท้วงติงค่อนข้างกว้างขวาง โดยเห็นว่าบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาเลือกมาทำหน้าที่นั้น ส่วนใหญ่มาจากข้าราชการและขาดประสบการณ์ในทางคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นที่ประจักษ์ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและใบสมัคร

โดยผลการสรรหาทั้ง 7 คน สามารถติดตามจาก www.nhrc.or.th

ตามมาด้วยคำถามที่เซ็งแซ่ขึ้นว่า นี่เป็นการเล่นพรรคเล่นพวก หรือหลับหูหลับตา หรือจงใจทำลายองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ...?

กล่าวคือ คณะกรรมการสรรหากำลังดำเนินการไปในทิศทางที่ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อองค์ประกอบของคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่มาจากองค์กรสูงสุดในฟากฝั่งตุลาการ ผนวกด้วยประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

เท่าที่ทราบ ผู้สมัครหลายคนได้เตรียมประวัติผลงาน และประสบการณ์ให้กรรมการสรรหาพิจารณาอย่างเต็มที่ แม้ห้วงเวลาการรับสมัครจะค่อนข้างสั้นก็ตาม

ต้องยอมรับว่าในจำนวนผู้สมัครทั้ง 133 คน มีบุคคลที่มีผลงานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ เป็นที่ประจักษ์หลายคนที่คณะกรรมการสรรหาควรให้โอกาส เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้ปัญหา หรืออยู่กับกลุ่มที่ถูกละเมิดสิทธิมาหลายปี บางกลุ่มของผู้ถูกละเมิดสิทธิผู้สมัครผู้มีผลงานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นที่ประจักษ์ให้เลือกหลายคน เช่น กลุ่มสิทธิแรงงาน กลุ่มสิทธิเด็กและเยาวชน สิทธิชนกลุ่มน้อย สิทธิผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้ และกลุ่มสลัม

ผลการสรรหาที่ออกมา จึงเป็นเสมือนการเตรียมคนไว้ก่อนแล้วกว่าครึ่ง เพียงขยิบตาให้ลงสมัคร ซึ่งทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรอิสระแห่งนี้ที่ควรจะได้ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับปัจจุบันต้องมัวหมองตั้งแต่ก้าวแรกหรือไม่

".....เมื่อพิจารณาจากรายชื่อทั้ง 7 คน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ รู้สึกหมดหวังในกระบวนการสรรหา หมดแรง และไม่สบายใจแทนพี่น้องประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศว่าจะได้ รับการคุ้มครองจากการถูกละเมิดได้หรือไม่ เพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา คนทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ออกมาทวงสิทธิให้ชาวบ้าน เป็นองค์กรภาคเอกชน ชุมชน แรงงาน สลัม ซึ่งคนกลุ่มนี้มีอำนาจน้อย ถูกเอาเปรียบได้ง่าย แต่ กสม. ชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นคนระบบราชการ มีพื้นฐานถูกเอารัดเอาเปรียบค่อนข้างยาก แล้วจะเข้าใจงานด้านนี้ได้ลึกซึ้งอย่างไร" (อรุณี ศรีโต, มติชนออนไลน์ 8 เม.ย. 2552)

โดยเฉพาะการที่มีอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นเขยของสื่อหัวสีรายวันฉบับหนึ่ง ติดเข้ามาด้วย ทำให้สังคมแทบหงายหลัง เพราะคดีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนไม่น้อยผู้ถูกกล่าวหา คือ ตำรวจ หลายคดียังไม่สามารถสืบสาวไปถึงตัวการได้เพราะการเฉยเมยของสีกากีด้วยกัน

ตามรัฐธรรมนูญฯ ฉบับ 2550 เมื่อคณะกรรมการสรรหาได้คัดเลือกบุคคลจำนวน 7 คนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 256 วรรคแรก แล้ว ต้องเสนอรายชื่อต่อประธานวุฒิสภาเพื่อลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่จะนำไปสู่การมีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน นั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ในมาตรา 206 (2) ว่า "ให้ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒิสภาเพื่อมีมติให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับคัดเลือก.... ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ ...."

หากวุฒิสภามีมติไม่รับรอง และส่งคืนไปยังคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการสรรหาอาจให้มีการทบทวน หรือยืนยันรายชื่อบุคคลที่ได้รับการสรรหาเดิมทั้งหมด ถ้าเป็นการยืนยันรายชื่อเดิมทั้งหมด ก็คือการตัดอำนาจการพิจารณาของวุฒิสภาให้เหลือเป็นเพียงตรายางในที่สุด ใช่หรือไม่

พึงตระหนักว่า กสม. มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองมิให้ประชาชนถูกละเมิดเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิทางกฎหมาย โดยการตรวจสอบ การเสนอผลงาน การรายงานต่อรัฐสภา การเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการฟ้องร้องแทนผู้ถูกละเมิด

ไม่ควรที่จะให้เก้าอี้ในองค์กรอิสระเป็น "สมบัติผลัดกันชม" แก่ผู้ที่อาจถูกสังคมมองว่าไม่ควรจะมีสิทธิเข้าสมัครตั้งแต่แรกแล้วเสียด้วยซ้ำ

จึงต้องรอพิสูจน์ ว่า วุฒิสภาจะทำหน้าที่อย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และผดุงศักดิ์ศรีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือเป็นเพียงตรายางให้คณะกรรมการสรรหาที่มิได้ใช้วิจารณญาณตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว

โดยเฉพาะข้อความในมาตรา 256 ที่ระบุคุณสมบัติบุคคลที่จะมาเป็น กสม. ก็คือ "ผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนด้วย"

เอกรงค์ รังคประทีป
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 30/4/2009
บทความอื่นๆในคอลัมน์นี้
มุมมองของชีวิต... (บทความพิเศษ)
"แล้งนี้มีปัญหา"...? (บทความพิเศษ)
ประชาธิปัตย์"งานเข้า" (บทความพิเศษ)
มองเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทย2553 (บทความพิเศษ)
สะท้อนความคิดสื่อ (บทความพิเศษ)
อ่านข่าวทั้งหมด
สถิติการแสดงความคิดเห็น
จำนวนคนอ่าน 1198 คน
จำนวนคนโหวต 4 คน
 
เห็นด้วย
3 คน
   
ไม่เห็นด้วย
1 คน
 

แสดงความคิดเห็นของคุณ
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย

 
กฎกติกา มารยาทก่อนแสดงความคิดเห็น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติใช้บริการเว็บไซต์ แนวหน้า และก่อนแสดงความคิดเห็น โปรด งดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาใส่ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบ กระทั่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ ทั้งนี้ทุกความเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ดำเนินรายการ เว็บไซด์ และไม่สามารถ นำไปอ้างอิงทาง กฎหมายได้ พื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกติกาดังกล่าว เราจำเป็นต้องตรวจสอบ กลั่นกรอง ข้อแสดงความคิดเห็นของท่าน ตามความเหมาะสม ก่อนที่ความคิดเห็นของท่าน จะถูกนำขึ้นแสดงต่อสาธารณะ

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

ชื่อ / อีเมล์  
ความคิดเห็น  
ใส่รหัสก่อนส่ง  
 
  หน้าแรก | ข่าวการเมือง | คอลัมน์เด่นการเมือง | การ์ตูนแนวหน้า | ข่าวโลกธุรกิจ | ข่าวภูมิภาค | ข่าวกทม. | ผู้หญิงแนวหน้า | ข่าวกีฬาแนวหน้า | ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม | ข่าวอาชญากรรม |
ข่าวแรงงาน | เกษตร-สิ่งแวดล้อม | ข่าวต่างประเทศ | ข่าวบันเทิง | ยานยนต์แนวหน้า | ดวงชะตา | รวมภาพข่าว Gallery |
 
  Copyright 2005-2006 © Naewna.com All rights reserved.

Power by : hodgroup.com