องค์กรสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติชาวพม่ากว่า 2 ล้านคน ที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า มีแรงงานข้ามชาติซึ่งเป็นแรงงานชาวพม่าราว 2 ล้านคน อยู่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อ พ.ศ. 2546 รัฐบาลไทยเเละรัฐบาลทหารพม่าได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง ให้มีการพิสูจน์สัญชาติเพื่อเป็นกระบวนการฟอกตัวให้เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย แต่กระบวนการดังกล่าวดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากไม่สามารถตกลงเรื่องสถานที่ที่จะพิสูจน์สัญชาติได้ เพราะรัฐบาลทหารพม่าเห็นควรให้พิสูจน์สัญชาติในประเทศพม่า ในขณะที่รัฐบาลไทยต้องการให้ดำเนินการในประเทศไทย ภาวะชะงักงันดังกล่าวดำเนินมาจนถึง พ.ศ. 2551 เมื่อรัฐบาลไทยยินยอมตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลทหารพม่าและตกลงให้มีการตั้งศูนย์ประสานการพิสูจน์สัญชาติที่จุดผ่านแดนฝั่งพม่า 3 แห่ง โดยรัฐบาลไทยประกาศว่า หลังจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 จะไม่อนุญาตให้มีเเรงงานข้ามชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป
นายสาวิทย์ กล่าวว่า ในปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กระบวนการพิสูจน์สัญชาติจึงได้เริ่มขึ้น โดยมีรถโดยสารขนาดใหญ่จำนวนมาก ทยอยขนแรงงานข้ามชาติจากพื้นที่ที่มีแรงงานอยู่อย่างหนาแน่นไปยังศูนย์ประสานงานการพิสูจน์สัญชาติตามเมืองชายแดนในพม่า แรงงานข้ามชาติต้องข้ามไปยังประเทศพม่าและรีบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยต้องเสียค่าดำเนินการในอัตราต่างๆ เพื่อรับหนังสือเดินทางชั่วคราวของประเทศพม่าเเละวีซ่า ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้แพร่หลายในหมู่ชุมชนแรงงานข้ามชาติ เเต่รัฐบาลไทยยังคงไม่มีการชี้เเจงเเละประชาสัมพันธ์ต่อเเรงงานข้ามชาติ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนเพียงแหล่งเดียวในขณะนี้ คือ ข้อมูลที่มาจากรัฐบาลพม่าว่ามีกระบวนการพิสูจน์สัญชาติตามแนวชายแดนในฝั่งพม่า อย่างไรก็ตาม นายหน้าเอกชนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างแพร่หลาย ซึ่งนายหน้าเหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลเเละผู้ให้บริการแก่แรงงานข้ามชาติในการพิสูจน์สัญชาติในราคาที่แพงอย่างไม่สมเหตุสมผล
ข้อเท็จจริงคือแรงงานจะส่งข้อมูลให้สำนักจัดหางานแต่จะได้รับการตอบรับที่ช้ามาก กระบวนการของภาครัฐเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคือ 600-2,100 บาท หากดำเนินการผ่านนายหน้าอย่างไม่เป็นทางการ ค่าดำเนินการจะสูงกว่าของภาครัฐ โดยไม่มีการควบคุมเเละราคากำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 7,500 บาท แต่เจ้าหน้าที่ภาครัฐได้งแนะนำให้นายจ้างใช้นายหน้าเอกชนในการดำเนินกานายสาวิทย์ กล่าว
นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เร่งตรวจสอบกระบวนการพิสูจน์สัญชาตินี้ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้เร่งผลักดันให้รัฐบาลทหารพม่าอนุญาตให้มีการพิสูจน์สัญชาติในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของแรงงานข้ามชาติ รวดเร็วกว่าและสามารถลดการแสวงหาประโยชน์โดยไม่สมควรจากนายหน้า รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยให้กับแรงงานข้ามชาติด้วย หากกระบวนการยังคงดำเนินอยู่ต่อไปเช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่าเป็นกระบวนการที่ไร้ประสิทธิภาพ เกรงว่าแรงงานข้ามชาติชาวพม่าจะกลายมาเป็นเหยื่อของการแสวงหาประโยชน์อีกครั้ง