วันที่ 29 กรกฏาคม พ.ศ. 2553
 
เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 2เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 3เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 4
ค้นหาข่าว อ่านวิธีใช้ ค้นหา | | | |
 
หน้าแรก
ข่าวการเมือง
คอลัมน์เด่นการเมือง
การ์ตูนแนวหน้า
ข่าวโลกธุรกิจ
ข่าวภูมิภาค
ข่าวกทม.
ผู้หญิงแนวหน้า
ข่าวกีฬาแนวหน้า
ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม
ข่าวอาชญากรรม
ข่าวแรงงาน
เกษตร-สิ่งแวดล้อม
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวบันเทิง
ยานยนต์แนวหน้า
ดวงชะตา
รวมภาพข่าว Gallery
เข้าระบบ สมาชิก
 ชื่อ :
 รหัสผ่าน :
จำรหัสผ่าน

สมัครสมาชิกใหม่ l ลืมรหัสผ่าน

ส่งหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ
อีเมล์คุณ :
อีเมล์เพื่อน :
 
ข่าวการเมือง
เผยโฉม2เสียงข้างน้อย กำพล-ไพโรจน์ ลงมติให้ยึดทรัพย์ทั้งหมด

เผยโฉม2เสียงข้างน้อย
กำพล-ไพโรจน์
ลงมติให้ยึดทรัพย์ทั้งหมด
อัยการรับลูกนายกฯ
ฟันแม้วคดีแพ่ง-อาญา
รุมจวกจิ๋วใส่ร้ายศาล

แหล่งข่าวจากผู้พิพากษาเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึงเบื้องหลังการลงมติเสียงข้างมากในคำพิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวม46,373,687,454.70 บาท ตกเป็นของแผ่นดินว่า ในการวินัจฉัยประเด็นที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ออกนโยบาย 5 มาตรการเอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัวทำให้รัฐเสียหายนั้นองค์คณะผู้พิพากษาลงมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง

สำหรับ 1 เสียงที่เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาคือม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฎีกา

ทั้งนี้นโยบาย 5 มาตรการที่คำพิพากษาเสียงข้างมากลงมติว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัว ประกอบด้วย 1.แปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต 2.การแก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีมือถือระบบเติมเงินหรือพรีเพด ให้กับบริษัท AIS 3.การแก้ไขสัญญาเชื่อมต่อสัญญาณ หรือโรมมิ่งให้กับบริษัท AIS 4.การยิงดาวเทียมไอพีสตาร์ขึ้นไปเป็นดาวเทียมสำรองให้กับดาวเทียมไทยคม 3 และ5. การปล่อยกู้รัฐบาลพม่าจำนวน 4 ,000 ล้านบาทของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า หรือเอ็กซิมแบงค์

เผยมติ7ต่อ2ให้ยึด4.6หมื่นล้าน

แหล่งข่าว กล่าวว่า ส่วนการลงมติวินิจฉัยในประเด็นให้ยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ปรากฏว่าผู้พิพากษาองค์คณะทั้ง 9 คน มีมติเอกฉันท์ว่าต้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน โดยประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าให้ทรัพย์สินตกเป็นของจำนวนเท่าใดนั้น ผู้พิพากษาองค์คณะมีมติเสียงมาก 7 ต่อ 2 ว่าให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวนกว่า 46,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การวินิจฉัยดังกล่าว ผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย 2 เสียงคือนายไพโรจน์ วายุภาพ รองประธานศาลฎีกา และนายกำพล ภู่สุดแสวง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเห็นว่าควรให้ทรัพย์สินตามคำร้องจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน

อย่าง ไรก็ดีแม้ว่าม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฏีกา จะลงมติว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่สุดท้ายองค์คณะกลับลงมติครบทั้ง 9 เสียงในประเด็นการยึดทรัพย์โดยปรากฏว่าม.ล.ฤทธิเทพ ได้ลงมติให้ยึดทรัพย์ด้วยนั้น เนื่องจากตามกฎหมายการลงมติของผู้พิพากษาองค์คณะต้องออกเสียงตัดสินทุกประเด็น ไม่สามารถงดออกเสียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้ จึงปรากฏว่า ม.ล.ฤทธิเทพได้ลงมติเป็น1 ใน 7 เสียงข้างมากให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว จำนวน 46,000 ล้านบาทเศษดังกล่าว

เตรียมปิดคำพิพากษาสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนคำวินิจฉัยส่วนตัวของผู้พิพากษาองค์คณะแต่ละคน และคำพิพากษากลางที่ลงมติให้ยึดทรัพย์นั้น จะนำไปติดเผยแพร่ที่ศาลฎีกาได้ภายในสัปดาห์

สำหรับรายชื่อขององค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฏีกา ในฐานะเจ้าของสำนวน 2.นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฏีกา 3.นายพิทักษ์ คงจันทร์ ประธานคดีเลือกตั้งในศาลฏีกา 4.นายพงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฏีกา 5.นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฏีกา 6.ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฏีกา 7.นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฏีกา 8.นายกำพล ภู่สุดแสวง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฏีกาและ9.นายไพโรจน์ วายุภาพ รองประธานศาลฏีกา

อัยการรับลูกนายกฯฟันแม้วแพ่ง-อาญา

ด้านนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้พนักงานอัยการดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางภาษีอากรรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า สำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ และกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถดำเนินคดีให้ได้

รอแต่ละหน่วยงานชงสำนวนมาให้

อย่างไรก็ดีตามหลักต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการสอบสวน ทำสำนวนแล้วสรุปความเห็นส่งให้อัยการเสียก่อน อัยการจึงจะออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ เช่นคดีอาญา ในชั้นนี้น่าจะเป็นความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือกองปราบปราม หรือ ป.ป.ช. ส่วนคดีแพ่งฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือภาษีอากร อาจเป็นกรมบัญชีกลาง หรือสรรพกรที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน

นายธนพิชญ์ กล่าวต่อไปอีกว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญแก่พนักงานอัยการที่ให้ดำเนินการเรื่องนี้ แต่กฎหมายยังไม่เปิดช่องให้พนักงานอัยการเข้าเป็นพนักงานสอบสวนโดยตรง ยกเว้นคดีพิเศษที่สอบร่วมกับดีเอสไอ. หรือคดีป.ป.ช. ที่คณะกรรมการร้องขอให้ตั้งพนักงานอัยการไปร่วม เสมือนเป็นพี่เลี้ยงพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเป็นอำนาจสอบสวนของหน่วยงานโดยตรง ก็ต้องปล่อยให้สอบสวนไป

พร้อมหาหลักฐานลุยมัดเต็มที่

"เข้าใจว่านายกฯเห็นว่าการดำเนินคดีเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่พนักงานอัยการต้องปฎิบัติตามขั้นตอน และยืนยันว่า เมื่อคดีมาถึงพนักงานอัยการแล้ว พนักงานอัยการจะเร่งดำเนินคดีอย่างเต็มที่ด้วยความรอบครอบคดีที่มีหลักฐานพอฟ้องก็จะฟ้องขณะเดียวกันถ้ามีคดีแพ่ง พนักงานอัยการก็พร้อมจะตรวจสอบดูแลอย่างเต็มที่เพื่อเรียกค่าเสียหายสูงสุดตกแก่แผ่นดิน"โฆษกอัยการระบุ

"มาร์ค"ย้ำคำพิพากษาไม่ผิดปกติ

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทตามคำพิพากษาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้คนพอใจคำตัดสินคำพิพากษา ตนอยากจะบอกว่าทุกคนต้องตั้งสติ ถ้าเราไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรม เราจะไม่มีจุดจบ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาจริง เช่นไปพบว่าผู้พิพากษาหรือใครที่มีส่วนได้เสีย ก็มีกระบวนการที่ดำเนินการได้อยู่แล้ว ตนยังมองไม่เห็นว่ามีอะไรบ่งบอกว่าการใช้อำนาจของฝ่ายตุลาการครั้งนี้ผิดปกติ การแจกแจงเหตุผลต่าง ๆก็ละเอียด การตัดสินก็ไม่ได้สุดโต่งไปทางหนึ่งทางใด แต่ถ้าเราบอกว่าจะไม่ยอมรับก็ไม่มีจุดที่ใครจะยอมรับได้

"ขนาดบอกไปนรก สวรรค์ ความจริงถ้าไปนรก หรือสวรรค์แล้ว ถือว่าตัดสินสุดท้ายก็ไม่รู้จะอุทธรณ์อะไรอีก"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เชื่อคนส่วนใหญ่ยอมรับผลตัดสิน

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าปัญหาจะจบได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ยอมรับผลตัดสิน ของศาลฏีกาฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในที่สุดถ้าคนไทยส่วนใหญ่ซึ่งต้องการที่จะรักษาระบบและเคารพกติกาต่างๆเรามี ความหนักแน่น สุดท้ายคิดว่าทุกคนก็จะยอมรับและคนที่จะไม่ยอมรับก็จะมีปัญหากับตัวเองมาก ขึ้นเรื่อยๆ

ยังมั่นใจนำชาติผ่านวิกฤติไปได้

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายกฯยืนยันมาตลอดว่าประเทศจะผ่านจุดนี้ไปได้แล้วรัฐบาลจะผ่านจุดนี้ไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศสำคัญที่สุดแต่ตนก็มั่นใจเพราะอย่างที่จับความรู้สึกของประชาชนที่ ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความสงบและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อยากให้มั่นใจว่าเราจะผ่านไปได้ ถ้าเราผ่านไปได้สังคมก็จะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น รัฐบาลเป็นส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้นเองความเป็นธรรมที่เราต้องให้ต้องให้กับ ทุกคนไม่ใช่ใครที่โวยวายเสียงดังกว่าหรือจะมาข่มขู่

เตรียมเผยแพร่คำพิพากษา

เมื่อถามว่าอีกฝ่ายพยายามเผยแพร่คำพิพากษาสู่ประชาชนในเชิงที่ว่าไม่เป็นธรรมกับเขามัน จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงแล้วในส่วนของสื่อมวลชนตนก็ขอขอบคุณที่เผยแพร่คำพิพากษาอย่างละเอียด อย่างที่ตนได้ย้ำแล้วว่าถ้าทุกคนช่วยกันเอาคำพิพากษามาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบก็จะเห็นถึงเหตุผลของมัน ดังนั้นเรื่องทั้งหมดก็จะมีความเข้าใจ รัฐบาลก็จะมีความสะดวกในการที่จะเผย แพร่คำพิพากษาและเหตุผลต่างๆ

"ก็คงมีบ้างที่พยายามทำให้ประชาชนเกิดความสับสน แต่คนที่มากล่าวหาก็เห็นได้ชัดว่าได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งเราไม่สามารถไปบังคับให้คนมารับข้อมูลชุดไหนได้ แต่คิดว่าถ้าคนส่วนใหญ่อยู่กับเหตุและผลไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ขอให้อยู่กับ การใช้สิทธิเสรีภาพในขอบเขตของกฎหมายก็ไม่เป็นปัญหา"นายกรัฐมนตรีกล่าว

ให้ไปตามจิ๋วใครชักใยเบื้องหลัง

เมื่อถามว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะยากลำบากกว่าช่วงเหตุการณ์เดือนเม.ย.2552หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดในลักษณะนั้นแต่ปัญหาจะเปลี่ยนแปลงในรูปแบบและพัฒนาการของมันเรามี หน้าที่แก้ไขก็มั่นใจว่าแนวทางที่ทำอยู่เป็นแนวทางที่ถูกต้อง เราก็จะทำเต็มที่และขอความร่วมมือจากประชาชน

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย(พท.)ระบุว่ามีคนชักใยอยู่เบื้อง หลัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ต้องไปถามท่าน"

ปัดไล่ล่าแม้ว-แต่ทำเพื่อแผ่นดิน

เมื่อถามอีกว่า การที่นายกฯให้อัยการเข้าไปดูแลคดีที่ต่อเนื่องจากคำพิพากษาไม่เกรงว่าจะถูก ครหาไปไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ เกินไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องไล่ล่าทั้งสิ้นเป็นเรื่องที่ตนให้ฝ่ายประจำไปดู รัฐบาลไม่ใช่คู่กรณีกับพ.ต.ท.ทักษิณ คนที่เป็นคู่กรณีกับพ.ต.ท.ทักษิณคือแผ่นดิน รัฐบาลมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของแผ่นดินเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้ได้เงินของพ.ต.ท.ทักษิณ มาเหมือนได้ส้มหล่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เงินรัฐบาลแต่เป็นเงินของประชาชน ส่วนเรื่องเงินที่จะยึดคืนนั้นก็อยู่ในบัญชีที่ศาลอายัดไว้แต่แรกแล้ว เงินจะไม่ไปไหนแต่การบริหารจัดการตรงนี้ต้องไปดูตามความเหมาะสม

"เทือก"สวดยับบิ๊กจิ๋วใส่ร้ายศาล

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ออกมาระบุว่า มีคนชักใยอยู่เบื้องหลังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณว่า น่าเสียดายที่ พล.อ.ชวลิต ท่านเคยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้หลัก ผู้ใหญ่ แต่คำพูดของท่านมันทำให้คนเอาไปคิดได้ถึงความไม่เป็นกลางของศาล ตนคิดว่าท่านไม่ควรจะพูด

เทพไทเย้ยทักษิณแค่อาชญากร

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลว่า เป็นเรื่องธรรมดาของอาชญากรที่ไม่ยอมรับอาชญากรรมที่ตัวเองก่อขึ้น และยังแสดง ให้เห็นธาตุแท้ที่เห็นแก่ตัว รักตัวเองมากกว่าประชาชน รักครอบครัวมากกว่าประเทศชาติเพราะหลังจากคำพิพากษาออกมาพ.ต.ท.ทักษิณไม่ขอโทษประชาชนแต่ขอโทษครอบครัว

ท้าชวลิตแน่จริงเปิดชื่อคนชักใย

นอกจากนี้นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิตระบุว่ามีบางคนอยู่เบื้องหลังคอยชักใยทำให้บ้านเมืองเลวร้ายทุกวันนี้ว่า ตนไม่ทราบว่าคนที่พล.อ.ชวลิตพูดหมายถึงใคร ทำไม พล.อ.ชวลิต ซึงเป็นชายชาติทหารไม่กล้าพูดความจริงและบอกให้สังคมรู้เพราะหากมีจริงควรที่จะเปิดเผย จะได้เรียกร้องให้สังคมได้ตรวจสอบการใส่ร้ายที่บอกว่าสังคมไทยมีแต่ความไม่ยุติธรรมถึง 78 ปี

จวกจงใจบิดเบือนคำพิพากษา

ด้านนพ.บุรณัชย์ สุมทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พล.อ.ชวลิตกล่าวพาดพิงกระบวนการยุติธรรมว่ามีบุคคลอยู่เบื้องหลังโดยอ้างความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่นั้นถือเป็นการจงใจบิดเบือน ใส่ร้ายสถาบันตุลาการและกระบวนการยุติธรรม เพื่อหวังสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ถ้าพล.อ.ชวลิตไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาทำไมไม่ยกเหตุผลโต้แย้งตรรกะคำวินิจฉัยของศาลฏีกาฯเพราะคำวินิจฉัยยกเหตุผลและข้อเท็จจริงชัดเจน

ถ้าศาลไม่ยุติธรรมคงยึดหมดแล้ว

นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวว่า ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการวินิจฉัยได้ยึดหลักความถูกต้อง ยุติธรรม เป็นสำคัญ ได้พินิจวิเคราะห์ให้ความเป็นธรรม และตีความในลักษณะที่จำกัดค่อนข้างมาก มีการคืนทรัพย์สินที่ครอบครัวได้มาก่อนเข้าสู่การเมือง หากศาลมีความลำเอียง หรือชักใยอยู่เบื้องหลังจริงก็คงจะยึดทั้งหมดแล้วจึงอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม และไม่ดำเนินการในลักษณะที่ทำลายความน่าเชื่อถือของศาลและสร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง

กมม. จี้ทักษิณยอมรับคำตัดสิน

ที่พรรคการเมืองใหม่ ถ.พระสุเมรุ ย่านสะพานวันชาติ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค และนายประพันธ์ คูณมี ผู้อำนวยการพรรคร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับผลการตัดสินของศาลฎีกาฯ เลิกจับเอาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นตัวประกันได้แล้ว

แนะเอาผิดเพิ่ม-เลิกพรก.เอื้อชินฯ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลในคดียึดทรัพย์เพื่อดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มเติมตามประเด็นคำวินิจฉัยของศาลฏีกาฯด้วยทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง อาทิ เรื่องภาษีจากการขายหุ้น ภาษีเงินได้ รวมถึงการยกเลิก พรก.กำหนดภาษีสรรพสามิต ทั้ง 2 ฉบับ หรือแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมในยุคพ.ต.ท.ทักษิณ โดยรัฐบาลสามารถทำได้ทันที

ประพันธ์ชี้ต้องโดนอีก6กระทง

ทั้งนี้นายประพันธ์ คูณมี ยังชี้ว่า ในส่วนคดีอาญาที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม มี6 กระทง คือ คดีอาญาฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สิน คดีอาญาที่บุตรและภริยาร่วมกันปกปิดรายการทรัพย์สิน และสนับสนุนการกระทำผิด คดีอาญาฐานเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาล คดีอาญาฐานปกปิดการถือหุ้นของบริษัท เอสซี เอสเซ็ท และคดีการละเมิดอำนาจศาล

แฉทักษิณแอบซุกที่ดินแสนไร่

"กรณีของบริษัทเอสซี เอสเซ็ท ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลควรจะรื้อฟื้นคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นขึ้นมา เพราะจะเห็นว่า บริษัท เอสซี เอสเซ็ทเป็นผู้ร่วมกระทำผิดอย่างร้ายแรง

และยังทำให้รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีหุ้นที่ซุกอยู่ในบริษัทเอสซี เอสเซ็ท เป็นที่ดินแสนไร่ และเป็นที่ดินที่มีราคาแพง ซื้อมาถูกๆเช่นเดียวกับคดีที่ดินรัชดาฯที่เป็นเพียง 1 แปลง"นายประพันธ์ กล่าว

โพลชี้อยากให้แม้วรับคำตัดสิน

วันเดียวกันสำนักวิจัยเอแบคโพลล์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัย "เอแบคเรียลไทม์โพลล์"เรื่องความหวัง กับ ความกลัวของสาธารณชนคนไทย ภายหลังคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ18ปีขึ้นไป ใน17จังหวัดของประเทศ จำนวน 1,308 ครัวเรือนพบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งหรือ ร้อยละ56.7มองว่า พ.ต.ท.ทักษิณควรยอมรับผลการพิพากษา เพราะการตัดสินของศาลถือว่าถูกต้องและยุติธรรมแล้ว

สวนดุสิตโพลเชื่อการเมืองเดือดแน่

ขณะที่สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 1,256 คน ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2553ต่อกรณีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 52.64 เห็นว่าคดีดังกล่าวจะส่งผลให้การเมืองไทยร้อนแรง และนักการเมืองทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น

นอกจากนี้ส่วนใหญ่เห็นว่าคดียึดทรัพย์มีผลต่อคะแนนนิยมของพ.ต.ท.ทักษิณลดลง และต้องการให้อดีตนายกฯยอมรับคำตัดสิน
วันที่ 1/3/2010
Highlight ข่าวการเมือง
เด็กไทยดังกระฉ่อน คว้าอีก3เหรียญทอง แข่งขันเคมีโอลิมปิก
อลงกรณ์ตื้อคุยพม่ายอมเปิดด่าน คาดเสียหายแล้วกว่าพันล้านบาท
แฉตัวเลขแชมป์ขี้เมา คนวัยทำงานชอบตั้งวงก๊ง
สปส.เล็งเชือดรพ.เอกชน ไม่ยอมรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ขู่ลดโควตาจำนวนคนไข้15%
พายุจันทูถล่มจ.ตรัง ต้นไม้ทับบ้าน22หลัง จนท.เร่งช่วยเหลือ
อ่านข่าวทั้งหมด
สถิติการแสดงความคิดเห็น
จำนวนคนอ่าน 2026 คน
จำนวนคนโหวต 59 คน
 
เห็นด้วย
54 คน
   
ไม่เห็นด้วย
5 คน
 

แสดงความคิดเห็นของคุณ
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย

 
กฎกติกา มารยาทก่อนแสดงความคิดเห็น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติใช้บริการเว็บไซต์ แนวหน้า และก่อนแสดงความคิดเห็น โปรด งดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาใส่ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบ กระทั่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ ทั้งนี้ทุกความเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ดำเนินรายการ เว็บไซด์ และไม่สามารถ นำไปอ้างอิงทาง กฎหมายได้ พื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกติกาดังกล่าว เราจำเป็นต้องตรวจสอบ กลั่นกรอง ข้อแสดงความคิดเห็นของท่าน ตามความเหมาะสม ก่อนที่ความคิดเห็นของท่าน จะถูกนำขึ้นแสดงต่อสาธารณะ

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

ชื่อ / อีเมล์  
ความคิดเห็น  
ใส่รหัสก่อนส่ง  
New posts ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 01/03/2010 17:34:11  IP 118.172.7.239
บ้านเมืองมันได้เดือดเพราะคำตัดสิน เพราะยังไงๆ เขาก็ทำตัวเป็นหมาป่าหาเรื่องลูกแกะอยู่แล้ว สวนดุสิตโพลล์ ทำประเด็นโพลล์ผิด

ดูสิ เขาหาว่า ทุกเรื่องเกิดจากอำมาตย์สั่งศาล เขาเถียงไม่ออกเลยกับข้อเท็จจริงที่ศาลสืบค้นซักไซร้ตีแผ่ออกมา
โกเมศ

New posts ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 01/03/2010 17:29:18  IP 117.47.199.29
กลัวทำไม่ถ้าหากยุติธรรมแล้ว
ถ้าเป็นศาลน่ะต้องพร้อมตายทุกเมื่อ
aa

New posts ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 01/03/2010 14:08:37  IP 188.126.94.25
View 1 ! In this time Naewna's news show this news very good for Thaipeople will know every things ! The truth,the fect..In 9 Judges they have to determine clearly ! some Judge has different OK ! No problem ! After that the people'll know all things !
-But in this time Chavarit same talk to look down upon to The Court of Justic ,he said so wrong too !!
-Good Thaipeople in everywhere over respect to The Court of Justic so much because have to Judge Best Justice Best Righteousness too.
-Thank to Naewna's news we'll follow to read often !
Good Thaipeople like the truth !

New posts ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 01/03/2010 12:32:41  IP 124.121.186.246
ยึดหมดก็ป่วน ยึดไม่หมดมันก็ป่วน ก็ดูหน้ามันซิออกจะเจ้าเล่ห์ขี้โกง จนเห็นเป็นเรื่องปกติเพราะไม่มองหรือเปรียบเทียบเลยว่าทำแบบนี้เขาเรียว่าโกง หรือมองไม่เห็นเพราะชินอยู่ในหมู่โกง

อย่างพวกพ้องที่เคยคบอยู่พอมาร่วมงานแล้วคบสนิทส่วนใหญ่เขาถอนตัวออกหมดไม่ร่วมงานอีกต่อไป เช่น ท่านปุระชัย ท่านสมคิด จา ท่านอดิศัย นายบวรศักดิ์ นายวิษณุ

ดูเอาก็แล้วกัน ยังคิดว่าดีอยู่อีกหรือ
ฅน

New posts ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 01/03/2010 06:59:31  IP 222.123.21.7
สื่อเอามาลงทำไม...เคยคิดว่าจะอันตรายต่อท่านหรือไม่ คุ้มหรือที่เอามาลงอย่างเนี้ย
แมวเซา

หน้า | 1 |
 
  หน้าแรก | ข่าวการเมือง | คอลัมน์เด่นการเมือง | การ์ตูนแนวหน้า | ข่าวโลกธุรกิจ | ข่าวภูมิภาค | ข่าวกทม. | ผู้หญิงแนวหน้า | ข่าวกีฬาแนวหน้า | ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม | ข่าวอาชญากรรม |
ข่าวแรงงาน | เกษตร-สิ่งแวดล้อม | ข่าวต่างประเทศ | ข่าวบันเทิง | ยานยนต์แนวหน้า | ดวงชะตา | รวมภาพข่าว Gallery |
 
  Copyright 2005-2006 © Naewna.com All rights reserved.

Power by : hodgroup.com