วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘บิ๊กป้อม’ปูดภาคอีสาน
นัดป่วนเมือง
สั่งหน่วยข่าวเร่งเคลียร์
รัฐสภายุโรปเชิญ‘ปู’จ้อ
ถกอนาคตการเมืองไทย
ลุ้นคสช.-ศาลฎีกาอนุมัติ
กรธ.ย้ำริบอำนาจของสว.
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้เล็งเห็นข้อเสียทั้งในการเลือกตั้งและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งถ้านำทั้ง 2 วิธีการมารวมกันปัญหาก็ไม่หมดไป จึงมีการเสนอจัดการเลือกตั้งทางอ้อมให้สว. โดยตัวแทนประชาชนจากกลุ่มวิชาชีพและอาชีพต่างๆ ซึ่งจะกำหนดให้มาจากจังหวัด ภูมิภาค หรือ ประเทศ ยังคงต้องเป็นเรื่องที่หารือต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจำนวน สว.จะมีทั้งหมด 200คน
สว.ไม่มีอำนาจถอดนักการเมือง
สำหรับอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ขณะนี้มีความชัดเจนว่า สว.จะไม่มีอำนาจดังกล่าว เพราะขัดต่อบุคคลที่มาจากคะแนนนิยมของประชาชน แต่ยังคงอำนาจเดิมที่สำนักงานปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะเป็นผู้ไต่สวนคดี ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา ซึ่งไม่ได้เป็นการโยนอำนาจแต่อย่างใด เนื่องจากหากนักการเมืองมีความผิดหรือขาดคุณสมบัติ ซึ่งมีกฏหมายรองรับอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความ
โพลล์หนุนเปิดชื่อนายกฯก่อนลต.
นายนรชิต กล่าวด้วยว่า ได้มีการทำโพลล์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้าโพลล์)ร่วมกับคณะ กรธ. ในประเด็นที่มานายกรัฐมนตรี โดยผลสำรวจกว่า80% เห็นด้วยในการให้เสนอชื่อก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงจำนวนรายชื่อที่ถูกเสนอส่วนใหญ่บอก 1 คน รองลงมา 3คนและสุดท้าย 5คน ส่วนคุณสมบัตินายกฯจะเป็นสมาชิสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ผลสำรวจส่วนใหญ่เห็นว่าไม่จำเป็น อีกทั้งผลสำรวจยังบอกว่า พรรคการเมืองอาจมีเสนอชื่อซ้ำกัน จึงต้องมีวิธีแก้ไขไม่ให้ซ้ำกันด้วย
‘เสรี’ชงมี400สส.-เลิกปาร์ตี้ลิสต์
ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ยื่นข้อเสนอเบื้องต้นในการร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ. ต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเสนอว่า ประเด็นที่มาของ สส.ควรมีเฉพาะ สส.แบบแบ่งเขต 400คน ไม่ต้องมี สส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการซื้อเสียงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีกลุ่มนายทุนเข้ามามีรายชื่ออยู่ในระบบปาร์ตี้ลิสต์
มีกลไกคุมอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่าน
นายเสรี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การเลือกตั้งต้องปลอดการทุจริต เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว แต่ขยายเขตให้ใหญ่ขึ้นมี สส.เขตละไม่เกิน 3คน ซึ่งทุกคะแนนเสียงก็จะมีค่า สมกับเจตนารมณ์ของ กรธ.ข้อเสนอที่ยื่นนั้น ไม่เหมือนกับที่เคยยื่นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุด นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เนื่องจากเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.แตกต่างจากชุด นายบวรศักดิ์และเชื่อว่า คงจะไม่มีองค์กรแบบคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เกิดขึ้นอีก แต่เห็นด้วยว่ายังคงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองไว้ในบทเฉพาะกาล เพื่อดูแลบ้านเมืองในระยะหนึ่ง
‘บิ๊กป้อม’จี้คุมเข้มความปลอดภัย
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลต่างๆว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ประชุมร่วมกัน เพื่อเตรียมการไว้หมดแล้วทุกอย่าง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล ทั้งลอยกระทง กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อและเทศกาลปีใหม่ ที่ผ่านมามีข่าวในโซเชียลมีเดียมากมายที่จะมีการดำเนินการให้เกิดความไม่ปลอดภัยและเกิดความไม่เรียบร้อย แต่ทาง คสช. ตำรวจ ทหาร กระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันดูแลทั่วประเทศ เพราะตนเป็นห่วงประเทศทั้งหมด
ยอมรับอีสานเตรียมก่อเหตุป่วน
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเคลื่อนไหวทางภาคอีสาน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนได้รับรายงานแล้ว และสั่งให้หน่วยข่าวลงพื้นที่หาข่าวพบว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนจริงและได้เชิญตัวบางส่วนมาพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กำลังติดตามพฤติกรรมอีกหลายคนโดยจะทยอยเชิญตัวมาพูดคุย
“ทั้งหมดมีแผนจะมาก่อความวุ่นวาย ซึ่งเห็นได้ว่า ยังมีความไม่เรียบร้อยและมีความขัดแย้ง แค่คิดจะก่อความวุ่นวายก็แย่แล้ว แต่นี่ออกมาเดินเป็นขบวนการ ขอให้สื่อมวลชนช่วยหาข่าวกันบ้างในเรื่องนี้ บ้านเมืองจะได้สงบ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ทหารเป็นกลาง-ไม่หนุนการเมือง
พล.อ.ประวิตร ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่องขอความร่วมมือแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 10ข้อเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญถึง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เพื่อเสนอความเห็นการร่างรัฐธรรมนูญตามที่ กรธ.ทำหนังสือขอรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะมา ว่า ทหารก็มีสิทธิเหมือนประชาชนทั่วไป เพียงแต่ใส่เครื่องแบบในทางการเมืองทหารก็คือประชาชน ส่วนที่มีข้อกังวลว่าอาจจะขัด พรบ.ระเบียบข้าราชการทหารปี51 ที่ระบุว่า ทหารมีระเบียบวินัยและมีอาวุธอยู่ในมือนั้น อาจจะไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองได้ ตนคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทหารยังอยู่ในกรอบและระเบียบวินัย แต่ด้านการเมืองต้องแยกออกจากกัน ทหารต้องวางตัวเป็นกลาง จะไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองคงเป็นไปไม่ได้
คณาจารย์ฯวอนทหารหยุดคุกคาม
ที่ศูนย์บริการประชาชน (ฝั่งกพ.) เครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง นำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) พร้อมคณาจารย์กว่า 10 คน ยื่นแถลงการณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ประเทศไทยไม่ใช่ค่ายกักกัน โดยมี นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงษ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับเรื่อง แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวมีกลุ่มคณาจารย์และนักวิชาการอิสระลงชื่อสนับสนุนทั้งหมด 323รายชื่อ
ยันแสดงความเห็นบริสุทธิ์ใจ
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากกรณีที่กลุ่มคณาจารย์ได้ออกแถลงการเมื่อวันที่ 31ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องมหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ยืนยันในเสรีภาพที่จะแสวงหาความรู้ในการเรียนการสอน จากนั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง 5คนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ทางเครือข่ายจึงขอให้ คสช.หยุดข่มขู่คุกคามอาจารย์ที่แสดงความเห็นทางการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ หยุดสั่งห้ามนักศึกษาและประชาชนที่จัดกิจกรรมทางการเมืองและหยุดแทรกแซงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย เครือฯข่ายเห็นว่า การตั้งข้อหาจำคุกกับคณาจารย์กลุ่มดดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพและคุกคามให้ยุติการแสดงความเห็นที่แตกต่าง ทั้งที่กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ปรารถนาดีและเปิดเผย
มูลนิธิ’เทือก’รับสมาชิก24พย.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า จะเริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชนสมัครเข้าเป็นสมาชิกมูลนิธิตั้งแต่วันที่ 24พฤศจิกายนนี้ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท , เฟซบุ๊ก , เว็บไซด์ โดยตนจะอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจว่า วัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯคือ การปฏิรูปประเทศในช่วงนี้เราจะปฏิรูปประเทศภาคปฏิบัติ เช่น ปฏิรูปเการศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง การสร้างชุมชนผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยในเว็ปฯจะอธิบายว่า จะทำอะไรที่ไหนและอย่างไร
รัฐสภายุโรปเชิญ‘ปู’โชว์วิชั่น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รัฐสภายุโรปได้ส่งหนังสือเชิญถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯเพื่อขอให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ หรือเมืองสตราสบูร์ก ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สะดวก โดยจดหมายเชิญดังกล่าวมีใจความสรุปว่า รัฐสภายุโรปได้ติดตามพัฒนาการทางการเมืองของไทยตั้งแต่เกิดรัฐประหารและขณะนี้ไทยกำลังจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้เรามีความยินดีหากท่านจะรับคำเชิญของเราเพื่อมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย นอกจากนี้ เรายังกังวลต่อกรณีท่านได้ถูกถอดถอนจากการเป็นนายกฯรีย้อนหลังและถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาด้วย
ด้านแหล่งข่าวจากคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า รัฐสภายุโรปได้ส่งหนังสือเชิญมาจริงและกำลังรอการตอบรับจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่ทราบว่า คสช.จะอนุญาตให้เดินทางไปหรือไม่ ซึ่งหากคสช.อนุญาตก็คงจะตอบรับเพื่อนัดวันเวลาที่ชัดเจนและน.ส.ยิ่งลักษณ์ คงจะไปกรุงบรัสเซลส์ตามคำเชิญ
‘บิ๊กต๊อก’เผยต้องขอคสช.-ศาล
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐสภายุโรปเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ประเทศเบลเยี่ยม ว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เท่าที่จำได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ในรายชื่อของคสช.ที่จะต้องขออนุญาต คสช.เวลาจะออกนอกประเทศ หากทำหนังสือขอมาหัวหน้า คสช.จะเป็นผู้พิจารณาว่า จะอนุมัติหรือไม่ ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่ นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอยู่ในเงื่อนไขของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีรับจำนำข้าว ที่เวลาจะออกนอกประเทศต้องขออนุญาตก่อนด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบรับคำเชิญ แต่คสช.ไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ใช่ ตามหลักการถ้าไม่อนุญาตก็ไปไม่ได้ เช่นเดียวกันหากศาลฎีกาฯไม่อนุญาตก็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนพูดอะไรไม่ได้ เรื่องนี้ต้องถามเลขาธิการ คสช.ขณะเดียวกัน ต้องรอให้มีการทำหนังสือขออนุญาตมาถึงเสียก่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี