วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
28 ธ.ค. 58 ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีดำ อท.43/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย , น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย , นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
คดีนี้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 58 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรมสรรพากร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อไม่ให้นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสียและได้รับประโยชน์ที่มิควรโดยชอบด้วยกฎหมาย จากการที่นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ซื้อหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2549 คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ถือได้ว่านายพานทองแท้ และน.ส.พิน ทองทา เป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท ซึ่งการกระทำนั้นทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และราชการ เสียหาย
หลังจากศาลไต่สวนมูลฟ้องพยานหลักฐานโจทก์แล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-4 ตามฟ้อง ป.ป.ช.โจทก์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ส่วนน.ส.ปราณี จำเลยที่ 5 ไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ศาลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป ทั้งนี้ศาลได้มีหมายเรียกให้จำเลยทั้งห้ามารายงานตัว และดำเนินการไต่สวนพยานครั้งแรก วันที่ 23 ก.พ. 2559 เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น.ส.โมรีรัตน์ อดีต ผอ.สำนักกฎหมายนั้น ก็เคยถูกอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ร่วมกับนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพพากร กับพวกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รวม 5 คน ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการเรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร จากกรณีเมื่อปี 2540 ที่คุณหญิงพจมาน อดีตภริยานายทักษิณ โอนหุ้น บมจ.ชินคอร์ปฯ จำนวน 4.5 ล้านหุ้น ให้นายบรรณพต ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม และคนใกล้ชิด แต่ภายหลังศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง น.ส.โมรีรัตน์ กับพวกในคดีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าพวกจำเลยได้ทำการวินิจฉัยและเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนแล้ว
ขอบคุณภาพ : www.siamrath.co.th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี