วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
รื้อนาฬิกาฉาว
ปชป.หวั่นทำลายของกลาง
วัชระจี้บิ๊กตู่ฟันขรก.รัฐสภา
โวผลสำเร็จการตรวจทุจริต
‘วิลาศ’ไล่บี้ยาปราบศัตรูพืช
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงถึงกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปลดนาฬิกาที่จำนวน 412 เรือน ราคาเรือนละ 7.5 หมื่นบาท รวมวงเงินเกือบ 15 ล้านบาท ซึ่งมีปัญหาการทุจริตลงจากที่มีการติดตั้งเอาไว้ว่าถือเป็นความสำเร็จในการตรวจสอบการทุจริตที่คนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ดำเนินการร้องเรียนให้มีการตรวจสอบ
กระนั้นก็ตามในเรื่องนี้ยังไม่มีการดำเนินการกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ที่น่าสนใจคือทางบริษัท อิควิปแมน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยกนาฬิกาของกลางทั้งหมดให้แลกกับการขอคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพมูลค่า 74 4,554.15 บาท และสำนักงานเลขาธิการสภาฯไม่กล้ารับนาฬิกาดังกล่าวมาไว้เป็นกรรมสิทธิโดยใช้วิธีปลดนาฬิกาลงแทน ถามว่าทำไมถึงมีการปล่อยให้เอาของกลางที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนไป ถือเป็นการพยายามทำลายของกลางหรือไม่
ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) ใช้ ม.44 ออกคำสั่งไล่ข้าราชการบางคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนาฬิกานี้เพราะ สร้างความเสียหายให้กับราชการ อยู่ต่อไปก็เสียเงินภาษีประชาชนที่จ้าง และขอให้ตรวจสอบเพื่อเอาผิดกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องทุกคนด้วย ไม่ว่าผลสอบออกมาจะเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองไหน
ด้าน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เรียกว่าปราบโกงนั้น หากองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติก็ไม่ประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมามีการอ้างว่าการทุจริตลดลงในช่วงที่มี คสช.นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร ก็เท่ากันเพราะผลสำรวจ คืออยู่ที่ 3.8
โดยเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ก็ระบุว่าการทุจริตไม่ได้ลดลง ทั้งนี้จึงเห็นว่าควรปรับปรุงเพิ่มขึ้น โดยแก้ที่ตัวบุคคลและองค์กรที่รับผิดชอบ เช่น กรณีการทุจริตยาปราบศัตรูพืช ซึ่งมีความชัดเจนในการลงโทษคนที่ทำผิดบางส่วน แต่กลับไม่ดำเนินการกับคนที่เป็นต้นเรื่องในประเด็นนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าคนปฏิบัติไม่เอาจริงจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ปราบการทุจริตไม่ได้
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่าควรให้มีการกำหนดกรอบการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต ไม่ใช่กำหนดให้ดำเนินการเฉพาะนักการเมือง แต่ให้รวมกับข้าราชการ ทั้งพลเรือนและทหารกับตำรวจด้วย เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพราะไม่ใช่แค่นักการเมืองเท่านั้นที่มีการทุจริต และขอเสนอให้ยกเลิกธนบัตรเดิม พิมพ์ธนบัตรใหม่ เพื่อปราบการทุจริต โดยกำหนดระยะเวลาให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศที่มีเงินไปแลกธนบัตรใหม่ภายในเวลาหนึ่งปี หากไม่แลกถือว่าสละสิทธิ โดยคนที่มีเงินเกิน 2 ล้านบาท ต้องชี้แจงว่าได้เงินมาอย่างไร ขณะที่คนมีเงินเกิน 10 ล้านบาทหน่วยงานที่รับแลกต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบจำนวนเงินเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้ในกรณีนี้ต่างประเทศทำได้ ก็เชื่อว่าคนไทยจะทำได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี