วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ครม.ลุยค่าโง่‘คลองด่าน’
ไฟเขียวร้องศาลปกครอง
จี้เอกชนเคลียร์ปปง.ภายใน30วัน
ย้ำต้องแจงให้ชัดปมเอี่ยว‘ทุจริต’
‘บิ๊กตู่’ยอมรับเสี่ยงโดนฟ้องกลับ
ประวิตรตั้งกก.สอบอผศ.ขุดคลอง
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี
(ครม.)ว่า ที่ประชุมพิจารณากรณีจ่ายค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยครม.มีมติรับทราบผลการพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนธันวาคม 2558 รับทราบมติสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ที่ใช้กฎหมายการเงินอายัดสิทธิในการเรียกร้องหนี้ ตามข้อตกลงระหว่างกรม
ควบคุมมลพิษกับกิจการร่วมค้า NVPSKG
“นอกจากนี้ ยังมีมติให้กระทรวงการคลังใช้สิทธิ์ต่อศาลปกครองให้หยิบยกคดีมาพิจารณาใหม่ พร้อมทั้งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นศูนย์กลางและเป็นผู้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้ชี้แจงครม.ให้รับทราบมติของ ป.ป.ง.ที่มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG หมายความว่าอายัดสิทธิ์ที่กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะเรียกเงินในงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ที่กรมควบคุมมลพิษต้องชำระ
“เมื่อรับทราบคำสั่งป.ป.ง.แล้ว ครม.จึงเห็นชอบให้กรมควบคุมมลพิษชะลอการจ่ายเงินงวดที่ 2 และงวดที่ 3 รอให้กลุ่ม NVPSKG มาชี้แจงข้อเท็จจริงกับป.ป.ง.ภายใน 30 วัน ถ้าชี้แจงรับฟังได้ชัดเจนก็จ่ายคืน แต่ถ้าข้อมูลไม่น่าเชื่อถือก็อายัดทรัพย์สิน นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังในฐานะหน่วยราชการและมีส่วนได้เสียไปร้องศาลปกครองให้พิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากมีหลักฐานข้อมูลใหม่จากคำตัดสินของศาลอาญาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 ที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง”พล.ต.สรรเสริญกล่าว และยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เบี้ยวการจ่ายเงินที่ค้างชำระ แต่ไม่สามารถจ่ายได้ เนื่องจากมีคำสั่งป.ป.ง.ซึ่งกฎหมายครอบคลุมและใหญ่กว่ามติ ครม. ซึ่งนายกฯเน้นย้ำว่าต้องทำความเข้าใจส่วนนี้กับสังคมด้วย
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวในเรื่องนี้ว่า คลองด่านก็เป็นเรื่องของศาล วันนี้ครม.เพียงรับทราบ เป็นเรื่องการปฏิบัติของฝ่ายกฎหมาย องค์กรอิสระ ศาลปกครองตัดสินมารัฐบาลก็ปฏิบัติตาม แต่คดีอาญาที่มีคำพิพากษาตามมาภายหลังก็ต้องมาทบทวนเป็นเรื่องของคณะกรรมการจะไปศึกษารายละเอียด ตนเพียงรับทราบ ตามอำนาจมาตรา 48 ของป.ป.ง. ทั้งนี้ เมื่อมีคดีอาญาตามมาก็ต้องทบทวน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่จ่าย เพราะจ่ายตามคำสั่งศาลปกครอง
“เมื่อมีคำทักท้วงจากป.ป.ง..อายัดเงินก็ต้องไปว่ากันตรงนั้น แล้วถ้าต้องจ่ายอีก สมมติมีคดีการดำเนินการก็ต้องเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาที่ตั้งไว้ร่วมกัน ทุกคนพยายามบอกว่าไม่ต้องจ่าย ผมก็ให้ไปพิจารณาว่าเพราะอะไร ผิดหรือถูก และถ้าบริษัทฟ้องกลับมามีปัญหาเราแพ้อีก จึงต้องเตรียมทางหนีไล่ให้ดี อนุญาโตตุลาการมี แต่ส่วนใหญ่สู้ไม่ได้หมด นั่นคือความเสี่ยง ผมปล่อยปละละเลยไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงร่วมกัน เพราะทุกคนอยากให้ทำ แต่ผมทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ดังนั้น ทุกคนต้องรับทราบ ถ้าฟ้องบริษัทกลับมาแล้วแพ้ ก็ต้องจ่ายเงินค่าปรับเพิ่มให้เขา ทุกคนต้องยอมรับจะเอาแต่ได้ๆ บอกผมต้องทำให้ได้ทุกอย่าง แล้วตนไปสั่งเขาได้หรือไม่ ประเทศไทยจะไปละเมิดสิทธิมนุษยชนยึดคนโน้นปรับคนนี้ทำได้หรือ”นายกฯกล่าว
สำหรับมติ ครม.ที่เห็นชอบชะลอจ่ายค่าโง่คลองด่านงวด 2-3 พร้อมให้กระทรวงการ.คลังร้องศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่นั้น สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ขอให้ ป.ป.ง. ใช้อำนาจยึดหรืออายัดผู้ร่วมกระทำความผิดคดีคลองด่าน หลัง ปปง.ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนเชื่อได้ว่า กลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG กับพวก กระทำผิดกฎหมายฟอกเงิน ในทรัพย์สินเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ของนายวัฒนา อัศวเหม กับพวก และนายปกิต กิระพานิช กับพวกจริง
ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมของป.ป.ง.เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมจึงมีมติให้อายัดทรัพย์จากการทำผิดของกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิ์เรียกร้องในหนี้ ตามข้อตกลงที่กรมควบคุมมลพิษต้องจ่ายให้กลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG 2 งวด ให้มีผลในวันที่ครบกำหนดชำระแต่ละงวด โดยจำนวนหนี้งวดที่ 2 เป็นเงิน 2,380 ล้านบาทให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม ส่วนงวดที่ 3 เป็นเงิน 2,380 ล้านบาท ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน รวมมูลค่าตามสิทธิเรียกร้องในหนี้ 4,761,872,349.06 บาท
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับนายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดตามคณะอนุญาโตตุลาการให้รัฐบาลชดใช้เงินค่าเสียหายคดีกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ เรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะคู่สัญญา ชำระเงินค่าจ้างค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 4,983,342,383 บาท นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์2546 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลชำระไปแล้ว 2 งวด ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดให้รื้อคดีใหม่ โดยให้นำคำพิพากษาศาลอาญาให้จำคุกอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษและพวก รวมถึงบริษัทเอกชน ที่ชี้ให้เห็นว่ามีการร่วมมือทุจริตระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มกิจการร่วมค้า ทำให้เป็นสัญญามิชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนความคืบหน้ากรณีตรวจสอบโครงการขุดบึงหนองพลู อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ที่ดำเนินการโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) และเกิดข้อสงสัยจะมีการทุจริตนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าสมัยรัฐบาลที่แล้วทำต่อเนื่องกันมาและหวังดีอยากให้อผศ.มีรายได้ดูแลทหารผ่านศึก เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาจึงต้องไปตรวจสอบว่าดำเนินการอย่างไร มีทุจริตหรือไม่ ซึ่งตนสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนดูว่าผิดตรงไหนบ้าง แต่ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้ากลับมา ไม่ต้องห่วงเรื่องทุจริตตรวจสอบย้อนหลังได้หมด ไม่ว่ากี่ปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี