542.jpg
'ชูชาติ'โต้'สดศรี'ล้างบาปสส. ปลุก65ล.เสียงหนุนแบนคนโกงจนตาย

'ชูชาติ'โต้'สดศรี'ล้างบาปสส. ปลุก65ล.เสียงหนุนแบนคนโกงจนตาย

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.47 น.

"ชูชาติ"โพสต์แย้ง"สดศรี" หนุนโทษแบนนักการเมืองตลอดชีวิต ชี้ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกับขรก. เชื่อนักการเมืองที่ดีหนุนแนวคิดนี้ วอนประชาชน 65 ล้านเสียงตัดสินใจเลือกอนาคตประเทศ

13 ก.ย. 59 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก "Chuchart Srisaeng" ถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับที่ กกต.กำหนดให้ผู้สมัคร หรือ ส.ส.ที่ถูกศาลฏีกาพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เนื่องจากนางสดศรี มองว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงสำหรับนักการเมือง เหมือนทำให้มองว่านักการเมืองเป็นอาชญากร เพราะคดีอาญาบางคดีศาลยังลงโทษจำคุกเพียง 20 ปีเท่านั้น จึงเชื่อว่านักการเมืองคงไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ว่าถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง ย่อมแสดงให้เห็นว่านางสดศรีเห็นอกเห็นใจนักการเมืองที่มีอยู่อย่างมากไม่เกิน 20,000 คน โดยเฉพาะนักการเมืองที่ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดน่าจะมีไม่เกิน 500 คน มากๆ


นางสดศรีคงทราบดีหรือไม่ทราบว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตุลาการ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ฯลฯ บัญญัติไว้ในทำนองเดียวกันว่า ผู้ที่ถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ไม่มีสิทธิสมัครสอบเข้ารับราชข้าราชการตุลาการ ข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการประเภทอื่นๆ ตลอดชีวิต

นักการเมืองที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร ย่อมมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคน มีความสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองหรือความล้าหลังล่มจมของประเทศชาติ

ถ้านักการเมืองคนใดทุจริตตั้งแต่มีการเลือกตั้งแล้ว เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือได้เป็นฝ่ายบริหารด้วย ก็เชื่อได้ว่านักการเมืองคนนั้นต้องแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างแน่นอน ดังที่เห็นกันอยู่ตลอดมา และนี่แหละคือความล่มจมของประเทศชาติ

แม้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นโทษทางอาญา การประพฤติผิดวินัยของข้าราชการทุกประเภทก็ไม่ได้เป็นโทษทางอาญาเช่นเดียวกัน แต่ข้าราชการผู้ถูกลงโทษทางวินัยก็ไม่อาจสมัครเข้ารับราชการได้อีกตลอดชีวิต

ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฉบับของ กกต.ที่กำหนดว่าหากผู้สมัครหรือ ส.ส.คนใดถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ก็ไม่แตกต่างจากข้าราชการซึ่งประพฤติผิดวินัยที่ไม่อาจเข้ารับราชการตลอดชีวิต จึงถูกต้องเหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว

นักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต กับข้าราชการที่ถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้ารับการอีก ต่างก็สามารถประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ เฉกเช่นประชาชนทั่วๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

สำหรับนักการเมืองที่มีเจตนาดีต้องการเข้ามาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่เคยทุจริตในการเลือกตั้ง ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมก็คงเห็นด้วย

ส่วนนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงหรือทุจริตในการเลือกตั้งหรือกระทำความผิดอื่นๆ และถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งก็ต้องไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้เสียประโยชน์

กรณีนี้จึงอยู่ที่ประชาชนไทย 65 ล้านคนว่า ยังเห็นอกเห็นใจให้นักการเมืองที่ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ควรให้คนเหล่านี้เข้ามาทำงานการเมืองมีสิทธิรับสมัครเลือกตั้งได้อีกหรือไม่

นี่คือเรื่องสำคัญของประเทศชาติที่คนไทยทุกคนต้องตัดสินใจ ครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top