542.jpg
คิดถึง!'ปู'ดอดช้อปตลาดนางเลิ้ง โอดโดนเล่นงานคนเดียวถึง15คดี

คิดถึง!'ปู'ดอดช้อปตลาดนางเลิ้ง โอดโดนเล่นงานคนเดียวถึง15คดี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.06 น.

"ยิ่งลักษณ์" คิดถึงทำเนียบฯ ดอดเช็คเสียงย่านตลาดเก่านางเลิ้ง ช่วง "นายกฯ" ไม่อยู่ วอนรัฐบาลเลิกสนใจคดีตัวเอง หันทำเศรษฐกิจให้ดีก่อน โอดคนเดียวโดนถึง15 คดีแล้ว ชี้ใช้ ม.44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ถือเป็นการชี้แจงคดี โยนขี้ปัญหาบริหารจัดการน้ำ เกิดก่อนรัฐบาล พท.มา

22 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ตลาดเก่านางเลิ้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แวะมาจับจ่ายซื้ออาหารที่ตลาดเก่านางเลิ้ง ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 71 ที่สหรัฐอเมริกา


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า จะไปเดินจับจ่ายสินค้าที่ตลาดผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบหรือไม่ นส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธ โดยบอกว่า ไม่อยากให้ถูกเข้าใจผิด พร้อมระบุว่า ที่แวะมาตลาดนางเลิ้งเพราะคิดถึงของอร่อย และบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งปกติก็แวะเวียนมาบ่อยๆ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงคดีการบริหารจัดการน้ำ ว่า เป็นข้อกล่าวหาที่แจ้งโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการส่งสำนวนมา แต่ตนไม่เข้าใจ เพราะการบริหารจัดการน้ำตอนที่ตนเข้ามา น้ำท่วมอยู่แล้ว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงโดนอยู่คนเดียว

"จากกรณีนี้ดิฉันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ก็หวังว่า ป.ป.ช.จะให้ความเป็นธรรม ทุกวันนี้คดีที่เจออยู่นั่งอยู่ดีๆ ก็ต้องมารับเรื่องหมด ตอนนี้มีถึง 15 คดีแล้ว จึงเป็นเหตุผลให้ดิฉันส่งทนายคัดค้านต่อ ป.ป.ช.แต่ก็ได้รับการปฏิเสธร้องขอทุกครั้ง จึงอยากร้องผ่านทางสื่อมวลชนและสาธารณชนด้วย อยากให้ปฏิบัติเท่าเทียมกับคนอื่นๆ เพราะจะเห็นได้ว่ามาตรฐานคดีที่ทำกับดิฉันจะเร็วมาก และรับทุกเรื่อง พิจารณาทุกเรื่อง แต่ในขณะเดียวกันคดีของคนอื่นกลับไม่คืบหน้าเลย ดิฉันพร้อมจะชี้แจงทุกคดี แต่ต้องอยู่บนเหตุและผลด้วย เพราะถ้าตั้งข้อกล่าวหาโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล ใครอยากจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองก็เอามาใช้มัน แบบนี้ก็ไม่มีวันจบ และยิ่งทำให้สังคมเกิดข้อสงสัย จริงๆ แล้วหน่วยงานทุกขององค์กรที่ทำในเรื่องของกระบวนการเหล่านี้ ควรจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เชื่อว่าทุกคนยอมรับ และหวังว่าคดีของดิฉันจะได้รับความเป็นธรรมด้วย" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนในเรื่องของมาตรา 44 ที่ให้อำนาจกรมบังคับคดีในการยึดทรัพย์นั้น เท่าที่ตนทราบกรมบังคับคดีต้องได้รับคำสั่งจากศาลปกครอง ซึ่งการใช้มาตรา 44 สิ่งแรกที่มองคือ ผลของคดีไม่ว่าจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ ดังนั้น การออกคำสั่งมาตรา 44 มอบอำนาจให้กรมบังคับคดี ก็เหมือนเป็นการชี้นำคดี ซึ่งต้องขอร้อง เพราะมันมีผลกับคดีอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ในชั้นศาล ถือเป็นความไม่ยุติธรรมที่ได้รับ

"ถ้ามั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ทำไมต้องใช้มาตรา 44 ด้วย แต่กระบวนสอบสวนขั้นต้นในการปกป้องข้าราชการ ถ้ามั่นใจว่าข้าราชการทำถูกก็ไม่ต้องกลัวการถูกฟ้องร้อง แต่วันนี้ใช้มาตรา 44 กันถูกฟ้องร้องใครจะทำอะไรก็ได้ ขนาดอดีตนายกฯ ยังปกป้องและหาความยุติธรรมให้กับตัวเองไม่ได้ แล้วประชาชนธรรมดาปกติ จะเรียกหาความยุติธรรมได้อย่างไร" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

อดีตนายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ ว่าทำไมถึงไม่ใช้อำนาจตามปกติ เพราะเราก็ได้ท้วงไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าการพิจารณาในเรื่องของความเสียหายตามหลักสากลก็ต้องไปร้องที่ศาลแพ่งและรัฐบาล ก็ถือว่าเป็นคู่กรณีกับเรา ซึ่งก็ต้องร้องศาลให้เป็นผู้ตัดสินว่าฝ่ายตนหรือรัฐบาลถูกหรือผิดกันแน่ ที่จะมาเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลกลับไม่เลือกใช้วิธีการฟ้องร้องตามกระบวนการยุติธรรม เพียงเพราะไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมศาล และเพียงเพราะเพื่อที่การล่นเวลาให้ง่ายขึ้น ก็ใช้คำสั่งทางการปกครองกับตน อย่างนี้เท่ากับรัฐบาลเป็นคู่กรณีกับตนโดยตรง และบวกกับการใช้มาตรา 44 ในการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ไปตั้งแต่การสอบสวนจนถึงการไปมอบอำนาจให้กับกรมบังคับคดี ถือเป็นการชี้แจงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามกลับ

"เวลานี้อยากให้รัฐบาลมองภาพรวมของประเทศ ความเดือดร้อนของประเทศเพราะวันนี้จริงๆ แล้วประชาชนรอในการที่จะให้เศรษฐกิจต่างๆ กลับคืนมา ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้มาใส่เรื่องของตนเป็นหลักจนลืมเรื่องอื่นๆ เพราะเรื่องจริงๆ แล้วมีกระบวนการขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่อยากให้เร่งรัดโดยใช้วิธีแบบนี้ สุดท้ายจะเป็นคำถามที่ประชาชนตั้งข้อสังเกต" อดีตนายกฯ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top