สำนักราชวังจี้"ชัยสิทธิ์"ขออภัยโทษ จัดมวยหมิ่นเจ้า

วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

สำนักราชวังจี้ชัยสิทธิ์ขออภัยโทษ

จัดมวยหมิ่นเจ้า

แอบอ้างถ้วยพระราชทานที่มาเก๊า

กุลธนแก้ตัวอ่านสคริปต์ผิดพลาด

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม มีรายงานว่า สำนักราชเลขาธิการได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานจัดงานศึกมวยไทยวอริเออร์สปีที่ 2 เทิดไท้องค์ราชัน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ที่มาเก๊าฟิชเชอร์แมนวอล์ค เขตปกครองพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(สทท.) ช่อง 11 หรือ เอ็นบีที เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยแจ้งให้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ขอพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจาก พล.อ.ชัยสิทธิ์ใช้ถ้วยพระราชทานศึกมวยไทยวอริเออร์สฯ โดยที่ยังไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต   

เผย"ชัยสิทธิ์"ขออภัยโทษแล้ว

              แหล่งข่าวจากสำนักราชเลขาธิการ ระบุว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ได้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษถึงสำนักราชเลขาธิการแล้ว และทางสำนักราชเลขาธิการได้ทำหนังสือตอบกลับมาแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวทางสำนักราชเลขาธิการไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดตรงนี้ และขอให้สอบถามทาง พล.อ.ชัยสิทธิ์ เอง ขณะที่กองข่าวสำนักราชเลขาธิการ เปิดเผยว่า การขอพระบรมราชานุญาตเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่สามารถให้ข้อมูลตรงนี้ได้

โบ้ย“กุลธน”ทำสับสน

ทางด้าน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชี้แจงว่า การจัดการแข่งขันชกมวยดังกล่าวไม่ได้แจกถ้วยพระราชทาน แต่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เลขาธิการการจัดการแข่งขัน พูดให้เกิดความคลาดเคลื่อนจนเกิดความเข้าใจผิด และเมื่อเราทำผิดก็ต้องทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ และขณะนี้ได้มีการทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษไปแล้ว ตนในฐานะที่เป็นประธานจัดการแข่งขันก็ต้องรับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษอยู่ระหว่างการนำเรียนสำนักงานเลขาพระราชวัง ทั้งนี้ ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับ พ. ต. ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกทีวีช่องเอ็นบีที

เหตุไม่เหมาะเพราะเป็นบ่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ได้ทำหนังสือขอถ้วยพระราชทานจากสำนักพระราชวังช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ในเอกสารไม่ได้มีการระบุสถานที่จัดการแข่งขัน ทางสำนักเลขาฯ จึงได้ทำหนังเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมถึงสถานที่ในการจัดการแข่งขันจึงได้ทราบว่า จะจัดการแข่งขันขึ้นที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ทางสำนักราชเลขาฯ จึงส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบว่าสมควรที่จะให้ถ้วยไปหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปทำการตรวจสอบแล้วพบว่าสถานที่จัดการแข่งขันเป็นสถานที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นบ่อนคาสิโน จึงเห็นว่าไม่สมควรที่จะให้ถ้วยพระราชทานในการแข่งขันครั้งนี้ 

จัดได้ แต่ไม่ให้ใช้ถ้วยพระราชทาน    

                ต่อมา พล.อ.ชัยสิทธิ์ ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจึงถือว่ากระชั้นชิดเกินไปจึงตรวจสอบไม่ทัน ทางสำนักราชเลขาฯ จึงระบุไปว่า สามารถจัดงานดังกล่าวได้แต่ไม่ให้ถ้วยพระราชทานและไม่ให้มีตราสัญลักษณ์ ภปร. แต่เมื่อถึงเวลาจัดการแข่งขันจริง พ.ต.ท.กุลธน กลับรายงานว่าผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับถ้วยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปครอบครองเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งทำให้สื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวเสนอข่าวไปว่าจะได้รับถ้วยประราชทาน จึงได้ดำเนินการให้ผู้จัดงานทำเรื่องชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ทำหนังสือแจ้งขอพระราชทานอภัยโทษและประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนทราบถึงข้อเท็จจริง 

“สารวัตรต้น”โยนผิดให้สคริปต์

ทางด้าน พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เลขาธิการจัดงานศึกมวยไทยวอริเออร์สปีที่ 2 เทิดไท้องค์ราชัน กล่าวว่าตนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 11 ธันวาคม และในเย็นวันเดียวกันได้รับแฟกซ์หนังสือจากสำนักพระราชวังเรื่องไม่ได้มีการพระราชทานถ้วยรางวัลในการจัดการแข่งขันดังกล่าว  จากนั้น ในวันที่ 12 ธันวาคม ตนเดินทางไปที่สำนักพระราชวังเข้าพบ นายสนอง บูรณะ รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เพื่อขอและยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า เรื่องนี้ยอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดจริง แต่เป็นความผิดพลาดจากการอ่านสคริปต์ที่เป็นร่างเดิมที่มักใช้อ่านในการแข่งขันที่มีการขอพระราชทานถ้วยรางวัลทุกครั้ง และขอยืนยันว่าตนมีความจงรักภักดี ไม่ได้มีการแอบอ้าง อย่างไรก็ตาม ทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่า อาจจะถูกเล่นงานเรื่องนี้ได้    

อ้างจงรักภักดีแต่กระทำมิบังควร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า การแข่งขันชกมวยไทยครั้งนี้ เป็นการฉวยจังหวะเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้การถ่ายทอดสดผ่านช่อง11พูดแก้ต่างให้ตนเองในข้อสงสัยเรื่องความผิดต่างๆ โดยเฉพาะต้องการแสดงความจงรักภักดี  แต่กลับมีเรื่องที่ไม่บังควรเกิดขึ้นดังกล่าว