วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กลุ่มภาคีเครือข่ายตลาดนัดจตุจักรพิทักษ์ธรรมาภิบาล ประมาณ 50 คน ได้มาชุมนุมกันที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล และได้ชูป้ายที่มีข้อความระบุว่า “อย่าเอาตลาดนัดจตุจักรเป็นตัวประกันเพื่อหวังผลทางการเมืองขอร้องเถอะ”
พร้อมกันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทั้งยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีที่ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการปรับปรุงตลาดนัดจตุจักร จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างระบบรวมน้ำทิ้งน้ำเสียและปรับปรุงคุณภาพน้ำ จำนวน 45 ล้านบาท โครงการที่ 2 ก่อสร้างปรับปรุงพื้นผิวถนนและพื้นที่ลานต่างๆ ของตลาดนัดจตุจักร จำนวนเงิน 28 ล้านบาท และโครงการที่ 3 ปรับปรุงทางเดินภายในอาคารแผงค้าตลาดนัดจตุจักร วงเงิน 25 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 98 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน2556
นายสงวน ดำรงไทย ตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 3 โครงการเป็นโครงการที่ขาดธรรมาภิบาล อาทิ โครงการที่ 1 ปล่อยให้มีการจ่ายค่าปรับเพื่ออนุญาตใช้พื้นที่สร้างแผงขายสินค้าถาวร แบบคร่อมระบบระบายน้ำทิ้งรอบตลาดจตุจักร ทำให้การทำความสะอาดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่วนโครงการที่ 2 พบว่าพื้นผิวถนนยังแข็งแรงอยู่แต่จะมีเสียหายเฉพาะพื้นที่ปากประตูทางเข้าออกตลาด ซึ่งถูกยึดเป็นที่ขายของกีดขวางจุดบริการแท็กซี่
นายสงวน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ร.ฟ.ท. ยังเรียกเก็บค่าเช่าเพิ่มขึ้นสิบเท่าจากที่เคยจัดเก็บโดยอ้างว่าน้ำท่วมเศรษฐกิจย่ำแย่ อีกทั้งทางกลุ่มภาคีเครือข่ายฯ ยังเห็นว่า การใช้ งบประมาณ 98 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงตลาดนัดจตุจักรใหม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินแผ่นดิน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ค้าได้รับความเป็นธรรม
ทางด้าน นายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนรับหนังสือ ได้รับปากว่า จะนำเรื่องดังกล่าวให้นายกฯ พิจารณาและจะเร่งรัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน
วันเดียวกัน ที่บริเวณห้องโถง รัฐสภา กลุ่มองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากในราคาควบคุม ประมาณ 100 คน นำโดย นายชัยวัฒน์ หวานคำ ประธานกลุ่มฯ เดินทางมาที่ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ผู้พิการที่ประกอบอาชีพขายสลากฯ โดยต้องการให้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรสลากให้แก่คนพิการ ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดสรรให้คนพิการทั่วประเทศแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งสลากมีราคาแพง จึงอยากให้เพิ่มโควตาอีก 2 หมื่นเล่ม หรือให้โควตาสลากคนละ 5 เล่มใหญ่
ขณะที่ นายเจริญ ระบุว่า การขอเพิ่ม 2 หมื่นเล่มไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทราบว่าในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการสิ้นสุดโควตาจำนวนกว่า 8 ล้านเล่ม แต่อยากให้กลุ่มผู้พิการรวมตัวกัน ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการดูแล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี