537.jpg
"หัสวุฒิ"แฉนักการเมือง จ้องยุบทิ้งศาลปกครอง

"หัสวุฒิ"แฉนักการเมือง จ้องยุบทิ้งศาลปกครอง

วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

“หัสวุฒิ”แฉนักการเมือง

จ้องยุบทิ้งศาลปกครอง

ปปช.คืนเงินอายัด”สมบัติ”

ไล่คุ้ยทรัพย์สินเมียเสถียร

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่สำนักศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยะกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงพอใจผลการดำเนินการงานของศาลปกครองตลอด 12 ปีที่ศาลปกครองเปิดทำการมามีคดีเข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น 81,904 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 64,553 คดี โดยในปี 2555 มีคดีเข้ามามากที่สุด 11,635 คดี แต่ก็เป็นปีที่สามารถสะสางคดีคงค้างได้สูงสุดเช่นเดียวกัน โดยมีคดีแล้วเสร็จ 9,208 คดี


ประธานศาลปกครองสูงสุด ระบุว่า 12 ปีที่ผ่านมาของศาลปกครอง เป็นที่ยอมรับของประชาชน  โดยจากการผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มาใช้บริการศาลปกครองในปี 55 พบว่าร้อยละ 92.6 ประชาชนมีความเชื่อมั่น และศรัทธาศาลปกครองมากขึ้นกว่าปี 54 ที่อยู่ที่ร้อยละ 91

แฉผู้มีอำนาจการเมืองจ้องยุบศาล

กระนั้นก็ตาม แต่ก็ยังมีบุคคลบางคนบางกลุ่มไม่ต้องการให้ศาลปกครองดำรงอยู่ จะด้วยเหตุผลใดเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด บอกได้เพียงกว้างๆ ว่า เป็นความต้องการขอคนที่มีอำนาจในทางการเมือง และต้องการใช้อำนาจนั้นอย่างไม่ตรงไปตรงมา และกลุ่มที่เสียอำนาจ ซึ่งความคิดนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่า การมีศาลปกครอง กับการไม่มี หรือแปลงสภาพไปเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งในศาลยุติธรรม ไม่น่าจะเป็นผลดีกับความเชื่อมั่นของประชาชนและต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังจะก้าวไปเป็นประชาคมอาเซียน เพราะศาลปกครองเป็นหลักประกันความมั่นคงต่างๆ และการมีศาลปกครองก็เป็นกันชนให้กับฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง มากกว่าจะไปขัดขวางการบริหารงานภาครัฐอย่างที่เข้าใจกัน

จะยุบศาลต้องถามประชาชน

นายหัสวุฒิ กล่าวต่อว่า ขอฝากสื่อถามนักการเมืองที่จะคิดจะยุบหรือแปลงสภาพศาลปกครองว่ามีเหตุผลอะไรถึงอยากทำเช่นนั้น และถ้ายุบหรือแปลงสภาพแล้ว ปัญหาข้อพิพาททางปกครองหมดไปหรือไม่ หากไม่หมดไปแล้วไปรวมแต่บอกว่ายังให้อิสระในการพิจารณาเหมือนเดิม จะยุบไปรวมเพื่ออะไร หลายคนคิดว่าศาลปกครองมีอำนาจมาก แต่จริงๆ แล้วถ้าไม่มีการฟ้องคดี ศาลฯทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งการจะยุบหรือแปลงสภาพ อยากให้เป็นเรื่องของประชาชน ถ้าประชาชนและสื่อมองว่าไม่มีประโยชน์ควรอยู่ก็เป็นไปตามนั้น มันไม่ได้อยู่ที่ศาลฯ เราไม่ได้มีความอยากอะไรทั้งสิ้น

ปปช.คืนเงินอายัด6แสนให้”สมบัติ”

วันเดียวกันนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดี พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และภรรยาซึ่งถูกสั่งอายัดทรัพย์สินกว่า 65 ล้านบาท ในคดีร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้นั้น มีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน 

โดยนายวรวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้คืนเงินจำนวน 6 แสนบาทเศษ ให้แก่นายสมบัติจันทรวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปแล้ว เนื่องจากพิสูจน์ทราบได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บส่วนตัวของนายสมับัติ ไม่เกี่ยวพันกับการตรวจสอบแต่อย่างใด

“สมบัติ”ยืนยันเป็นเงินส่วนตัว

สอดคล้องกับนายสมบัติ จันทรวงศ์ ที่บอกว่าได้รับเงินคืนจากการอายัดของ ป.ป.ช. ราว 6 แสนบาทจริง เนื่องจากเงินส่วนนี้เป็นของตนเอง ไม่ใช่เงินที่เคยรับฝากจากนางณัฐณิชาช์ ภรรยาพล.อ.เสถียร ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน โดยยังเหลือเงินอีกราว 7 ล้านบาทที่ ป.ป.ช.อายัดไว้ต่อ ขณะที่หลังจากนี้ก็ยังไม่มีการนัดให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมกับทาง ป.ป.ช. ขณะที่ ป.ป.ช.จะเรียกใครสอบหรือขอข้อมูลเพิ่มนั้นตนเองไม่ทราบรายละเอียด

ตามคุ้ยขุมสมบัติเมีย”เสถียร”

มีรายงานว่า นายวิชา มหาคุณ ป.ป.ช. ได้ออกมาเปิดเผยเช่นกันว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลการเป็นเจ้าของโรงแรมในต่างจังหวัดของ นางณัฐณิชาช์  ซึ่งมีทั้งสิ้น 2 แห่ง แห่งหนึ่งได้ขายไปก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี และอีกแห่งยังมีชื่อ นางณัฐณิชาช์ เป็นเจ้าของ แต่ยังไม่ได้รายละเอียด ส่วนผู้ที่มาซื้อโรงแรม จะเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อถุงยังชีพให้ ศปภ.ช่วงน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไรนั้น ต้องมีการพิจารณา หากเป็นความเกี่ยวข้อง มีข้อเท็จจริง และเกี่ยวพันกัน ก็จะเชิญมาสอบด้วยเช่นกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top