ฮือ! ประท้วง "วรวัจน์" สวทช.เดือด โวยตัดงบฯวิจัยเหี้ยน บริหารไร้ธรรมาภิบาล

วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

ฮือ!ประท้วง "วรวัจน์"

สวทช.เดือด

โวยตัดงบฯวิจัยเหี้ยน

บริหารไร้ธรรมาภิบาล

พนักงานล่าชื่อจี้ให้แจง

นัดแสดงพลัง20พค.นี้

รมต.ชิงโบ้ยสำนักงบฯ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ขณะนี้มีการแจกใบปลิวทั้งในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่ผิดพลาดของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ใบปลิวดังกล่าวได้โจมตีเรื่องความไร้ธรรมาภิบาล และระบุถึงความไม่ชอบมาพากลในเรื่องต่างๆ อาทิ กล่าวหาว่ามีการใช้งบประมาณของทางกระทรวงฯ ซื้อของไปแจกในวันเด็ก ในเขตเลือกตั้งของนักการเมืองเป็นเงินนับ 10 ล้านบาท กล่าวหาว่ามีการขัดขวางกระบวนการทำงานภายในกระทรวง โดยยกตัวอย่างกรณีไม่แต่งตั้งเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ. (สวทน)

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ สวทช.เขียนจดหมายเปิดผนึก ชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดทำให้การพัฒนาของสวทช.ถดถอย อาทิ 1.มีการตัดงบประมาณสำหรับการวิจัยในเรื่องสำคัญ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ฯลฯ และ สวทช.ยังถูกปรับลดงบในปี 57 ลงจากงบในปี 56 กว่า 30% ทั้งที่ สวทช.มีบุคลากรวิจัยในระดับปริญญาโท-เอก กว่า 870 คน และ 43% เป็นนักเรียนทุนที่รัฐบาลส่งไปเรียน

2.สั่งให้มุ่งทำรายได้ให้แก่องค์กร มากกว่าการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ ซึ่งถือเป็นการใช้คนผิดประเภท ไม่ตรงกับความสามารถที่ใช้เงินภาษีประชาชนส่งไปเรียนจนจบปริญญาเอก อีกทั้งยังสั่งว่า หน่วยงานใดต้องการบุคลากรของ สวทช. ไปทำงาน ให้แจ้งมาที่รัฐมนตรี ซึ่งทำลายขวัญและกำลังใจของบุคลากร สวทช. เป็นอย่างมาก

3.การทำงานขาดความคล่องตัว เนื่องจากมีการสั่งการว่ากิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น การลงนามในข้อตกลง (Agreement) แม้จะเป็นกรณีที่ต่างประเทศให้ทุนวิจัย ซึ่งเป็นการผูกพันระดับหน่วยงาน การจัดซื้อจัดจ้างถ้ามีจำนวนเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาท จะดำเนินงานได้ต้องให้รัฐมนตรีดูก่อน แม้ว่าจะอยู่ในแผนการทำงานที่ได้วางไว้แล้วก็ตาม เป็นต้น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สวทช. ยังได้มีหนังสือถึง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เรียกร้องให้ลงมาพบปะพนักงาน ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ตามที่ได้เคยมีการจัดเป็นประจำในอดีต เพื่อชี้แจงถึงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ จากเหตุการณ์หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.นับตั้งแต่ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เข้ามารับตำแหน่งกว่า 6 เดือน มีการประชุม กวทช.ไปเพียง 2 ครั้ง คือวันที่ 20 และ 25 ธันวาคม 2555 จากนั้นไม่มีการประชุมอีกเลย จน กวทช.หมดวาระลงในวันที่ 12 พฤษภาคม 2556 ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย ก่อให้เกิดความชะงักงัน ส่งให้เกิดความเสียหายในการทำงานให้ประเทศ

2.กรณีผู้อำนวยการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(ผพว.) ที่จะหมดวาระลงในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในวาระถัดไป ก่อให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดภาวะสุญญากาศขึ้น เจ้าหน้าที่ขาดขวัญและกำลังใจ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของ สวทช.

3.มีการใช้อำนาจของ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ตัดงบประมาณของ สวทช.ไปเกือบ 1 พันล้านบาท ทั้งที่สำนักงบประมาณเห็นชอบแล้ว โดยเฉพาะการตัดงบในส่วนงานวิจัยกลางน้ำที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการในปัจจุบัน เพื่อหวังเก็บเกี่ยวผลในอนาคต แต่ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กลับเห็นความสำคัญของงานปลายน้ำมากกว่า อาทิ กิจกรรมประชาสัมพันธ์ การตลาด การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ทำให้ เกิดความหวั่นเกรงว่าเป็นการทำงานที่มุ่งหวังเพียงผลงานเฉพาะหน้า ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะส่งผลระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ข้าราชการทั้งในกระทรวงวิทยาศาตร์ฯ และ สวทช. ได้นัดแต่งชุดดำประท้วงในวันที่ 20 พฤษภาคม นี้ แต่ได้ถูกฝ่ายการเมืองพยายามสกัดกั้นพร้อมกับมีการออกจดหมายเปิดผนึกชี้แจงทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ ทำให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนแผนจากการนัดแต่งชุดดำประท้วงมาเป็นนัดกันใส่เสื้อสีขาวใช้สายคล้องคอสีดำเพื่อประท้วงในเชิงสัญลักษณ์

วันเดียวกัน นายวรวัจน์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิศราว่า ตนได้เห็นใบปลิวดังกล่าวแล้วเมื่อ 2-3 วันก่อน ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ ทั้งนี้มองว่าสาเหตุเป็นเพราะตนเข้าไปปรับเปลี่ยนการบริหารงานบางอย่างในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ สวทช. รวมถึงมีความกลัวว่าหากมีบอร์ด สวทช.ชุดใหม่ที่ตนจะเป็นผู้แต่งตั้ง จะเข้ามาเลือก ผอ.สวทช.คนใหม่ ที่ไม่ใช่นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผอ.สวทช.คนปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

สำหรับข้อกล่าวหาต่างๆ อาทิ ใช้งบของกระทรวง 10 ล้านบาทไปจัดงานวันเด็กในเขตเลือกตั้งของตัวเองนั้น นายวรวัจน์ชี้แจงว่าตนจัดงานวันเด็กที่ จ.แพร่เป็นประจำทุกปี และในปีนี้ ก็มีหน่วยงานภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาขอร่วมจัดงานด้วย และตนไม่รู้ว่ามีการใช้งบประมาณไปเท่าใด แต่เชื่อว่าจะไม่ถึง 10 ล้านบาท

ส่วนที่อ้างว่ามีการปรับลดงบ สวทช.ในปี 57 จากปี 56 ถึงกว่า 30% นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจพิจารณางบ แต่เป็นสำนักงบประมาณ (สงป.) ซึ่งในปี 57 ตนก็เสนอของบของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท ปรากฎว่าถูก สงป.ปรับลดงมาเหลือเพียงกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าบางโครงการไม่มีความจำเป็น

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้คนผิดประเภท ให้หน่วยงานอื่นดึงคนของ สวทช.ไปช่วยงานได้นั้น นายวรวัจน์ ชี้แจงว่า ตนได้ให้นโยบายไว้ว่า โครงการไหนที่เกี่ยวข้องกับหลายๆ หน่วยงาน ไม่จำเป็นต้องรอ สวทช.ตั้งโครงการ แต่ให้คน สวทช.ที่สนใจเข้าไปทำงานได้ทันที และหากมีโอกาสสามารถขอย้ายหน่วยงานได้ โดยที่เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ยังเท่าเดิม

นายวรวัจน์ กล่าวว่า ที่บอกว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างใดเกิน 2 ล้านบาทต้องให้ รมต.ดูก่อน ทำให้ขาดความคล่องตัว ข้อเท็จจริงคือที่ผ่านมามีบางหน่วยงานในกระทรวงวิทย์ฯ จะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษในหลายโครงการที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท โดยไม่ใช้วิธีอีอ็อกชั่น เนื่องจากบางโครงการเป็นเชิงเทคนิคค่อนข้างมาก สามารถใช้การจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษได้ แต่ตนไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงจึงมีคำสั่งว่าต่อไปโครงการใดที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท จะต้องให้ตนมาพิจารณาก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ พนักงาน สวทช.ยังออกมาแต่งชุดดำประท้วงอีกจะทำอย่างไร นายวรวัจน์ กล่าวว่า      ก็ไม่ได้ว่าอะไร ตนได้เรียกผู้บริหาร สวทช. โดยเฉพาะ ผอ.สวทช.มาสอบถาม และให้ไปชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ แล้ว ยืนยันว่าส่วนตัวสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ ได้ทั้งหมด