วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เวทีNGOอัดยับแผนน้ำ
ไร้ส่วนร่วม-จี้ทบทวน
ตัดหัวหุ่น‘ปลอด’
เหิมเทียบพญามังราย
เครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำภาคเหนือและภาคอีสาน 41 องค์กร จัดเวทีแสดงความคิดเห็นถึงนโยบายการจัดการน้ำของรัฐบาล ตามแผนบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ในหัวข้อ “การจัดการน้ำ:ผู้นำต้องฟังเสียงจากรากหญ้า” ที่ร้านหนังสือบุ๊ครีพับลิก ถ.คลองชลประทาน อ.เมืองเชียงใหม่ คู่ขนานกับการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการหารือระดับผู้นำประเทศสมาชิกอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาการอภิปรายบนเวทีภาคประชาชนครั้งนี้ เป็นการเสนอข้อเท็จจริงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิมนุษยชน โดยเห็นว่า การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ ในหัวข้อหลักเรื่อง“ความมั่นคงด้านน้ำ” ไม่มีการนำประเด็นปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำระดับประเทศ และภูมิภาคมาหารือเท่าที่ควร อีกทั้ง เห็นว่าแผนบริหารจัดการน้ำของไทย เป็นแบบรวมศูนย์อำนาจขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
“แผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ตั้งอยู่บนวิธีคิดการทำงานจากเบื้องบนลงสู่เบื้องล่าง ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสนอความคิดเห็น หรือรับฟังข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังขาดความสนใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชน เลือกมองภาพรวม และผลักให้ประชาชนบางกลุ่มต้องรับบทเป็นผู้เสียสละ”
ขณะเดียวกัน ยังเป็นห่วงแผนบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านของรัฐบาลที่อาจเป็นการใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งจากแผนงานมีขั้นตอนที่ผิดพลาด ขาดความชัดเจนหลายจุด และมองว่าการจัดประชุมใช้งบประมาณจำนวนมาก เป็นเหมือนการโฆษณาประชาสัมพันธ์แผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลมากกว่า
ที่สำคัญไม่มีการนำเรื่องการจัดการน้ำตามแนวชายแดนของประเทศต่างๆ เช่น แม่น้ำโขง สาละวิน ที่มีปัญหาเขื่อน และปัญหาก่อสร้างเขื่อนหลายพื้นที่ในประเทศขึ้นมาหารือ
ตัวแทนภาคประชาชนยังระบุด้วยว่าการเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ ถูกตั้งข้อสงสัยจากหน่วยงานภาครัฐ มีทั้งการสอบถามโดยตรง การขอร้องไม่ให้เข้าร่วมเวที หรือความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้ตัวแทนภาคประชาชนเดินทางมาร่วมเวทีได้อีก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวที เครือข่ายภาคประชาชนฯออกแถลงการณ์ “การจัดการทรัพยากรน้ำต้องมีส่วนร่วม เคารพสิทธิมนุษยชน สร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภูมิภาค” มีเนื้อหาโดยสรุปคือ เครือข่ายประชาชนฯ มีข้อกังวลและข้อเสนอต่อปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในประเทศไทย และระดับภูมิภาค ได้แก่ กรณีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท รัฐบาลวางแผนและตัดสินใจเองทำอย่างเร่งรีบ ไม่มีขั้นตอน และมาตรการรองรับว่าแก้ปัญหาได้จริง นำเสนอโครงการเขื่อนในพื้นที่ต่างๆ โดยที่ชาวบ้านไม่รับทราบข้อมูล ไม่มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ขณะที่ปัญหาการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนขาดหลักธรรมาภิบาล และไม่คำนึงถึงข้อกฎหมายสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ดังนั้น เครือข่ายฯขอแสดงจุดยืนคัดค้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเห็นว่าระบบสั่งการแบบรวมศูนย์ไม่ใช่คำตอบของการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้เครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำภาคเหนือและภาคอีสานยังได้ทำพิธีสำเร็จโทษประหารนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ด้วยการนำหุ่นจำลองที่มีภาพใบหน้าของนายปลอดประสพ มาทำพิธีตัดศีรษะอีกด้วย โดยระบุว่า การที่นายปลอดประสพ อ้างถึงการจัดการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำที่จังหวัดเชียงใหม่ การเลือกเวียงกุมกาม เป็นสถานที่เลี้ยงต้อนรับผู้นำ และการรับบทเป็นพญามังรายในการแสดงต้อนรับผู้นำ ถือเป็นการอวดอ้าง และยกตนขึ้นเทียบ ฉวยโอกาสนำแนวคิดการจัดการน้ำของพญามังราย ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แนวทางบริหารจัดการน้ำของรัฐ ทั้งที่ความเป็นจริง การบริหารจัดการน้ำของรัฐไม่ได้ทำโดยเคารพธรรมชาติ ฟังเสียงของประชาชน และตั้งบนหลักศาสนา เหมือนที่พญามังรายทำ
ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พบว่า ส่วนหนึ่งรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์ พาเลส กองบัญชาการของกองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์เมืองเชียงใหม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งประมาณ 100 คน เดินทางไปศูนย์ประชุมฯโดยอ้างว่าจะมาตั้งกองอำนวยการเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยการประชุม แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต กลุ่มคนเสื้อแดงจึงไปรวมตัวที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 ที่อยู่ติดกับศูนย์ประชุมฯแทน
ในการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดประชุมกำหนดนโยบายและแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือ (เต็มคณะ) ที่มีผู้นำระดับสูง ตัวแทนรัฐบาลของประเทศต่างๆ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากทั่วโลกเข้าร่วม โดยกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในการจัดการภัยพิบัติที่สร้างผลกระทบกับสังคมทุกระดับ และนำไปสู่การหาแนวทางสร้างความมั่นคงด้านน้ำในภูมิภาค การจัดการภัยพิบัติและอุทกภัย วางนโยบายรับมือภัยพิบัติ รวมทั้งความมั่นคงด้านน้ำในภูมิภาค ซึ่งจะสรุปเสนอที่ประชุมระดับผู้นำวันที่ 20 พฤษภาคม
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเงินกู้ 3.5 แสนล้าน เพื่อทำโครงการบริหารจัดการน้ำ กรณีมีการร้องเรียนของชาวชัยภูมิถึงการกว้านซื้อที่ดินก่อสร้างหมู่บ้านผีหวังได้รับเงินชดเชยหลังละ 1 ล้านบาท ในการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบว่า เป็นความพยายามหาประโยชน์จากงบรัฐจริงหรือไม่ ไม่ควรปล่อยให้ข้าราชการในพื้นที่ไปตรวจสอบกันเอง เพราะอาจมีการปิดบัง เอื้อประโยชน์ให้นายทุน
นายองอาจ ยังเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบพฤติกรรมของนายปลอดประสพ ที่ไม่น่าไว้ใจ วิสัยทัศน์บิดเบี้ยว ไม่สมควรบริหารงานต่อไป ดังนั้น หลังการประชุมน้ำโลกยุติลง นายกรัฐมนตรีควรปรับปรุงตัวบุคคลที่รับผิดชอบใหม่ แต่หากไม่ดำเนินการแล้วเกิดปัญหาตามมานายกรัฐมนตรีก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี