537.jpg
วาทกรรม'ทักษิณ'สู่เสื้อแดง 'ถ้าผมฆ่าก็จบเรื่องแล้ว' !?!

วาทกรรม'ทักษิณ'สู่เสื้อแดง 'ถ้าผมฆ่าก็จบเรื่องแล้ว' !?!

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 11.31 น.
Tag :

วันนี้เรามานึกถึงวีรชนผู้กล้าของเราที่เสียชีวิตไปจำนวนมาก และมีหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาและกระสุนปืน ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้นในปัจจุบันที่ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ เกินกว่าความเป็นจริง เราขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนางไข่กี วงษ์ราศรี อายุ 68 ปี ชาว จ.สกลนคร ที่หัวใจล้มเหลว ผมขอคารวะดวงวิญญาณ เพราะแม้มีอายุ 68 ปี ก็ยังมาร่วมชุมนุม วันนี้ผมบอกได้เลยว่ามีกำลังใจและสามารถยืนได้อย่างเข้มแข็ง

การที่ผมถูกกระทำมาตลอด 7 ปี ก็ยังอยู่ได้ เพราะพี่น้องให้กำลังใจมาตลอด ทุกคนคงได้รับข่าวที่ นายกฯปูไปพูดในเวทีที่ประเทศมองโกเลียซึ่งเป็นเวทีประชาธิปไตย แล้วจะให้นายกฯไปพูดเรื่องโอท็อปได้อย่างไร ประเทศที่มีอายธรรมจะไม่โกหกกัน พูดแต่ความจริง เราจะทำตัวไม่มีอารยธรรมได้อย่างไร การที่ประชาธิปไตยหายไปเพราะมีการปล้นตอนปฏิวัติ นายกรัฐมนตรีพูดความจริง แต่ก็มีคนไปเต้นโดยเฉพาะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และยังมีนายตำรวจแก่ๆ รวมถึงอดีตอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ขายจิตวิญญาณของตัวเอง คนเหล่านี้ได้ตั้งกลุ่ม “ไทยสปริง” ให้ประชาชนลุกฮือเหมือนกับการนำเผด็จการมาไล่ประชาธิปไตย


การที่ผมเขียนข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่องการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ผมกลับถูกกล่าวหาว่าเข้ามาแทรกแซง ทั้งที่ผมแทรกแซงทางความคิด เพราะผมเคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เราแทรกแซงทางความคิด แต่ไม่ได้แทรกแซงทางการบริหาร

เมื่อครั้งตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ประชาชนเลือกตั้งมาได้ 250 เสียง จาก500 เสียง เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา เป็นนายกฯครบ 4 ปีคนแรก ปี 2548 ชนะเลือกตั้งได้ 377 เสียง มีรัฐมนตรีคนนอกของรัฐบาลมาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เหลือน้อย พรรคประชาธิปัตย์จะโจมตีรัฐบาลไทยรักไทยผ่านสื่อก่อน จนที่สุดก็เป็นปัญหา ผมแก้ปัญหาคนจนโดยใช้ความสามารถเพื่อให้คนไทยจะไม่มีคนจนเหลือเลย แต่ที่ไม่พอใจจึงเป็นที่มาฝีแตก มีม็อบข้างถนน มีการบอยคอตการเลือกตั้งหลังมีการยุบสภา ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่าหันก้นออกตอนกาบัตรเลือกตั้ง และไม่เป็นประชาธิปไตย

ตอนที่ผมเป็นนายกฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมา มีผู้ใหญ่ขอเก็บไอ้นี้ได้ไหม แต่ผมไม่นิยมความรุนแรงเรื่องฆ่าคน แต่เรื่องแข่งขันถนัดมาก ฆ่าคนไม่ใช่นิสัยตน แม้แต่ผมกลับมา ก็มีผู้ใหญ่มาบอกผมว่า บอกไม่เชื่อ ถ้าฆ่าก็จบเรื่องแล้ว (ช่วงนาทีที่46-47)

วันนี้ขอพูดลึกลงไปอีกนิด ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2542 ตอนนั้นใกล้เลือกตั้งก็มีทนายคนหนึ่ง มาบอกผม ว่า มี ป.ป.ช.ไปกล่าวหาเรื่องซุกหุ้น แล้ว ป.ป.ช.ก็รับเรื่องนี้ไว้ โดยยืนยันว่า สุดท้ายก็มีการเรียกเก็บเงิน เพื่ออ้างว่าสามารถช่วยเหลือได้ แต่ผมไม่เอา ตอนแรกก็บอกขอเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรื่องของด้วยเลข 6 แล้วมารู้ทีหลังว่าขอเป็นเงิน 600 ล้าน ผมโมโหก็ไม่ให้ แล้วในที่สุดศาลก็ตัดสินให้ชนะด้วยเสียง 8 ต่อ 7

การปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ผู้ร่วมก่อการทั้งหลายมีการแบ่งผลประโยชน์กัน โดยเมื่อก่อนมีสถานีโทรทัศน์ไอทีวีแต่ถูกยึดคืนให้บริษัทหนึ่งมีการนำเงินภาษีบาปไปอุดให้ฟรี นอกจากนี้ยังมีคนไปนั่งเป็นประธานบอร์ดการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) มีการตั้งบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจจะให้ชนะเลือกตั้ง แต่ยังไม่ชนะ มาคราวนี้จะได้เป็นนายกฯก็ยังไม่ชนะ

วันนี้ความเห็นต่างกันได้ แต่เมื่อถึงเวลา เราต้องรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้ เราต้องรวมเหมือนแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน เราต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯรักษาประชาธิปไตย ทวงคืนความเป็นธรรมให้สังคมไทย เราพร้อมเสียสละต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่พวกเราต่อสู้กับอหิงสา ไม่ใช้อาวุธ ให้รู้ว่าเรามีจิตวิญญาณ ที่อยากเห็นประเทศไทยมีความเป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมอาจใช้เวลา 100 ปี จะคืนความเป็นธรรมได้

พี่น้อง ครับ เรื่องการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผมได้บอกนายวรชัย(นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย )ว่าให้ช่วยพี่น้องที่ถูกจำคุกออกมาให้ได้ก่อน เพราะเราห่วงใยพี่น้องบริสุทธิ์ที่สู้ด้วยจิตบริสุทธิ์  ไม่ต้องห่วงผม ไม่กลับไม่เป็นไร ผมขอทวงคืนประชาธิปไตยให้แผ่นดินไทย ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีลมหายใจ ขณะที่กรณี 2.2 ล้านล้าน ก็ขอให้เดินหน้าต่อไป ขณะที่โครงการรับจำนำข้าว ก็ต้องทำต่อเลิกไม่ได้ เพราะชาวนากำลังลืมตาอ้าปากได้ แต่ยอมรับว่า ระบบมันก็มีบกพร่อง ต้องมีการแก้ไขต่อไป ที่ผมพูดต้องการติเพื่อก่อ แล้วก็ไม่แคร์ว่าจะได้กลับหรือไม่ หากถามว่าอยากกลับไหม ก็บอกว่าอยากกลับมาก ถ้าผมไม่ได้กลับแล้ว ประเทศได้ประชาธิปไตย ก็ไม่มีปัญหา แต่หากผมไม่ได้กลับ แล้วประเทศไม่มีประชาธิปไตย ก็จะขอสู้ต่อไปไม่มีถอยเหมือนกัน

พี่น้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องดำเนินต่อไป ถ้าเมื่อใดประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยประชาชนก็ลำบาก โดยเฉพาะประชาชนยากไร้แสวงหาโอกาสในชีวิต มิฉะนั้นการใช้อำนาจเกินขอบเขตองค์กรอิสระยังมีต่อไป ผมยืนยันสนับสนุนให้องค์กรอิสระยังดำรงต่อไป แต่ต้องมีใจที่เป็นอิสระ และต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รวมถึงมีกระบวนการถ่วงดุลที่ถูกต้อง

ผมวิงวอนขอร้องศาลรัฐธรมนูญให้สภานิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ของเขา เพราะเขามาจากประชาชน ถ้าเขาทำไม่ดี ประชาชนจะไม่เลือกเขาเอง การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเดินต่อไป เพราะต้องการเห็นประชาธิปไตยเบ่งบานในสังคมอีกครั้ง

วันนี้ต้องบอกว่าวาทกรรมเผาบ้านเผาเมืองควรจะจบได้แล้ว เพราะศาลอาญายกฟ้องจำเลยเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ยืนยันคนเสื้อแดงไม่สามารถวางเพลิงได้ และศาลแพ่งก็เห็นว่าไม่ใช่คดีก่อการร้าย ประชาธิปัตย์รอบหนึ่งกินส.ส.กทม. รอบที่ 2 กิน ผู้ว่าฯ กทม. เพราะรู้จุดอ่อนคนกรุงเทพฯ วันนี้ความจริงเปิดแล้ว พี่น้องชาวกรุงเทพฯตื่นเถิด อย่าโดนหลอกอีก ถ้าใครจับคนวางเพลิงได้หรือชี้เบาะแสได้ ผมจะให้รางวัล 10 ล้านบาท มาจับให้หน่อย

ตอนผมเป็นนายกฯมีคนในรัฐบาลถูกต้ม ให้ตั้งรัฐบาลเป็นนายกฯมาตรา 7 ทั้งที่เป็นลูกน้องผมอยู่ กระบวนการแบบนี้กร่อนทำลาย ประชาธิปไตยความยุติธรรมจึงไม่เกิด ถ้าบ้านเมืองไม่ได้ประชาธิปไตยไม่กลับ ก็ได้ ถ้าไม่ได้กลับก็สู้กันต่อไป ไม่มีถอย 3 ปีเราเจ็บช้ำมาก ถึงไม่ได้กลับก็ขออย่าทิ้งพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ต้องสามัคคี แม้แกนนำทะเลาะกันก็ให้เหมือนลิ้นกับฟัน เรามาร่วมทำงานใหญ่สักครั้งเพื่อรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเป็นธรรม มีองค์กร

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top