'ดีเอสไอ'แฉ18ชื่อเอี่ยวรถหรู เอกชน 13 เจ้าหน้าที่รัฐ 5

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556, 20.21 น.

4 มิ.ย.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรม ดีเอสไอ เปิดเผยถึงแนวทางการสอบสวนคดีรถหรูจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีว่า เบื้องต้นดีเอสไอจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในการนำเข้าและจดประกอบลัมโบร์กินีคันเกิดเหตุมาสอบสวน หลังการสอบสวนเบื้องต้นน่าจะเป็นรถนำเข้ามาทั้งคันไม่น่าจะใช่รถจดประกอบ ทั้งผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 18 รายชื่อ

นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้วางแผนการทำงานเพื่อตรวจสอบรถยนต์หรูที่อ้างว่าเป็นรถจดประกอบที่นำเข้ามาจดทะเบียนแล้ว จำนวน 5,832 คัน ว่าเป็นรถจดประกอบจริงหรือไม่ พร้อมทั้งจะตรวจสอบรถยนต์หรูอีก 3 พันกว่าคัน ที่รอจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบด้วยเช่นกัน โดยแบ่งชุดสอบสวนออกเป็น 6 ชุด

ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมจากดีเอสไอว่า สำหรับ 18 รายชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถลัมโบร์กินีคันที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งดีเอสไอจะเรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริงในฐานะพยานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่และให้ชี้แจงรายเอียดการดำเนินการการจดทะเบียนรถจดประกอบ

สำหรับ 18รายชื่อประกอบด้วย บริษัทธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด ในฐานะผู้ประกอบอุตสาหกรรมและฐานะโรงงานอุตสาหกรรม นางพรพิมล เคหะฐาน ผู้ประกอบอุตสาหกรรม นางสุกัญญา สมบัติดี ผู้ซื้อเครื่องยนต์รถลัมโบร์กินี บจก.พี.เอ.เอ็น เอ็กเพรส ผู้นำเข้า นายธนพัฒน์ ศรีขจรจิต ผู้รับมอบอำนาจจาก บจก.พี.เอ.เอ็น เอ็กเพรส นายธีรสุวัฒน์ จันทร์แก้ว ลูกค้า(เครื่องยนต์/คัสซี) นายมานะ สมบูรณ์ทรัพย์ บจก.เจเอ็มดับบลิว มอเตอร์ ผู้นำเข้าของ นายอัครวินท์ แปลงทับ ผู้นำเข้า  บจก.ไอแพ็คโปรเฟสชันแนลไอที ผู้ลงลายมือชื่ออิเลคทรอนิกส์ บริษัทเอส เคที มอเตอร์ จำกัด (Invoice@Packing List)  บริษัทพอใจ อ็อตพาร์ท จำกัด ผู้รับเงินค่าอะไหล่จากบริษัทธรรมมะมอเตอร์ริช เจ้าหน้าที่ศุลกากร 4 ราย และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต 1 ราย