วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ปู”ปริ๊ด”สุภา”แฉเจ๊งจำนำ
แอ่นอกท้า
รายงานตัวเลข-ข้อมูลโกง
“ธวัช”รับรองป.คลังพูดจริง
ปปช.-ผู้ตรวจฯลุยสอบทุจริต
นักวิชาการรุมสับ”โง่-งี่เง่า”
มีความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริต โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันทีที่รองปลัดกระทรวงการคลังยอมรับมีการทุจริตทุกขั้นตอนตั้งแต่จดทะเบียน และเปิดเผยตัวเลขขาดทุนกว่า 2.2 แสนล้านบาท
ปปช.เล็งเรียก“สุภา”ให้ข้อมูลเจ๊ง
โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าวเปิดเผยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่า เตรียมเชิญน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว มาให้ข้อมูลการขาดทุนของโครงการฯมีตัวเลขชัดเจนอย่างไร เพราะคณะอนุกรรมการฯตรวจสอบเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังด้วย นอกเหนือจากตรวจสอบปัญหาทุจริตในภาพรวม
จับมือผู้ตรวจการฯสอบสวมสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลให้ป.ป.ช.มากขึ้น แต่มีบางข้อมูลที่ป.ป.ช.ยังต้องการคือ ข้อมูลการขาดทุน ที่ป.ป.ช.ได้ข้อมูลบางส่วนจากกระทรวงการคลังเท่านั้น ทั้งที่ควรได้มาจากกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ขณะเดียวกันป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากนายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีและโกดังข้าวทั่วประเทศ เพื่อหาข้อมูลการลักลอบนำข้าวไปสวมสิทธิ และปัญหาข้าวเน่าว่า เกิดจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ คาดว่า 1-2 เดือนน่าจะได้ข้อมูลส่วนนี้
“ปู”ปรี๊ดแตกท้า“สุภา”โชว์หลักฐาน
ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีน.ส.สุภาระบุตัวเลขขาดทุนโครงการจำนำข้าว และยอมรับมีการทุจริตทุกขั้นตอนว่า “ให้น.ส.สุภา พิสูจน์ออกมาเป็นรายละเอียดเลยดีกว่ามั้ย เพราะการพูดภาพรวมอาจทำให้คนกังวล ถ้าระบุรายละเอียดเลยว่ามีจุดไหนที่ตรวจแล้วมีประเด็น เราพร้อมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ถ้าผิดก็พร้อมดำเนินคดี”
นายกฯกล่าวด้วยว่า ขอความเป็นธรรมกับรัฐบาลบ้าง สื่อมวลชนก็เห็นการตรวจสต๊อกข้าว ที่ตรวจพร้อมกันทั่วประเทศกว่า 2,000 โรงสี จุดที่พบมีประมาณ 26 จุด จากนี้ต้องรอขั้นตอนของตำรวจในการสืบค้น ถ้ามีหลักฐานการทุจริตทุกจุด เอาหลักฐานมา ตนพร้อมตรวจให้และพร้อมดำเนินคดี
เมินข้อมูลคลังชี้กก.ตรวจโกดังของจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการขาดทุนที่มีมากกว่า 2.2 แสนล้านบาท ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เราตรวจสต๊อกจริงโดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่มีพล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ต้องรอให้คณะกรรมการฯเป็นผู้สรุปอย่างเป็นทางการดีกว่า ถือเป็นตัวเลขจริง ที่ได้จากการตรวจโรงสีทุกโรงด้วยตา โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2 หมื่นนาย ไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดจากการคำนวณ จึงน่าจะใช้ข้อมูลนั้นมากกว่า
ฉุนสื่อซักจำนำเขย่าเสถียรภาพรบ.
ส่วนการที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กลับมารับจำนำราคาข้าวในราคา 15,000 บาทต่อตัน เหมือนเดิม ทางฝ่ายค้านออกมาระบุรัฐบาลมีนโยบายเหมือนไม้หลักปักขี้ เลนนั้น นายกรัฐมนตรีปฎิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่ย้ำว่า เหตุผลที่กลับมาใช้ราคาเดิม เพราะได้ศึกษาข้อมูล และมีความชัดเจนในรายละเอียดทำให้พิจารณาได้ว่า จะไม่เสียสมดุลทั้ง 4 ด้าน และดูแลชาวนาด้วย ไม่ใช่การกลับไปกลับมา
เมื่อถามว่านายกฯมั่นใจหรือไม่ว่าเรื่องรับจำนำข้าวจะไม่สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวตัดบทว่า พอแล้ว เรื่องข้าวเยอะแล้ว ไปถามรมว.พาณิชย์บ้าง
“ธวัช”เผยสต๊อก27จุดมีปัญหา
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการตรวจสอบสต๊อกข้าวหลังลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกันทุกจุดทั่วประเทศ หลังประชุมพล.ต.ต.ธวัช เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบสต๊อกข้าวมีความผิดปกติ 26 จุด และพบเพิ่มเติมอีก 1 จุดที่จ.เพชรบูรณ์ รวมเป็น 27 จุด
สั่งดำเนินคดีแล้ว4จังหวัด
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินคดี 4 จุด คือที่จ.ปทุมธานี ชัยนาท สงขลา และพัทลุง
ในส่วนของจ.นครศรีธรรมราช 11 จุดที่ยังไม่มีความชัดเจน ได้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรมการค้าภายใน ตรวจสอบใหม่อีกครั้ง ส่วนที่เหลือ 12 จุดได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธร ร่วมตรวจสอบรายงานผลอีกครั้งหนึ่ง ในจำนวนตรงนี้ได้สั่งปิดโรงสีไม่ให้ดำเนินการรับจำนำ 8 โรงคือ ที่จ. ปทุมธานี ชัยนาท ยโสธร สงขลา และพัทลุง ส่วนกรณีกองข้าวล้ม 3 โกดังที่จ.อุทัยธานี ให้ตรวจสอบคุณภาพอีกครั้งแล้วรายงานขึ้นมาว่า เกิดจากรมยา หรือคุณภาพข้าวไม่ได้คุณภาพ จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดรายงานนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรับจำนำข้าวแห่งชาติ (กขช.)
“สุภา”พูดจริง”อคส.-อตก.”มีโกง
ส่วนกรณีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุโครงการจำนำข้าวมีการทุจริตทุกขั้นตอนนั้น พล.ต.ต.ธวัชยอมรับว่า ขั้นตอนการรับจำนำข้าวมีการทุจริตตามที่น.ส.สุภาพูดมีส่วนจริง แม้แต่ขั้นตอนการลงทะเบียนเกษตร การออกใบประทวน การให้เจ้าหน้าที่รับจำนำข้าวเปลือกในพื้นที่ มีช่องว่างเกิดขึ้น เป็นความบกพร่องทุจริตในหน้าที่ของผู้ที่ปฏิบัติกับโรงสี ไม่ได้ทุจริตที่ตัวโครงการ เป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติทำให้โครงการเสียหาย อยู่ที่การตรวจสอบและดำเนินคดี ทั้ง 27 จุดถ้าต้องตรวจสอบซ้ำก็ต้องตรวจสอบ ทั้งนี้ ใน 27 จุด ยังมีเอกสารอีก 12 จุดที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและเอกสารก็มีถึง 3-4 หมื่นแผ่น ซึ่งจะเรียกมาแจงอีกครั้ง เรื่องนี้ต้องให้เวลาและต้องให้ความเป็นธรรมด้วย และจากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานที่บกพร่องมากที่สุดคือ อ.ต.ก. อคส.และกรมการค้าภายใน และการสอบสวนหากพาดพิงถึงใคร ถึงหน่วยไหนก็ต้องว่ากันหมด
โรงสีโอดตกเป็นแพะจี้รัฐสกัดโกง
ทางด้านนายมนัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า จากการหารือกับรมว.พาณิชย์ และรมช.พาณิชย์คนใหม่ในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ได้เสนอให้รัฐบาลปรับปรุงวิธีการตรวจสอบข้าวในโครงการ เพราะที่ผ่านมา โรงสีมักถูกมองเป็นต้นเหตุการทุจริตของโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการ ดังนั้น จึงจะเข้าไปชี้แจงกับรัฐบาลให้เข้าใจว่า การทุจริตนั้นเกิดจากขั้นตอนอื่น ไม่ใช่โรงสี ทั้งนี้ เห็นได้จากการตรวจสอบโรงสีและโกดังข้าวทั่วประเทศของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีข้าวหาย 20,000 ตัน ซึ่งมีโรงสีทุจริตเพียง 2-3 แห่ง จาก 3 จังหวัดเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับโรงสีทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ จึงอยากให้รัฐบาลคุมเข้มตรวจสอบทุกขั้นตอนมากกว่านี้ ป้องกันการทุจริตโครงการจำนำข้าว
“อัมมาร”จวกโง่แยกคุณภาพไม่ออก
วันเดียวกัน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง ทางออกระบบอุตสาหกรรมข้าวไทย สู่การแข่งขัดตลาดโลก โดยนายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ทางออกของอุตสาหกรรมข้าวไทย คือ ต้องรื้อฟื้นระบบการขายข้าวแบบเก่าที่ระบบรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลทำลายลงไป นั่นคือ การทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพดีเหมือนเดิม เพราะระบบจำนำที่นำข้าวมาเก็บไว้จนเสื่อมคุณภาพ เพราะดูแลไม่ดี ขณะที่พ่อค้าในตลาดส่งออกข้าวไทย ซึ่งเป็นคนที่รัฐบาลให้อำนาจผูกขาดก็ไม่มีปัญญาส่งออก ทำให้ปริมาณข้าวส่งออกลดลง
“รัฐโง่ ไม่สามารถแยกแยะข้าวตามคุณภาพได้ ไม่เหมือนพ่อค้าที่ตรวจตราตลอดเวลา และจุดสำคัญของข้าวไทยที่ต้องสงวนหวงแหนไว้คือ คุณภาพ แต่2ปีที่ผ่านมามีการปล่อยปละละเลย เราต้องตื่นจากภวังค์ของคนดูไบได้แล้ว การเก็บข้าวไม่ได้ทำให้เรานำราคาในตลาดโลกได้ เพราะข้าวไม่ใช่มือถือ เก็บไว้ 2 ปีข้าวก็เน่า”นายอัมมารกล่าว
สวดจำนำทุบส่งออกตายสนิท
และว่า ต้องยอมรับช่วง 2ปีที่ผ่านมา ไทยระบายข้าวไม่ได้ส่งออกไม่ได้ เพราะบางตลาดเห็นว่าคุณภาพข้าวไทยเสื่อมลง เพราะเก็บข้าวไว้นานเกินไป ดังนั้น ทางออกการขายข้าวและรักษาตลาดข้าว รัฐบาลต้องแกล้งลืมสต็อกข้าว 17 ล้านตัน แล้วเอาข้าวใหม่ที่เข้าโครงการไปเสนอขาย จากนั้นค่อยหาทางระบายข้าวที่เสื่อมคุณภาพออกไปภายหลัง การที่รัฐบาลเก็บข้าวไว้ในโครงการทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ เป็นการทำลายอนาคตการส่งออกข้าวไทยและสร้างความเสียหายกับห่วงโซ่การผลิตข้าวทั้งระบบ นอกจากนี้ สิ่งที่น่าทึ่งคือ การที่รัฐบาลทำให้ราคาข้าวเปลือกพุ่งสูงกว่า 30-40% แต่ข้าวสารราคาเท่าเดิม เพราะนโยบายจำนำข้าวที่รัฐบาลรวบเอาข้าวมาอยู่กับตัวเอง ทำให้ราคาข้าวสารนิ่ง แต่ข้าวเปลือกแพง จึงต้องทำให้ราคาข้าวสารแพงขึ้น
ชี้อีก2-3ปีข้างหน้าเจ็บปวดแน่
นายอัมมาร กล่าวสรุปว่า ทางออกของปัญหาในระยะสั้นนั้นพูดลำบาก เพราะรัฐบาลกำลังหันซ้ายหันขวาหาทางออกจากนโยบายของตัวเอง เปลี่ยนวันต่อวัน แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ซึ่งข้อเท็จจริงเมื่อมองไป 2-3 ปีข้างหน้าจะต้องเจ็บปวด จึงขอฝากบอกรัฐบาลว่า จะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดี เพราะจะสร้างความเจ็บปวด ซึ่งความเจ็บปวดดังกล่าวต้องไปที่พ่อค้าข้าวเป็นหลัก ขณะที่ชาวนาอาจจะรับภาระบางส่วน
นักวิชาการรุมสวดนโยบายงี่เง่า
ส่วนนายชัยภัฏ จันทร์วิไล อนุกรรมาธิการศึกษาอุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบ เห็นว่า โครงการจำนำข้าว ทำลายข้าวไทยด้านคุณภาพและราคา ไม่ได้ช่วยชาวนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างที่รัฐบาลระบุ
เช่นเดียวกับ น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ ผอ.ศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล ไม่ได้ช่วยส่งเสริมระบบการผลิตข้าวของชาวนา เห็นได้จากต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยสูงกว่าเวียดนามกว่าเท่าตัว เพราะใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เป็นราคาเกือบครึ่งของต้นทุน มากกว่าประเทศอื่นในอาเซียนถึง 10 เท่า ทำลายอัตลักษณ์ข้าวไทยทั้งคุณภาพและราคา แสดงถึงนโยบายของรัฐบาลงี่เง่า ไม่มีการกลั่นกรองที่ดีก่อนประกาศใช้ ทำให้ดำเนินการผิดมาตั้งแต่ต้น
หมอวรงค์จี้รมต.ใหม่เปิดข้อมูลจีทูจี
ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว “Warong Dechgitgrom” ถึงกรณีรัฐบาลจะเร่งระบายข้าวในหลายรูปแบบ และมีแนวคิดขายข้าวเปลือก เพื่อให้ผู้ส่งออกนำไปทำข้าวนึ่งว่า เป็นเรื่องแปลก เพราะโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ จะได้ค่าสีแปรจากรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลขายข้าวเปลือกตามที่ว่า โรงสีที่รับจำนำข้าวเปลือกเข้ามาจะได้อะไร และรัฐบาลจะมีวิธีจ่ายค่าตอบแทน หรือคัดเลือกอย่างไรว่าจะเอาโรงสีไหน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำให้ชัดเจน ดังนั้น ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลระบายข้าวในทุกรูปแบบ ด้วยความโปร่งใส เพราะเป็นเงินภาษีประชาชน เมื่อขายก็ควรต้องให้ประชาชนรับรู้ด้วย และขอเรียกร้องให้รมว.พาณิชย์ คนใหม่ เปิดข้อมูลการระบายข้าวแบบจีทูจี สมัยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ด้วยว่า ขายไปราคาเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ขายให้ประเทศใด รวมทั้งของใหม่ที่จะขาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี