'อำมาตย์เต้น'กรี๊ด!ขรก.เป่านกหวีดหน้ากระทรวงไม่เหมาะสม

'อำมาตย์เต้น'กรี๊ด!ขรก.เป่านกหวีดหน้ากระทรวงไม่เหมาะสม

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 17.17 น.
Tag :

วันนี้ 5 พ.ย.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ออกชุมนุมเป่านกหวีดคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหน้ากระทรวงฯหลังเวลาราชการว่าเดียวกันว่า ตนคิดว่าต้องแยกแยะ ถ้าเป็นการแสดงท่าทีหรือแสดงออกทางการเมืองตามเสรีภาพของบุคคลเป็นเรื่องที่ ใครก็ทำได้ แต่การอ้างสถานภาพข้าราชการ อ้างอิงเอาหน่วยงานต้นสังกัดตนคิดว่าไม่เหมาะสม
               
“ถ้าเป็น นาย ก. นาย ข. ไปสนับสนุนกลุ่มต้านก็ถือว่าเป็นเสรีภาพนอกเวลาราชการก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่ถ้ามีเจตนาที่จะใช้หน่วยงานต้นสังกัด สถานะความเป็นข้าราชการเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลผมว่าไม่น่าจะใช่เรื่องที่เหมาะสม คิดว่าผู้บังคับบัญชาก็คงต้องเข้าไปดูในรายละเอียด เพราะเรื่องเสรีภาพนั้นตนเคารพ แสดงออกทางการเมืองทำได้ แต่ต้องไม่ใช่เจตนาที่ต้องการใช้คำว่าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์”รมช.พาณิชย์ กล่าว
               
เมื่อถามว่าชุมนุมหลังเลิกงานได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อันนั้นต้องเป็นเรื่องของบุคคล เมื่อถามว่าแล้วการชุมนุมหน้ากระทรวงทำได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อันนี้ผู้บังคับบัญชาส่วนราชการต้องเข้าไปดู และตนทราบว่านายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ก็ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้วเรื่องนี้
               
“ถ้าจะแสดงออกว่าสนับสนุนรัฐบาลก็ทำได้ แสดงออกว่าไม่สนับสนุนก็เป็นเสรีภาพ แต่ว่ามันไม่ใช่ว่าเอาความเป็นข้าราชการหรือคนสังกัดหน่วยงานนั้นมาเพื่ออธิบายกับสังคมว่า เห็นไหมข้าราชการกระทรวงนี้ไม่เอาแล้ว มันไม่ได้ เพราะมันเกินกว่าเส้นของเสรีภาพ”นายณัฐวุฒิ กล่าว


               

ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินเร่งเกมเร็วเพื่อผู้ชุมนุมจะได้กลับบ้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การออกมาปลุกกระแสคัดค้านเป็นวิธีการที่ปชป.ใช้ในการปลุกระดมคนมาชุมนุมแต่ คิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ชุมนุมแต่อยู่ที่การสร้างกระแสที่จะส่ง ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าจะใช้เรื่องนี้เป็นเหตุล้มรัฐบาลตนเชื่อว่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่เป็นคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรัฐบาลชุดนี้ก็จะต้องออกมาปกป้องหลักการที่ ถูกต้อง เพราะการค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะเป็นเหตุในการล้มรัฐบาลได้เพราะคนละ เรื่องกัน และตนเชื่อว่าเป้าหมายหลักในการล้มรัฐบาลคือเป้าหมายหลักของปชป.มาโดยตลอดจน ถึงวันนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เอาทุกเรื่องมาเป็นข้ออ้างอยู่แล้ว ถ้าจะค้านพ.ร.บ.ก็เป็นเรื่องของกระบวนการสภาทำหน้าที่ที่วุฒิสภาจะพิจารณา ซึ่งสถานการณ์อยู่ตรงนั้น แต่บอกว่าเอามาล้มล้างรัฐบาลเลยคิดว่าสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย
               
ส่วนการออกมาชุมนุมในลักษณะที่เหมือนม็อบจุดติดแล้วนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแล และตนเห็นว่าฝ่ายที่จะล้มรัฐบาลเขาพยายามเทียบเคียงโมเดลสมัยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ออกมากดดันรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยอาศัยกลุ่มก้อนในสังคมออกมาแสดงท่าที โมเดลนี้ถือเป็นเสียงหนึ่งในสังคมที่รัฐบาลต้องรับฟัง แต่ถ้าเป็นเหตุล่มรัฐบาลยืนยันว่าตนไม่เอาด้วย



“รวมทั้งนปช.และพี่น้องเสื้อแดงมีจุดยืนในเรื่องนี้ตนก็พูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ว่าเราได้แสดงหลักการเหตุผลจุดยืนและอารมณ์ความรู้สึกต่อพรรคเพื่อไทยอย่าง ครบถ้วน เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติที่จะดำเนินการต่อก็ถือว่าการแสดงออกไปมากกว่านี้ไม่ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในภาพรวมในเรื่องความขัดแย้งในภาพรวมกันใน ฝ่ายเดียวกันยิ่งจะทำให้สถานการณ์เป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม แล้วไม่เป็นประโยชน์ใดใดเลยกับคนที่อยู่ข้างเดียวกัน ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆของเราคงจะไม่ได้มีความ เคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษแต่จะติดตามสถานการณ์สังเกตปฏิกิริยาของกลุ่มต่างๆ หากมีการหาเหตุล้มรัฐบาลจริงเราก็พร้อมที่จะออกมายืนเคียงข้างรัฐบาล”นายณัฐวุฒิ กล่าว
               
เมื่อถามว่าต้องดูถึงขนาดไหนถึงจะออกมา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ละเอียดอ่อนที่จะต้องประเมิน มีการพูดคุยกันตลอดว่าความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร ส่วนการที่มีการเคลื่อนขบวนจากสามเสนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะสองปีที่ผ่านมานี่เป็นมวลชนต่อต้านรัฐบาลที่มีความชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มแช่แข็งของพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์
               
“เราไม่ได้ใช้คำว่ากลัวหรือไม่กลัวหรอก ถ้าใช้คำว่ากลัวรัฐบาลก็ไม่มีหน้าที่กลัวกับกลุ่มไหน แต่ถ้าบอกว่าไม่กลัวเดี๋ยวก็จะบอกว่าท้าทาย แต่เอาว่าเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษและต้องประเมินให้ดี ส่วนพี่น้องคนเสื้อแดงผมพูดคุยกับพรรคพวกแล้วให้นิ่งอยู่ในที่ตั้ง เพราะการแสดงความเห็นต่างกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมันครบถ้วนแล้วทั้งเหตุผลหลักการ จุดยืน ความรู้สึกครบ”นายณัฐวุฒิ กล่าว
               
รมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการติดตามสถานการณ์เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มีพูด คุยเจรจากับผู้ชุมนุมเป็นระยะเพื่อขอความร่วมมือให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการ ชุมนุม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการขานรับ แต่ภาคการเมืองก็ต้องประเมินสถานการณ์ละเอียดหน่อย ส่วนการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่าถ้าไม่ชนะไม่กลับบ้านนั้นก็เป็นแค่เทคนิคในการปลุกระดม  แต่ทั้งนี้ตนเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เลือกวิธีการ ถ้ามีการรัฐประหารเขาก็เอาด้วยและตนหวังว่าเขาจะละอายที่จะเรียกร้องการรัฐประหาร ซึ่งไม่แน่ว่าเขาอาจจะเรียกร้องการรัฐประหารขึ้นมาก็ได้ ดังนั้นปชป.ต้องใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยด้วย
               
“คุณสุเทพเพิ่งเป็นแกนนำการชุมนุมไม่กี่วัน อาจจะไปจำเทคนิคจากเวทีต่างๆคิดว่าอีกสักพักอาจจะประกาศสงครามครั้งสุดท้าย แล้วก็ท้ายที่สุดและสุดท้ายของสุดท้ายไปเรื่อยๆก็เป็นได้ เพราะวันแรกที่ขึ้นเวทีที่สามเสนก็ประกาศแล้วว่าชนะไม่เลิก มาราชดำเนินก็บอกว่าไม่ชนะไม่กลับบ้าน แต่ไม่ปรากฏรายงานข่าวว่านายสุเทพนอนค้างกับผู้ชุมนุมเลย ก็คงหมายความว่าคนที่มาอยู่ต่อแต่นายสุเทพกลับบ้านได้”นายณัฐวุฒิ กล่าว
               
เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงมีปัญหาอะไรกันหรือไม่จากกรณีที่มีการถอดรายการออกจากช่อง เอเชียอัพเดท นายณัฐวุฒิ กล่าวเสียงดังขึ้นมาว่า“รายการผมก็เป็นรายการหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนด้วย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะว่าฝ่ายสถานีเขาบอกว่าแนว ทางของสถานีเขาสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับกรรมาธิการเสียงข้างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อยากให้ข้อมูลจากสถานีเป็นไปในทิศทางที่เป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโทรทัศน์ทั่วโลกที่มีการปรับผังรายการตามแนวทางของ สถานี ไม่ใช่เรื่องที่ที่จะนำมาเป็นประเด็นในการเผชิญหน้าหรือประเด็นในความไม่พอ ใจกัน
               
เมื่อถามว่าในฐานะเป็นส.ส.ที่งดออกเสียงในสภาหากร่างนี้ผ่านออกมาเป็นกฎหมายจริงจะรับได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มันต้องรอดูว่าส.ว.จะพิจารณาอย่างไร เพราะข่าวที่ออกมายังมีประเด็นและท่าทีที่หลากหลายในส.ว. เมื่อถามว่าการงดออกเสียงในสภาในการโหวตร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระ3 จะส่งผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่ดำรงอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่านี่เป็นจุดยืนที่ให้ไว้ดังนั้นการตัดสินใจโหวตที่ผ่านมาคือการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน
               
“อย่างไรก็ตามผมเป็นสมาชิกพรรค พรรคมีระบบระเบียบมีกติกา ถ้าหากว่ากติกาของพรรคจะต้องให้ดำเนินการอย่างไรก็ถือว่าผมปฏิเสธความรับผิดชอบต่อพรรคไม่ได้ อันนี้คือหลักการที่ผมเคารพและน้อมรับทุกอย่างที่เป็นการตัดสินใจของพรรค” นายณัฐวุฒิ กล่าว
               
เมื่อถามย้ำว่าหากต้องหลุดจากตำแหน่งรมต.เพราะเป็นผลพวงจากการงดออกเสียงจะว่าอย่างไร นายณัฐวุฒิ หัวเราะแล้วกล่าวว่า  “โอย..อย่าไปพูดอะไรไกลขนาดนั้น”เมื่อถามว่าเหมือนเชื่อว่าไม่มีผล นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ามีผลไม่มีผล มันเป็นเรื่องที่ตนต้องเคารพในกระบวนการของพรรคอยู่แล้ว แต่โดยมารยาทมันพูดไม่ได้ล่วงหน้าว่าจะซ้ายหรือจะขวาอยู่แล้ว

ติดตามเฟซบุ๊กร่วมเป็นแฟนเพจแนวหน้าออนไลน์ได้ที่

www.facebook.com/naewnaonline

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top