'ยะใส'ชี้ม็อบคปท.มีชัยชนะดึงทุกเวทีร่วมล้มระบอบทักษิณ ปฏิรูปประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 22.50 น.

วันนี้ 16 พ.ย.56 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนได้ขึ้นเวทีประเมินสรุปสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ว่า การชุมนุมคปท.เข้าสู่วันที่ 36 นับตั้งแต่ คปท.ชุมนุมขณะนี้ ปรากฏชัยชนะแล้ว 5 เรื่อง ได้แก่ หนึ่งสามารถยับยั้งกฏหมายนิรโทษกรรมฯ ได้ทั้ง 7 ฉบับ 

ชัยชนะที่สอง หลายคนบอกว่า คปท. ล้ำหน้าการต่อสู้เอาผิดคนโกง แต่วันนี้ถนนราชดำเนินการเห็นตรงกันว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หมดความชอบธรรมแปลว่าประชาชนที่ต่อสู้จากเวที คปท. ไม่ได้โดดเดี่ยวหรือต่อสู้เวทีเดียวเมื่อวานเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนว่าจะถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ นัยยะทางการเมืองประกาศชัดเจนว่าเราไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจทางการเมืองแทนเราอีกต่อไป

ชัยชนะข้อที่สาม เราทำให้การเปิดโปงระบอบทักษิณ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะขณะนี้มีการเปิดโปงระบอบทักษิณ อย่างเข้มข้นจากทุกเวที บางเวทีนำคลิปการสลายการชุมนุมเหตุตากใบเมื่อปี 2547  คนได้เห็นความชั่วร้ายจากระบอบทักษิณ ขบวนการเปิดโปงทักษิณ ต้องให้คุณกับการต่อสู้กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่ ปี 2549  บ้านเมืองนี้เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของทักษิณ ชินวัตร และวันนี้ระบอบทักษิณ ขยายใหญ่ขึ้น และยิ่งทุกวันนี้ โซเชียลมีเดียเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแทบเป็นการลากไส้ระบอบทักษิณ ผ่านโซเชียลมีเดียวอย่างไม่เกิดขึ้นมาก่อน

ชัยชนะประการที่สี่ คือ การต่อสู้ของพวกเราที่เป็นแผนหน้า เปรีบเสมือนหมัดที่ชกออกไปด้วยความเสี่ยง ไม่รู้จะถูกสวนด้วยอะไร แต่หมัดครั้งนี้ที่ปล่อยไปมันเข้าเป้า ทำให้บรรดากองเชียร์  หรือนักชก มั่นใจว่า คู่ต่อสู้ของเราไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด และมีตัวแทนเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ขึ้นเวที ประกาศรบกับรัฐบาล บางเวที มีการประกาศจะอารยะขัดขืนจนกว่าจะได้ค่าจำนำข้าวกับรัฐบาล การต่อสู้ของเรา ทำให้ประชาชนที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว ลุกมาต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม แม้บางกลุ่มจะต่อสู้เฉพาะประเด็นของแต่ละกลุ่มก็ตาม

ชัยชนะข้อห้า คือ ทั้งสามเวที พูดคำว่า”ปฏิรูปประเทศไทย” เสียงดังขึ้น และเท่าที่ทราบวงในของเวทีพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการนำเสนอเนื้อหาปฏิรูปบนเวทีทุกวันแล้ว จะเห็นว่ากระแสปฏิรูปประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ แต่สำหรับประชาชนไม่ต้องการกลับไปสู่ระบบแบบเก่า ต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ หากไล่รัฐบาลชุดนี้ ได้รัฐบาลฝั่งตรงข้ามก็ไม่สบายใจ จึงมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มเนื้อหาปฏิรูปประเทศบนเวที คปท.ระยะเร่งด่วน ที่ต้องจัดการรัฐบาลที่ล้มเหลวอย่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่หมดความชอบธรรมแล้ว ระยะต่อไป คือการถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ และสุดท้าย คือ การชูธงปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปประเทศปล่อยให้ใครทำแทนไม่ได้  ไม่ต้องคาดหวังการเปลี่ยนแปลงพิเศษ

จากนี้เป็นต้นไปหวังว่า แกนนำทั้ง 3 เวทีจะออกแบบการต่อสู้ที่ยืนอยู่บนพลังของประชาชนที่แท้จริง ไม่ได้ไม่เชื่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระ เพราะเชื่อว่า วันที่ 20 พ.ย. จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับหนี่งแน่นอน แต่ปัญหาคือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะออก 3 ทาง คือ เบาที่สุด รัฐบาลแก้รธน.ให้สว.มาจากการเลือกตั้ง ทางที่สองกลางๆ คือ ขัดรธน. แต่ไม่ยุบพรรคการเมือง คือแก้รธน.ไม่ได้ แต่ไม่เอาผิด สส.สว. ที่หนุนแก้รธน. และทางที่สาม คือ วินิจฉัยว่าขัดรธน. และพรรคการเมืองที่สนับสนุนการแก้เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ซึ่งต้องวินิจฉัยต่อว่าจะยุบพรรค หรือตัดสิทธิ์ สส. สว. ทั้ง 310 คนหรือไม่
จากนี้ถึงวันที่ 20 กระแสการกดดันของคนเสื้อแดง ต่อศาลรัฐธรรมนูญจะมีมากขึ้น

ติดตามเฟซบุ๊กร่วมเป็นแฟนเพจแนวหน้าออนไลน์ได้ที่

www.facebook.com/naewnaonline