'สุทิน'ชี้'เทพ-กรณ์'ขัดแย้งแค่มองต่างมุม แนะทำเรื่องใหญ่โค่นระบอบชั่ว

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 11.27 น.

29 พ.ย.56 นายสุทิน วรรณบวร นักข่าวการเมืองอาวุโส เจ้าของฉายา "นักข่าวสายโจร" ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "Sutin Wannabovorn" กรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของผู้ชุมนุมบุกยึดกระทรวงการคลัง ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเวทีประชาธิปไตย เป็นผู้นำ ว่า ไม่เห็นด้วย และไม่สบายใจ หลังจากนั้น นายสุเทพ ได้ตอบโต้ โดยระบุว่า นายกรณ์ มีสิทธิ์เต็มที่ ที่จะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้ชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมเองก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ กระทำการใด ๆ เพื่อให้บรรลุชัยชนะในการโค่นล้มระบอบทักษิณ 

โดย นายสุทิน แสดงความคิดเห็น ว่า มุมมองของนายกรณ์ เปรียบดั่งม้าใส่แว่นคือมองตรงไปข้างหน้า ในขณะที่ นายสุเทพ ผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างเข้มข้นตั้งสมัยเป็นกำนัน พร้อมระบุว่า ไม่มีการต่อสู้ที่ไหนที่ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายเลย แม้แต่มหาตะมะคานธี นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเอกราชของอินเดีย ก็ทำผิดกฎหมายและถูกจับขังหลายครั้ง

นายสุทิน ระบุตอนท้ายว่า ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของนายสุเทพ และนายกรณ์ ไม่ใช่สาระสำคัญของการต่อสู้ และถึงเวลาแล้วที่เหล่ามวลชนต้องร่วมมือกันขุดรากถอนโคนระบอบชั่วร้ายให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทยให้ได้

นายสุทิน วรรณบวร โพสต์ในเฟซบุ๊คไว้ดังนี้

เรื่องที่กำนันสุเทพบอกให้คุณกรณ์ระวังคำพูดคำจาเรื่องออกความเห็นต่อผู้ชุมนุมอย่าได้ถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญที่ทำให้กำลังของการต่อสู้ทดถอยลงไปเลยครับ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเราคือขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ คุณกรณ์ท่านเป็นนักเรียนนอกที่ฝรั่งเขามักเรียกกันว่าม้าใส่แว่นคือมองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวเหลียวซ้ายแลขวาไม่ได้ ส่วนพี่กำนันท่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างเข้มข้นตั้งสมัยเป็นกำนัน

คุณกรณ์เองก็เคยผ่านการศึกษามาจากอังกฤษคงต้องรู้มาบ้างว่าไม่มีการต่อสู้ที่ไหนที่ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายเลย แม้แต่มหาตะมะคานธีเองก็ทำผิดกฎหมายและถูกจับขังหลายครั้ง ส่วนเรื่องที่หลายท่านมีอารมณ์แทรกขึ้นมาเรื่องหลวงปู่พุทธอิสระให้ทุกท่านทำใจให้เป็นกลางว่าในภาวะสงครามพระจะอยู่ในภาวะสำรวมเหมือนนั่งกรรมฐานไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นกุโสดอ หรือ พระธรรมโชติ ล้วนเปิดวัดสอนเพลงดาบและปลุกเสกเครื่องรางของขลังให้นักรบอาสาต่อสู้เพื่อชาติด้วยกันทั้งนั้น

กองหนุนอย่างพวกเราเมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมมือกันขุดรากถอนโคนระบอบชั่วร้าย เป้าหมายคือเป็นหนึ่งในล้านร่วมเป็นสายธารมวลชนผนึกกำลังเข้าร่วมทำลายล้างความชั่วร้าย ความแตกต่างเล็กๆน้อยของคนสองคนไม่ใช่สาระสำคัญของการต่อสู้ครับ